13ปีที่พลัดพราก! แม่ตามหาลูกสาว เผยอยากอธิบายเหตุผล ขอหอม-กอดสักครั้ง

แม่วัย 37 ปี วอนสื่อ ประกาศตามหาลูก ที่เกิดกับอดีตสามี หลังไม่ได้เจอกันนาน 13 ปี เผยคิดถึงและอยากเจอหน้าลูกสักครั้ง ไม่รู้ว่าป่านนี้ลูกจะสุขสบายดีหรือไม่ ด้านนายอำเภอ เช็กประวัติ พบทำบัตรประชาชนตอน 7 ขวบในพื้นที่จ.ชลบุรี

เมื่อวันที่ 12 ก.พ. เรื่องราวความรักของแม่คนหนึ่ง ที่ต้องการเห็นหน้าลูกสาวที่ไม่ได้เจอกันมาเกือบ 13 ปี โดย นางแรมจันทร์ อ่วมพรม อายุ 37 ปี แม่บ้านโรงงานนำเข้าเครื่องปั้มไดคัท และเครื่องพิมพ์กลอ่งกระดาษแห่งหนึ่งใน อ.สำโรง จ.อุบลราชธานี ได้เข้าร้องเรียนผู้สื่อข่าว เพื่อขอให้ช่วยติดตามหาลูกสาววัย 15 ปี ซึ่งไม่ได้เจอหน้ากันมานานเกือบ 13 ปี โดยปัจจุบันมีเพียงภาพถ่ายเก่าที่ถ่ายเมื่อลูกสาวมีอายุเพียง 2 ขวบเศษเพียงใบเดียวไว้ดูต่างหน้ามาโดยตลอด

นางแรมจันทร์ เล่าว่า ขณะที่ตนมีอายุ 16 ปี ได้ออกจากบ้านในอ.ทุ่งช้าง จ.น่าน มาทำงานที่ร้านอาหารตามสั่งในอ.บ่อทอง จ.ชลบุรี และได้ชอบพอกับนายไก่ (นามสมมุติ) หลานชายเจ้าของร้าน กระทั่งให้กำเนิดลูกสาวชื่อ น้องนิด (นามสมมุติ) แต่ชีวิตรักระหว่างตนกับนายไก่ก็ได้จบลง เมื่อน้องนิด อายุได้เพียง 2 ขวบเศษ และตนก็ได้นำลูกสาวไปให้แม่ของตนเลี้ยงที่จ.น่าน

นางแรมจันทร์ เล่าต่อว่า ส่วนตนก็ไปทำงานเป็นสาวโรงงานในอ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ได้เพียง 1 สัปดาห์ ก็ได้รับแจ้งจากแม่ของตนว่า นายไก่มารับเอาตัวน้องนิดไปอยู่ด้วย ซึ่งตนพยายามติดต่อนายไก่ซึ่งเป็นสามีเก่า เพื่อพูดคุยเรื่องลูกสาวที่นายไก่มารับเอาตัวไป แต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้จนมาถึงวันนี้

“ซึ่งต่อมาเมื่อหลายปีก่อน ตนก็มีครอบครัวใหม่กับหนุ่มชาวจ.อุบลราชธานี และมีลูกสาวด้วยกันอีก 1 คน อายุ 6 ขวบ แต่ก็ยังคิดถึงน้องนิดลูกสาวคนแรก และได้พยายามตามหาลูกสาว โดยบางครั้งมีคนงานนำสินค้าจากโรงงานไปส่งที่จ.ชลบุรี ก็ขอร้องให้ช่วยดูร้านขายอาหารตามสั่งที่เคยไปทำงานอยู่ว่าเห็นลูกสาวของตนบ้างหรือไม่ แต่คนขับรถก็บอกว่าร้านอาหารนั้นไม่มีอยู่แล้ว” นางแรมจันทร์ กล่าว

นางแรมจันทร์ เล่าอีกว่า ทำให้ตนหมดปัญญาที่จะตามหาลูกสาว เพราะปัจจุบันก็มีรายได้เพียงเป็นแม่บ้านของโรงงาน ไม่มีเงินทองพอใช้ไปติดตามหาลูกสาวคนนี้ได้ ที่ผ่านมาก็ได้แต่เล่าเรื่องราวความรักของแม่ให้ลูกสาวอีกคนฟังมาโดยตลอดว่า ยังมีพี่สาวอยู่อีกคน และลูกสาวคนเล็กก็บอกอยากเจอพี่สาวเช่นกัน ทำให้ช่วงที่ผ่านมา ก็ได้แต่คิดถึงอยากเจอหน้าน้องนิดสักครั้ง แต่ก็ทำไม่ได้ จึงได้เข้ามาขอความช่วยเหลือดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าน้องนิดทราบเรื่องแล้วไม่ต้องการเจอนางแรมจันทร์ เพราะไม่เคยอยู่ด้วยกันมาก่อน นางแรมจันทร์ กล่าวว่า ตนเข้าใจเหตุผลนี้ดี แต่ก็อยากอธิบายให้ลูกรู้ว่าเหตุใดที่ไม่มีโอกาสได้อยู่ด้วยกัน และไม่ต้องการอะไร เพียงแต่อยากเห็นหน้าลูกสาวว่า ปัจจุบันนี้เป็นเช่นไร เรียนหนังสืออยู่ชั้นไหน โตขนาดไหนแล้ว ถ้าเป็นไปได้ก็อยากขอกอดและหอมลูกสักครั้งในชีวิตก็ยังดี

“เพราะเข้าใจดีที่เราไม่ได้เป็นคนที่เลี้ยงดูเขามาตั้งแต่เล็ก แต่ก็อยากเห็นหน้า หรือได้มีโอกาสพูดคุยกับลูกสักครั้งก็ยังดี” นางแรมจันทร์ กล่าว

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้พา นางแรมจันทร์ เข้าพบ นายธรรมนูญ แจ่มใส นายอำเภอสำโรง เพื่อให้ช่วยเหลือในการติดตามหาตัวน้องนิดที่ไม่ได้เจอกันมาเกือบ 13 ปี และจากการตรวจสอบจากข้อมูลของสำนักทะเบียนราษฏร กระทรวงมหาดไทย ทราบว่า น้องนิดได้เข้ามาทำบัตรประชาชนเมื่ออายุได้ 7 ขวบ โดยแจ้งที่อยู่ในต.บ่อกวางทอง อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี แต่ไม่รู้ว่าตัวยังอยู่ตามภูมิลำเนาที่แจ้งไว้กับสำนักทะเบียนราษฏรหรือไม่

นายธรรมนูญ จึงโทรศัพท์แจ้งไปยังอ.บ่อทอง ให้ช่วยเป็นธุระประสานตรวจสอบไปยังผู้ใหญ่ที่น้องนิดมีชื่ออยู่ในหมู่บ้านว่า เด็กสาวคนนี้ยังคงพักอยู่ที่หมู่บ้านดังกล่าวหรือไม่ และทางน้องนิดและครอบครัวยินดีจะให้นางแรมจันทร์ไปพบหรือไม่ ซึ่งหากน้องนิดและนายไก่ไม่ขัดข้อง ทางนายธรรมนูญก็ยินดีมอบเงินค่าเดินทางและค่าใช้จ่ายให้นางแรมจันทร์ ซึ่งมีฐานะยากจนใช้เดินทางไปพบกับลูกสาว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอการประสานกลับมาจากผู้ใหญ่บ้านในต.กวางทอง ที่น้องนิดมีภูมิลำเนาอยู่ครั้งสุดท้ายอยู่ที่นั่น

จับแล้ว! มือปืน ฆ่าว่าที่เจ้าบ่าว ที่แท้คนกันเอง หลักฐานมัดแน่น พยานเล่าปมเหตุ

จับแล้ว! มือปืน ฆ่าว่าที่เจ้าบ่าว ที่แท้คนกันเอง หลักฐานมัดแน่น พยานเล่าปมเหตุ เคยทะเลาะถึงขั้นชกต่อยกันมาแล้ว เห็นขี่รถจยย.ออกจากบ้านคนตาย ก่อนเจอศพ เจ้าตัวยังปฎิเสธ

ฆ่าว่าที่เจ้าบ่าว จากกรณี คนร้ายใช้อาวุธปืนยิง นายธนวัฒน์ เผียงสูงเนิน อายุ 41 ปี อดีตพนักงาน โรงงานผลิตสายรัดพลาสติก และสายรัดกล่องรายใหญ่แห่งหนึ่ง     และเป็นว่าที่เจ้าบ่าว ซึ่งกำลังจะเข้าพิธีสมรสกับแฟนสาวในเดือน ม.ค.62 ภายในหมู่บ้านแก่นท้าว หมู่ 14 ต.เสมา อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา เหตุเกิดเมื่อวันที่ 29 ธ.ค.61 ต่อมาตำรวจสืบทราบว่าคนร้ายคือ นายอุไร คอยสูงเนิน อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 70 หมู่ 2 บ้านแก่นท้าว ต.เสมา อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นคนในหมู่บ้านเดียวกัน และหลังก่อเหตุได้หลบหนีไป ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุดวันที่ 11 ก.พ. ตำรวจ สภ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา สามารถจับกุมตัว นายอุไร ได้และนำตัวมาสอบปากคำที่ สภ.สูงเนิน เบื้องต้น นายอุไร ให้การปฏิเสธและไม่ยอมรับสารภาพ ทั้งนี้ พล.ต.ต.วัชรินทร์ บุญคง ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา ยืนยันว่าตำรวจมีพยานหลักฐานและพยานบุคคลชัดเจนสามารถดำเนินคดีกับ นายอุไร ได้อย่างแน่นอน

จากการสอบถามเพื่อนของผู้ตายได้เล่าว่า ผู้ตายและนายอุไร เคยมีปัญหากันจริง และเคยทะเลาะวิวาทถึงขั้นชกต่อยกันมาแล้ว 1 ครั้ง วันเกิดเหตุผู้ตายและนายอุไร ได้ไปเที่ยวงานประจำปีฉลองหลวง        พ่อโสธรนครเสมา ที่วัดบ้านเหมือดแอ ต.เสมา ทั้งคู่น่าจะดื่มสุราและเกิดเขม่นกันในงานดังกล่าว หลังกลับจากวัดผู้ตายได้บอกกับเพื่อนว่าจะเข้าไปเอาเงินที่บ้านและหายเงียบไปนาน ในขณะเดียวกันก็มีคนเห็นนายอุไร ขี่รถจยย.หลบหนีออกจากบ้านผู้ตาย จนมีคนมาพบศพดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบหลักฐานและพยานแวดล้อมทั้งหมด โดยบ่งชี้ว่า นายอุไร คือผู้ก่อเหตุ โดยได้แจ้งข้อหา มีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนและพกพาอาวุธปืนเข้าไปในเมือง หมู่บ้านหรือที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันควร ยิงปืนโดยใช่เหตุในหมู่บ้านหรือชุมชน ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เจ็บท้องก่อนถึงรพ.! สาวสุดอั้นจอดริมทาง คลอดลูกสาวในรถ ปลอดภัยทั้งคู่

เจ็บท้องก่อนถึงรพ.! สาวสุดอั้นจอดริมทาง คลอดลูกสาวในรถ ปลอดภัยทั้งคู่

เมื่อวันที่ 8 ก.พ. เจ้าหน้าที่มูลนิธิเสมอกันกู้ภัยสุพรรณบุรี อ.ศรีประจันต์ รับแจ้งมีสาวเจ็บท้องใกล้คลอด ขณะจอดรถริมถนนหน้าสวนพืชไร่ดินหรือสวนอินทผาลัม  หมู่ 6 ต.วังน้ำซับ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี จุดเกิดเหตุ อยู่ไม่ห่างจากโรงงานผลิตเทปใสและสก๊อตเทปราคาถูก ทางเข้ามูลนิธิเสมอกันกู้ภัยสุพรรณบุรี จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมประสานหน่วยแพทย์กู้ชีพ ร.พ.ศรีประจันต์ รุดไปให้การช่วยเหลือ

เมื่อไปถึงพบรถเก๋ง มิตซูบิชิ สีฟ้า ทะเบียน กน 4018 สุพรรณบุรี ในเบาะนั่งพบ น.ส.ชุติรัตน์ หงษ์เวียงจันทร์ 20 ปี  เจ็บท้องน้ำเดิน ร้องด้วยความเจ็บ หน่วยกู้ภัยจึงให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้น พร้อมรอหน่วยกู้ชีพมาถึง กระทั่งศีรษะของทารกได้โผล่ออกมาจากช่องคลอด จึงช่วยเหลือทำคลอดบนรถ ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ทำคลอดสำเร็จ ทราบต่อมา เป็นเด็กหญิง น้ำหนักแรกคลอด 2.740 กรัม ตัดสายสะดือ และทำความสะอาดก่อนนำแม่และลูก ส่ง ร.พ.ศรีประจันต์ได้อย่างปลอดภัย

ทางญาติได้ตั้งชื่อว่า น้องเกรซ พร้อมกับกล่าวว่า ก่อนหน้าแม่เด็กเริ่มเจ็บท้องจะคลอด จึงพามาโรงพยาบาลขณะมาถึงหน้าสวนพืชไร่ดิน น.ส.ชุติรัตน์ บอกน้องจะคลอดจึงจอดรถ แล้วแจ้ง 1669 ขอความช่วยเหลือดังกล่าว ต้องขอขอบคุณมูลนิธิเสมอกันกู้ภัยสุพรรณบุรี และทีมแพทย์โรงพยาบาลศรีประจันต์เป็นอย่างมากที่ช่วยทำคลอดจนแม่และลูกปลอดภัยทั้ง 2 คน

ผู้หมวดนำทีมจับแก๊งยา จู่ๆ ปืนลั่น ใส่ ด.ต.ทะลุหน้าอก ก่อนสิ้นใจโรงพยาบาล

ผู้หมวดนำทีมจับแก๊งยา จู่ๆ ปืนลั่น ใส่ ด.ต.ทะลุหน้าอก ก่อนสิ้นใจโรงพยาบาล หลังจอดวางแผนหน้าบ้านกำนัน หยิบปืนเตรียมพร้อม ลั่นใส่ลูกน้องทะลุอก

วันที่ 6 ธ.ค. ร.ต.อ.คนอง รัตนะ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.บ้านกวาง จ.แพร่ ได้รับแจ้งเหตุมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส ภายในรถยนต์ที่ใช้ในราชการชุดสืบสวน สภ.บ้านกวาง เหตุเกิดที่ถนนในหมู่บ้านก่อนถึงร้านจำหน่ายสายรัดพลาสติกหรือสายรัดกล่องคุณภาพดีราคาปลีก-ส่ง ม.4 ต.บ้านเหล่า อ.สูงเม่น จ.แพร่ หน้าที่ทำการกำนันตำบลบ้านเหล่า จึงรุดไปตรวจสอบพบรถยนต์สีเลือดหมู ที่ใช้ในราชการสืบสวนของชุดปราบปรามยาเสพติด สภ.บ้านกวาง จอดอยู่ โดยมีรอยกระสุนยิงทะลุกระจกหน้ารถ 1 นัด

ส่วนผู้บาดเจ็บทราบชื่อคือ ด.ต.ณัฐพล สายยืด อายุ 50 ปี ตำแหน่ง ผบ.หมู่ ป.สภ.บ้านกวาง ถูกนำตัวส่ง ร.พ.สูงเม่น ไปก่อนหน้านี้ โดยมีบาดแผลถูกยิงอาวุธปืนขนาด 9 มม. เข้าที่ด้านหลังทะลุหน้าอกซ้าย แต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนผู้ก่อเหตุคือ ร.ต.ท.ธีรกิจ ท่วงที อายุ 43 ปี รอง สวป.สภ.บ้านกวาง จึงคุมตัวไปสอบปากคำ

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ร.ต.ท.ธีรกิจ ได้นำกำลังวางแผนล่อซื้อยาเสพติด โดยมี ด.ต.ณัฐพล เป็นพลขับ และ ร.ต.ท.ธีรกิจ นั่งอยู่เบาะหลัง และขณะจอดรถที่หน้าที่ทำการกำนันตำบลบ้านเหล่า เพื่อวางแผนจับกุมยาเสพติด ร.ต.ท.ธีรกิจ ก็ได้หยิบอาวุธปืนขึ้นมาเพื่อเตรียมความพร้อม แต่จู่ๆ เกิดลั่นใส่ ด.ต.ณัฐพล จนได้รับบาดเจ็บสาหัส จึงรีบประสานตำรวจที่อยู่ใกล้เคียงนำรถยนต์อีกคันพาไปส่งโรงพยาบาล ก่อนเสียชีวิตดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้นำศพของ ด.ต.ณัฐพล ส่งชันสูตรที่ ร.พ.แพร่ ส่วน ร.ต.ท.ธีรกิจ ผู้ก่อเหตุ ได้ควบคุมตัวไปสอบปากคำเพิ่มเติม เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ยังเมาไม่พอ! หนุ่มยืมจยย.เพื่อน ซื้อเหล้ามาดื่มต่อ แหกโค้งชนเสาไฟ คอหักดับคาที่

เมื่อวันที่ 11 พ.ย. ร.ต.อ.ยุทธศิลป์ สิงหาด รอง สว.สส.(สอบสวน) สภ.มะขาม จ.จันทบุรี ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ศูนย์วิทยุกู้ภัยสมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถาน จันทบุรี ว่า เกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เสียหลักแหกโค้ง พุ่งชนเสาไฟฟ้า บนถนนสายพญาล่าง ม.11 ต.วังแซ้ม อ.มะขาม จ.จันทบุรี ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย จึงรุดตรวจสอบพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ เขต อ.มะขาม

ในที่เกิดเหตุเป็นเส้นทางโค้งหักศอก พบศพชายวัยรุ่นนอนเสียชีวิตอยู่ที่โคนเสาไฟฟ้าแรงสูง สวมเสื้อยืดสีดำ กางเกงขาสั้นสีดำสลับลาย สภาพศพคอหัก มีบาดแผลบริเวณปลายคาง และใบหูด้านขวาฉีกขาด ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า มีโอ สีขาว คาดเหลือง หมายเลขทะเบียน 1 กฆ 5179 จันทบุรี ล้มอยู่ใน
ป่าหญ้าข้างทาง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจสอบรอยคราบเลือด บริเวณเสาซีเมนต์ทป้ายสัญญาณจราจร และถ่ายภาพเก็บร่องรอยหลักฐานในที่เกิดเหตุ พร้อมบันทึกไว้เป็นหลักฐาน

ต่อมามีนายอำพล เลือดสี อายุ 26 ปี พนักงานซ่อมบำรุงของโรงงานนำเข้าเครื่องปั๊มไดคัท เครื่องพิมพ์กล่องกระดาษจากต่างประเทศเเห่งหนึ่ง อยู่บ้านเลขที่ 88/2 ม.1 ต.โป่งน้ำร้อน อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี ได้เดินทางมาพบทาง ร.ต.อ.ยุทธศิลป์ สิงหาด ร้อยเวรเจ้าของคดี พร้อมกับนำหลักฐานแสดงตัวว่า เป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์คันที่ประสบอุบัติเหตุตัวจริง

สอบสวนนายอำพล ให้การว่า ผู้เสียชีวิต คือ นายอัมพล บุญแสง อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 4 ม.5 ต.สำโรงปราสาท อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นเพื่อนทำงานก่อสร้างโครงหลังคาเหล็ก ก่อนเกิดเหตุ นายอัมพล พร้อมกับเพื่อนพากันตั้งวงดื่มเหล้าสังสรรค์กันในวันหยุด ส่วนตนนอนพักผ่อนอยู่กับแฟนสาวในห้องพัก ต่อมานายอัมพลมีอาการเมา เข้ามาขอยืมรถจักรยานยนต์ เพื่อขี่ออกไปซื้อเหล้ามาดื่มกันต่ออีก แต่เงียบหายไปนานยังไม่กลับมา

นายอำพล ให้การต่อว่า จากนั้นตนกับแฟนสาวขี่รถจักรยานยนต์อีกคันออกมาซื้อข้าวที่ตลาด และบังเอิญเห็นรถจักรยานยนต์ของตัวเองที่นายอัมพลยืมไป อยู่บนท้ายรถกระบะของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขับสวนทางมาพร้อมกับรถเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ จึงเข้าไปสอบถามจนทราบว่า นายอัมพลขี่รถจักรยานยนต์ไปประสบอุบัติเหตุชนเสาไฟฟ้าเสียชีวิตแล้ว

จากการตรวจสอบร่องรอยหลักฐานในที่เกิดเหตุ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดสาเหตุว่า ผู้ตายเมาสุรา แล้วขับรถหลุดโค้งชนเสาไฟฟ้าเสียชีวิต จึงนำศพส่งชันสูตรที่ ร.พ.มะขาม พร้อมตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด เพื่อสรุปสาเหตุที่แน่ชัดต่อไป

จับหนุ่มงัดจู๋โชว์สาว! คุ้ยประวัติเจอหนีคดีชำเราด.ญ.ลูกเลี้ยงมาทำงานกรุงเทพฯ

วันที่ 5 พ.ย. ที่สน.โชคชัย พ.ต.อ.สุพล ค้ำชู ผกก.สน.โชคชัย พ.ต.ท.พรทวี สมวงศ์ รองผกก.ป. พ.ต.ต.ชัยวัฒน์ พริ้งสกุล สวป. พร้อมกำลังตำรวจป้องกันและปราบปราม ร่วมกันจับกุมตัว นายจำเรียง (ขอสวนนามสกุล) หลังก่อเหตุโชว์อวัยวะเพศภายในซอยสตรีวิทยา 2 แยก 10 เมื่อวันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา

พ.ต.ท.พรทวี เปิดเผยว่า คดีนี้มีหญิง อายุ 30 ปี เข้าแจ้งความให้ติดตามจับกุมชายไม่ทราบชื่อ ขี่รถจักรยานยนต์ตามมาจากถนนสตรีวิทยา 2 เมื่อเข้ามาภายในซอยสตรีวิทยา 2 แยก 10 แล้วได้หยุดรถแล้วเปิดโชว์อวัยวะเพศโชว์ให้ดู เมื่อตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่าหลังก่อได้เข้าไปในร้านสะดวกซื้อเเถวบริษัทผลิตเเละจำหน่ายฟิล์มยืดหรือฟิล์มพันพาเลทคุณภาพดีรายใหญ่ แล้วยังจับอวัยวะเพศตลอดเวลาพร้อมทั้งจับจองผู้หญิงที่พบเห็น จากนั้นเจ้าหน้าที่ออกสืบสวนจนพบว่า พักอาศัยอยู่ที่วันชัยคอนโด ย่านลาดพร้าว จึงไปดักเฝ้าและจับกุมตัวไว้ได้

จากการสอบสวน รับสารภาพว่า เป็นลูกจ้างก่อสร้างทั่วไปโดยพักอาศัยอยู่บริเวณแถวนี้ วันเกิดเหตุเห็นผู้เสียหายอยู่คนเดียว จึงขี่จักรยานยนต์ตามไปแล้วเปิดโชว์อวัยวะเพศโชว์ให้ดู เมื่อตรวจสอบประวัติยังพบว่า นายจำเรียง มีหมายจับศาลจังหวัดตาก เลขที่จ.15/2558 ลงวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2558 ข้อหากระทำความรุนแรงในครอบครัว และกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี ซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีของตนโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ในพื้นที่ สภ.สามเงา จ.ตาก

เมื่อประสานไปยังตำรวจ สภ.สามเงา ก็ทราบว่า นายจำเรียงถูกกล่าวหาและดำเนินคดีในข้อหา กระทำชำเราลูกเลี้ยงของตัวเองแล้วหลบหนีมาทำงานก่อสร้างในกรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหากระทำอนาจารต่อหน้าธารกำนัล เปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 1,000 บาท แล้วประสาน สภ.สามเงา มารับตัวไปดำเนินคดีในข้อหากระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปีต่อไป

ปคบ. ผนึก อย. จับโรงงานผลิตเครื่องสำอางปลอม ส่งขายตลาดนัดทั่วปท.

ปคบ. ผนึก อย. จับโรงงานผลิตเครื่องสำอางปลอม ส่งขายตามตลาดนัดทั่วประเทศ ตรวจยึดของกลางมูลค่า 10 ล้านบาท พร้อมแจ้งดำเนินคดี ผู้ต้องหา 1 ราย แนะวิธีตรวจสอบของจริง-เก๊

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 29 ต.ค. นายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ เลขาธิการ อย. และพ.ต.อ.ศิร์ธัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์ รอง ผบก.ป. รรท.ผบก.ปคบ. , พ.ต.อ.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผกก.4 บก.ปคบ. , พ.ต.ท.สุรเชษฐ์ เดชะพันธ์ สว.กก.4 บก.ปคบ. พร้อมกำลัง เข้าตรวจสอบสถานที่ผลิตเครื่องสำอางปลอม ที่หมู่บ้านมีนทอง เลขที่ 69/14 ซอยนิมิตรใหม่ 49 ถนนนิมิตรใหม่ แขวงสามวาตะวันออก เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร

ที่เกิดเหตุเป็นอาคารที่พักอาศัยอยู่เเถวบริษัทผลิตเเละจำหน่ายซองกันกระแทกหรือซองเอกสารกันกระแทก มีรั้วรอบขอบชิดเนื้อที่ 100 ตารางวา แบ่งเป็นตัวบ้าน 2 ชั้น 50 ตารางวา อีก 50 ตารางวา ทำเป็นโกดังชั้นเดียวทรงสูง ในส่วนที่เป็นโกดัง พบว่ากำลังลักลอบผลิตครีมเถื่อน หลายรายการ และยังพบอุปกรณ์การผลิต หม้อผสม และพบวัตถุดิบที่เป็นสารห้ามใช้ในเครื่องสำอาง เช่น สเตอรอยด์ จำนวนมาก

ด้านนายแพทย์ธเรศ กล่าวว่า จากการตรวจค้น พบว่ามีสารต้องห้ามใช้ อาทิ สารปรอท สเตอรอยด์ และยังพบเครื่องสำอางค์ปลอม เครื่องสำอางค์ไม่ได้จดแจ้ง ประมาณ 30 รายชื่อการค้า ทั้งนี้ทาง อย.ได้ทำเอกสารเผยแพร่ เป็นแผ่นพับ ประชาสัมพันธ์ ว่าเครื่องสำอางค์มีชื่อ ยี่ห้อใดบ้าง และมีอันตรายอย่างไร

อย.พยายามติดตาม หาเบาะแส จากผู้แจ้ง ทางสายด่วน 1556 ขณะนี้ผู้บริโภค สามารถเข้าไปที่แอพพลิเคชั่น เช็คตรวจเลข อย. ดาวน์โหลด ฟรี เมื่อดาวน์โหลดแล้ว สามารถแสกน ตรวจสอบได้ทันที และแนะนำว่า การเลือกซื้อ ให้เลือกยี่ห้อที่เชื่อถือได้ ให้ดูฉลาก เลขจดแจ้ง 10 หลัก และให้ดูว่า มีที่อยู่ที่ผลิตที่ชัดเจน และให้ขอเอกสารการซื้อขายเป็นหลักฐาน เพื่อมาดำเนินคดีภายหลัง

ส่วนวิธีการตรวจสอบด้วยตัวเอง ให้นำมาทาที่ใต้ท้องแขน เป็นเวลา 24 ช.ม. หากเป็นของปลอม และมีสารต้องห้ามใช้ จะขึ้นผื่น ปวดแสบปวดร้อน บวม อย่างไรก็ตาม หากไม่มั่นใจให้ส่งตรวจสอบ ที่สาธรณสุขทุกจังหวัด

สำหรับแหล่งที่พบว่านำไปขาย จะเป็นตามตลาดนัด แผงลอย ตามส่วนภูมิภาค จะขายในราคาถูก ซึ่งอันตรายจากเครื่องสำอางค์ปลอม ผสมสารต้องห้าม บางรายจะสะสมในร่างกาย มีผลกับปลายเส้นประสาทอักเสบ

บางราย ทำให้ไตเสื่อม บางรายที่ใช้สารทำให้ขาว กลับทำให้หน้าด่างถาวร รักษาไม่หาย สารทำให้ขาวเหล่านี้ เบื้องต้นจะทำให้ได้ผลเร็ว แต่ระยะยาวผผิวจะแตกลายงาถาวร แก้ไขไม่ได้ ส่วนเว็บที่ขายเครื่องสำอางค์ออนไลน์ จะประสาน ตำรวจ กับกระทรวงดิจิทัลฯปิดเว็บต่อไป

ด้าน พ.ต.อ.ศิร์ธัชเขต กล่าวถึงมูลค่าของกลางที่จับได้ว่า มีมูลค่าประมาณ 10 ล้านบาท เบื้องต้นจับกุม จับกุมนายสกนท์ หงษ์หาด อายุ 37 ปี แจ้งข้อหาดำเนินคดี

ตามพระราชบัญญัติ เครื่องสําอาง พ.ศ. 2558 ข้อหา “ผลิตเครื่องสำอางค์ไม่จดแจ้ง ผลิตเครื่องสำอางค์ที่แสดงฉลากไม่ครบถ้วน ทำให้เข้าใจผิด” ข้อหา “มีเครื่องสำอางค์ปลอมที่ไม่ปลอดภัย” มีโทษจำคุก 5 ปี ปรับห้าแสน หรือทั้งจำทั้งปรับ

จากการสอบสวนรับสารภาพว่าทำมาประมาณ 1 ปี จากนี้จะนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางดำเนินคดีที่ ผบก.ปคบ. ต่อไป

ญาติร่ำไห้รับศพ “ผอ.ร.พ.สต.” ผูกคอดับ สั่งเสียให้เปิดเพลงนี้..ในงานศพ

ญาติร่ำไห้รับศพ “ผอ.ร.พ.สต.” ผูกคอดับ สั่งเสียให้เปิดเพลงนี้..ในงานศพ เผยเหตุคิดสั้น

จากกรณี นายพงศ์ชิรการ ปีกรอด หรือหมอเชษ อายุ 45 ปี ผอ.รพ.สต.หอกลอง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก ผูกคอเสียชีวิต บริเวณทุ่งนาใกล้คลองน้ำทิ้ง ริมถนนสายเลี่ยงเมือง สี่แยกบ้านกร่าง ต.บ้านกร่าง อ.เมือง จ.พิษณุโลก ทิ้งจดหมายลาตายไว้ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุดวันที่ 25 ต.ค. ที่อาคารเก็บศพแผนกนิติเวช ร.พ.พุทธชินราช อ.เมือง จ.พิษณุโลก น.ส.ภัคจิรา โท้แก้ว อายุ 56 ปี พี่สาวพร้อมด้วยญาติและเพื่อนๆ ของนายพงศ์ชิรการ ได้เดินทางมาติดต่อเพื่อขอรับศพไปบำเพ็ญกุศล ซึ่งมีการจุดธูปอัญเชิญดวงวิญญาณก่อนเคลื่อนย้ายไปตั้งสวดพระอภิธรรมที่วัดช่างเหล็กที่อยู่ก่อนถึงโรงงานผลิตเเละจำหน่ายสายรัดพลาสติก สายรัดกล่องกระดาษรายใหญ่ ต.ท่างาม อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้าเสียใจของผู้ที่ทราบข่าวร้ายในครั้งนี้เป็นอย่างมาก

น.ส.ภัคจิรา กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า ตนไม่เคยรู้มาก่อนว่าหมอเชษ จะป่วยเป็นโรคร้ายเพราะไม่เคยพูดเรื่องส่วนตัวให้ที่บ้านฟัง เนื่องจากอาจจะกลัวว่าแม่ที่แก่ชราภาพด้วยวัยกว่า 80 ปี จะคิดมากจนเครียดวิตกกังวล ซึ่งระยะหลังหมอเชษมักไม่ชอบกลับบ้านจะนอนที่บ้านของป้าที่สนิทนับถือกันเป็นญาติ แต่ก็จะกลับมาเยี่ยมแม่อยู่เป็นประจำ หาเงินมาเลี้ยงดูจุนเจือครอบครัว ถือว่าเป็นเสาหลักของบ้าน

เมื่อมาทราบข่าวว่าหมอเชษผูกคอ สร้างความตกใจและเสียใจให้กับครอบครัวอย่างยิ่ง เพราะไม่มีลางบอกเหตุใดๆ เลย และไม่พบบาดแผลร่องรอยการถูกทำร้าย ทางครอบครัวไม่ติดใจในสาเหตุการตาย ทั้งนี้จะนำร่างไปตั้งสวดพระอภิธรรมเป็นเวลา 3 คืน ก่อนจะฌาปนกิจต่อไป

ด้าน น.ส.ลำพึง สุทธิศักดิ์ อายุ 69 ปี ซึ่งหมอเชษนับถือเหมือนญาติแท้ๆ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้หมอเชษเป็น ผอ.รพ.สต.ดงประคำ ก่อนจะย้ายมาเป็น ผอ.รพ.สต.หอกลอง ถือว่าทำงานด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจจนเป็นที่รักใคร่ของเพื่อนฝูง ลูกน้อง และชาวบ้านในพื้นที่ที่เดินทางมารักษาอาการเจ็บป่วย

ตนกับหมอเชษจะสนิทกันมากและพักอาศัยอยู่ด้วยกัน มีปัญหาเรื่องใดมักจะมาปรึกษาพูดคุยระบายให้ฟังอย่างเปิดอก กระทั่งระยะหลังเมื่อ 1 เดือนนี้ หมอเชษบ่นตลอดว่าปวดขาข้างขวาช่วงสะโพกลงไปถึงน่อง ปวดเข้าไปจนถึงกระดูกข้างในจนเดินเหินลำบากต้องใช้ไม้ค้ำพยุงตัว

สุดท้ายเมื่อวันที่ 21 ต.ค. ที่ผ่านมา จึงตัดสินใจพากันไปให้แพทย์ตรวจรักษาและวินิจฉัยโรคอย่างละเอียดที่คลินิกแห่งหนึ่ง โดยเข้าเครื่องดัชนีมวลกลาย (BMI) ปรากฏว่าตรวจพบชิ้นเนื้อร้ายที่ขาข้างขวา หรือเรียกว่าเป็นมะเร็งก้อนเนื้อ ต้องเข้ารับการให้คีโมและฉายแสง ทำให้หมอเชษเครียดคิดมาก กินไม่ได้นอนไม่หลับ อาจจะท้อแท้กับชีวิตที่เหลืออยู่ ก่อนจะหายออกไปจากบ้านเป็นเวลาถึง 3 วัน

จึงโทรสอบถามว่าไปอยู่ที่ไหนก็ได้รับคำตอบว่าเดินทางเข้ามาใน อ.เมืองพิษณุโลก เพื่อมาเปิดโรงแรมพักผ่อน จนสุดท้ายมาทราบจากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าหมอเชษคิดสั้นตัดสินใจขับรถเก๋งมาจอดไว้ที่ลานดินเปลี่ยวๆ ผูกคอตนเองกับต้นฉำฉาจนเสียชีวิตดังกล่าว

นอกจากนี้หมอเชษยังมีความสามารถเคยเป็นนักกีฬาวอลเลย์บอลตัวเยาวชน จ.พิษณุโลก และเป็นนักวอลเลย์บอลสังกัดสำนักงานสาธารณสุข เขต 2 ส่วนข้อความที่ระบุในจดหมายลาตายว่า “รักจริงให้ติงนัง” ซึ่งเป็นบทเพลงของนักร้องลูกทุ่งชื่อดัง “รุ่ง สุริยา” นั้นเป็นเพราะหมอเชษชอบร้องและฟังเพลงนี้เป็นอย่างมาก ปกติเป็นคนร่าเริงแจ่มใสสนุกสนานครื้นเครง มักพูดหยอกล้อกับตนว่าหากวันใดต้องตายก็ขอให้เปิดเพลงนี้ในงานศพด้วย และขออย่าให้โศกเศร้าเสียใจกันเลย ซึ่งตนก็ไม่คาดคิดว่าจะเกิดเรื่องหดหู่เช่นนี้ขึ้นจริง

รถสูงขาไม่ถึง! ป้าวัย 51 ขี่จยย.วิบากล้มโดนรถตามหลังทับหัวดับคาถนน

วันที่ 9 ต.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ช้างเผือก จ.เชียงใหม่ รับแจ้งอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เสียหลักล้ม ทำให้ผู้ขับขี่ถูกรถทับเสียชีวิตคาที่กลางถนนรัตนโกสินทร์ ใกล้สี่แยกที่นอนปีนัง อ.เมือง จ.เชียงใหม่ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมหน่วยกู้ภัย

ที่เกิดเหตุพบศพ นางณัฐพิมล พรหมวงศ์ศา อายุ 51 ปี บ้านอยู่ ต.วัดเกต อ.เมือง จ.เชียงใหม่ นอนเสียชีวิตอยู่กลางถนน มีบาดแผลถูกล้อรถทับที่ศีรษะและลำตัว ใกล้กันมีรถจักรยานยนต์คาวาซากิเคแอลเอ็กซ์ 150 ซีซี แบบวิบาก สีเขียว-ขาว ทะเบียน 2 กฆ 9133 เชียงใหม่ ล้มคว่ำอยู่ ส่วนรถคู่กรณีหลบหนีไป

สอบสวนพยานให้การว่า ก่อนเกิดเหตุเห็นผู้ตายขี่รถจักรยานยนต์กำลังจะเลี้ยวเข้าซอยบริเวณหน้าร้านจำหน่ายกล่องใส่เมล่อน รับสกรีนกล่องเมล่อนรายใหญ่ แต่ปรากฏว่ามีรถจักรยานยนต์ตัดหน้าทำให้ต้องเบรกกะทันหัน และรถที่ขี่อยู่สูงจึงล้มลงกับพื้นและถูกรถสี่ล้อเหลืองที่ขับตามหลังมาทับเข้าที่ศีรษะและลำตัวแล้วหลบหนีไป โดยมีพลเมืองดีไล่ติดตามไปแต่ไม่ทัน

จากนั้นเจ้าหน้าที่นำศพส่งชันสูตร ก่อนเร่งติดตามตัวคนขับรถสี่ล้อเหลือง มาสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ออกหมายจับแล้ว! รปภ.ทุบหัวหนุ่ม ฆ่ายัดกระสอบ-สะกดวิญญาณ ระดมตร.ล่า

ออกหมายจับแล้ว เพื่อนสนิท ทุบหัวหนุ่ม ฆ่ายัดกระสอบ ก่อนนำศพไปทิ้งข้างบ่อบำบัดน้ำเสีย และทำพิธีสะกดวิญญาณ เผยปมฆ่าโหด ระดมกำลังตำรวจไล่ล่า “บิ๊กแป๊ะ” กำชับทำทุกอย่างให้รอบครอบ รวดเร็ว และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

จากกรณีคนร้ายก่อเหตุทุบหัวหนุ่ม ฆ่ายัดกระสอบ ก่อนนำไปทิ้งข้างบ่อบำบัดเสีย และทำพิธีสะกดวิญญาณ ในพื้นที่สภ.สำโรงเหนือ บริเวณบ่อบำบัดน้ำเสียย่อยสำโรงเหนือที่อยู่เเถวโรงงานผลิตเเละจำหน่ายเทปใส สก๊อตเทปใสคุณภาพดีรายใหญ่ กรมควบคุมมลพิษ ถนนปู่เจ้าสมิงพราย ซอย 2 ต.เทพารักษ์ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ กระทั่ง ตรวจพบเป็นศพของ นายถาวร เขจรสาย อายุ 53 ปี เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย

ล่าสุดเมื่อวันที่ 3 ต.ค. พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เปิดเผยถึงความคืบหน้า ว่าได้รับรายงานเพิ่มเติมจาก สภ.สำโรงเหนือ ว่าพนักงานสอบสวนได้รวบรวมหลักฐานและยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อออกหมายจับ นายสมชาย แก้วอ่อน อายุ 66 ปี ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุ และศาลได้อนุมัติแล้วลงวันที่ 2 ต.ค. 2561 ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ซ่อนเร้น หรือทำลายศพ หรือส่วนของศพ เพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย

พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ผู้ต้องหาอยู่ระหว่างการหลบหนี โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้ระดมกำลังออกติดตามเพื่อจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ เบื้องต้นสันนิษฐานว่าการก่อเหตุครั้งนี้คาดว่ามาจากปัญหาการทะเลาะส่วนตัวของผู้ต้องหายและผู้ตาย แต่เจ้าหน้าที่ก็ยังไม่ได้ตัดประเด็นใดทิ้งไป อย่างไรก็ตาม ขณะนี้พนักงานสอบสวนรอผลการชันสูตรพลิกศพจากแพทย์ และผลตรวจวัตถุพยานจากพิสูจน์หลักฐานเพื่อประกอบคดี

รองโฆษก ตร. กล่าวอีกว่า ตนได้รายงานให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. รับทราบแล้ว ท่านได้กำชับพนักงานสอบให้ดำเนินการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน อย่างตรงไปตรงไปมา ด้วยความรอบครอบ รวดเร็ว เป็นธรรมสำหรับทุกฝ่าย อาศัยพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เป็นสำคัญ พร้อมทั้งฝ่ายสืบสวนให้เร่งรัดติดตามจับกุมตัวคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฏหมายโดยเร็ว เพื่อเยียวยาความเสียหาย และสร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคม

ทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชน มีข้อมูลหรือพบเบาะแสสำคัญที่เกี่ยวข้องกับคนร้ายในคดีดังกล่าว สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่ สภ.โรงเหนือ หมายเลขโทรศัพท์ 0-2758-4925 และ ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) หมายเลขโทรศัพท์ 1599