ญาติร่ำไห้รับศพ “ผอ.ร.พ.สต.” ผูกคอดับ สั่งเสียให้เปิดเพลงนี้..ในงานศพ

ญาติร่ำไห้รับศพ “ผอ.ร.พ.สต.” ผูกคอดับ สั่งเสียให้เปิดเพลงนี้..ในงานศพ เผยเหตุคิดสั้น

จากกรณี นายพงศ์ชิรการ ปีกรอด หรือหมอเชษ อายุ 45 ปี ผอ.รพ.สต.หอกลอง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก ผูกคอเสียชีวิต บริเวณทุ่งนาใกล้คลองน้ำทิ้ง ริมถนนสายเลี่ยงเมือง สี่แยกบ้านกร่าง ต.บ้านกร่าง อ.เมือง จ.พิษณุโลก ทิ้งจดหมายลาตายไว้ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุดวันที่ 25 ต.ค. ที่อาคารเก็บศพแผนกนิติเวช ร.พ.พุทธชินราช อ.เมือง จ.พิษณุโลก น.ส.ภัคจิรา โท้แก้ว อายุ 56 ปี พี่สาวพร้อมด้วยญาติและเพื่อนๆ ของนายพงศ์ชิรการ ได้เดินทางมาติดต่อเพื่อขอรับศพไปบำเพ็ญกุศล ซึ่งมีการจุดธูปอัญเชิญดวงวิญญาณก่อนเคลื่อนย้ายไปตั้งสวดพระอภิธรรมที่วัดช่างเหล็กที่อยู่ก่อนถึงโรงงานผลิตเเละจำหน่ายสายรัดพลาสติก สายรัดกล่องกระดาษรายใหญ่ ต.ท่างาม อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้าเสียใจของผู้ที่ทราบข่าวร้ายในครั้งนี้เป็นอย่างมาก

น.ส.ภัคจิรา กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า ตนไม่เคยรู้มาก่อนว่าหมอเชษ จะป่วยเป็นโรคร้ายเพราะไม่เคยพูดเรื่องส่วนตัวให้ที่บ้านฟัง เนื่องจากอาจจะกลัวว่าแม่ที่แก่ชราภาพด้วยวัยกว่า 80 ปี จะคิดมากจนเครียดวิตกกังวล ซึ่งระยะหลังหมอเชษมักไม่ชอบกลับบ้านจะนอนที่บ้านของป้าที่สนิทนับถือกันเป็นญาติ แต่ก็จะกลับมาเยี่ยมแม่อยู่เป็นประจำ หาเงินมาเลี้ยงดูจุนเจือครอบครัว ถือว่าเป็นเสาหลักของบ้าน

เมื่อมาทราบข่าวว่าหมอเชษผูกคอ สร้างความตกใจและเสียใจให้กับครอบครัวอย่างยิ่ง เพราะไม่มีลางบอกเหตุใดๆ เลย และไม่พบบาดแผลร่องรอยการถูกทำร้าย ทางครอบครัวไม่ติดใจในสาเหตุการตาย ทั้งนี้จะนำร่างไปตั้งสวดพระอภิธรรมเป็นเวลา 3 คืน ก่อนจะฌาปนกิจต่อไป

ด้าน น.ส.ลำพึง สุทธิศักดิ์ อายุ 69 ปี ซึ่งหมอเชษนับถือเหมือนญาติแท้ๆ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้หมอเชษเป็น ผอ.รพ.สต.ดงประคำ ก่อนจะย้ายมาเป็น ผอ.รพ.สต.หอกลอง ถือว่าทำงานด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจจนเป็นที่รักใคร่ของเพื่อนฝูง ลูกน้อง และชาวบ้านในพื้นที่ที่เดินทางมารักษาอาการเจ็บป่วย

ตนกับหมอเชษจะสนิทกันมากและพักอาศัยอยู่ด้วยกัน มีปัญหาเรื่องใดมักจะมาปรึกษาพูดคุยระบายให้ฟังอย่างเปิดอก กระทั่งระยะหลังเมื่อ 1 เดือนนี้ หมอเชษบ่นตลอดว่าปวดขาข้างขวาช่วงสะโพกลงไปถึงน่อง ปวดเข้าไปจนถึงกระดูกข้างในจนเดินเหินลำบากต้องใช้ไม้ค้ำพยุงตัว

สุดท้ายเมื่อวันที่ 21 ต.ค. ที่ผ่านมา จึงตัดสินใจพากันไปให้แพทย์ตรวจรักษาและวินิจฉัยโรคอย่างละเอียดที่คลินิกแห่งหนึ่ง โดยเข้าเครื่องดัชนีมวลกลาย (BMI) ปรากฏว่าตรวจพบชิ้นเนื้อร้ายที่ขาข้างขวา หรือเรียกว่าเป็นมะเร็งก้อนเนื้อ ต้องเข้ารับการให้คีโมและฉายแสง ทำให้หมอเชษเครียดคิดมาก กินไม่ได้นอนไม่หลับ อาจจะท้อแท้กับชีวิตที่เหลืออยู่ ก่อนจะหายออกไปจากบ้านเป็นเวลาถึง 3 วัน

จึงโทรสอบถามว่าไปอยู่ที่ไหนก็ได้รับคำตอบว่าเดินทางเข้ามาใน อ.เมืองพิษณุโลก เพื่อมาเปิดโรงแรมพักผ่อน จนสุดท้ายมาทราบจากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าหมอเชษคิดสั้นตัดสินใจขับรถเก๋งมาจอดไว้ที่ลานดินเปลี่ยวๆ ผูกคอตนเองกับต้นฉำฉาจนเสียชีวิตดังกล่าว

นอกจากนี้หมอเชษยังมีความสามารถเคยเป็นนักกีฬาวอลเลย์บอลตัวเยาวชน จ.พิษณุโลก และเป็นนักวอลเลย์บอลสังกัดสำนักงานสาธารณสุข เขต 2 ส่วนข้อความที่ระบุในจดหมายลาตายว่า “รักจริงให้ติงนัง” ซึ่งเป็นบทเพลงของนักร้องลูกทุ่งชื่อดัง “รุ่ง สุริยา” นั้นเป็นเพราะหมอเชษชอบร้องและฟังเพลงนี้เป็นอย่างมาก ปกติเป็นคนร่าเริงแจ่มใสสนุกสนานครื้นเครง มักพูดหยอกล้อกับตนว่าหากวันใดต้องตายก็ขอให้เปิดเพลงนี้ในงานศพด้วย และขออย่าให้โศกเศร้าเสียใจกันเลย ซึ่งตนก็ไม่คาดคิดว่าจะเกิดเรื่องหดหู่เช่นนี้ขึ้นจริง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *