คลังเก็บผู้เขียน: admin

ด.ญ.วัย 12 ถูกมาเฟียลวงไปขืนใจ-ขังนาน 5 วัน ครอบครัวผวาตัดสินใจหนี

ลูกสาววัย 12 ปี ถูกหนุ่มข้างบ้านลวงไปขืนใจ 5 วัน ซ้ำยังข่มขู่ ครอบครัวผวาหอบข้าวของหนี ล่ามแฉคนร้ายเคยก่อเหตุคล้ายกันนี้มาแล้ว แต่รอดเพราะมีพฤติกรรมมาเฟีย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (27 พ.ค.) ครอบครัวแรงงานชาวเมียนมาเข้าแจ้งความ ที่ สภ.ทุ่งตะโก อ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร ว่า ลูกสาววัย 12 ปี ชาวเมียนมา ถูก นายอู วัย 35 ปี เพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นชาวเมียนมาเช่นกัน หลอกอ้างพาไปเที่ยวและหางานทำ แต่กลับพาไปขังในบ้านและข่มขืนนานถึง 5 วัน ก่อนนำตัวมาทิ้งไว้ที่สถานีรถไฟปากตะโก

ล่าสุด วันนี้ (28 พ.ค.) ครอบครัวของเด็กหญิงวัย 12 ปี ได้หลบหนีออกจากพื้นที่ที่อาศัยเดิม มาขออยู่ในบ้านพักของเพื่อนชาวเมียนมาในสวนทุเรียนแห่งหนึ่งหลังโรงงานกล่องกระดาษ กล่องกระดาษสำเร็จรูป ในต่างตำบลของ อ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร ซึ่งห่างจากไปกว่า 20 กิโลเมตร เนื่องจากเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย

ผู้สื่อข่าวพร้อมกับ นายโจ ซึ่งอาสาเป็นล่าม จึงได้เดินทางไปพบกับ นายชัย อายุ 38 ปี และ นางชู อายุ 37 ปี และลูกสาววัย 12 ปี นั่งอยู่บริเวณเพิงพักหน้าบ้านปูนชั้นเดียว ซึ่งเป็นบ้านพักของเพื่อนแรงงานชาวเมียนมาด้วยกัน ที่นายจ้างได้ให้อาศัยอยู่ภายในสวนทุเรียน ซึ่งทั้งหมดอยู่ในสภาพอิดโรย และยังเสียขวัญกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

นายชัยและนางชู พ่อแม่ของเด็กหญิงวัย 12 ปี เล่าว่า หลังจากที่เกิดเหตุการณ์ตนเองได้นำลูกสาวไปแจ้งความกับทางตำรวจ และต่อมาก็มีข่าวว่านายอูจะแก้แค้นครอบครัวตนที่นำเรื่องไปแจ้งความกับตำรวจ ทำให้ตนเองหวั่นกลัวเป็นอย่างมาก เนื่องจากทราบว่านายอูมีอิทธิพลมาก และคอยดูแลกลุ่มแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาที่เข้ามาทำงานใน จ.ชุมพร โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.หลังสวน และ อ.ทุ่งตะโก

เมื่อเป็นเช่นนั้นจึงได้ขนข้าวขนของที่จำเป็นมาขออาศัยเพื่อนชาวเมียนมา ซึ่งอยู่ใน จ.ทวาย ด้วยกัน เพื่อหลบซ่อนตัวก่อน ตอนนี้ยอมรับว่าหวาดผวาอย่างมาก เกรงว่าจะไม่ปลอดภัย จึงอยากให้ทางตำรวจเร่งไล่ล่าเพื่อจับกุมตัวนายอู มาดำเนินคดีโดยไว   

นายโจ ผู้เป็นล่าม ยังบอกว่า ที่ผ่านมา นายอู เคยกระทำในลักษณะนี้มาครั้งหนึ่งแล้ว ครั้งนั้นเป็นลูกสาวของเพื่อนชาวเมียนมาเช่นกัน และอายุก็ไล่เลี่ยกัน แต่ทางครอบครัวของผู้เสียหายไม่กล้าไปแจ้งความเพราะเกรงกลัวจะถูกนายอูพาตำรวจมาจับ และนายอูเองก็เคยเป็นล่ามให้กับทางตำรวจด้วย จึงทำให้นายอูไม่เกรงกลัวอะไร ทำตัวเป็นมาเฟียข่มขู่แรงงานต่างด้าวชาวเมียนมามาตลอดอีกด้วย

ตะลึงทั้งวัด! งูเหลือมนอนขดล้อมเต่าลวดลายเดียวกัน นอนนิ่งหันหน้าหากุฏิเจ้าอาวาส

งูเหลือมนอนขดล้อมเต่า บนตัวมีลวดลายเดียวกัน นอนนิ่งหันหน้าหากุฏิเจ้าอาวาส คาดหนีร้อนไฟป่ามาพึ่งเย็น

(24 พ.ค.63) เมื่อเวลา 15.00 น. กู้ชีพกู้ภัยพิทักษ์กาญจน์แม่สอด รับการประสานจากพระครูสีพัน ฐิตตมโน เจ้าอาวาสวัดหนองบัวบูรพาตรงข้ามโรงงาน กล่องคราฟท์ กล่องกระดาษคราฟท์ หมู่ 7 ต.แม่ปะ อ.แม่สอด จ.ตาก ให้มาช่วยจับสัตว์เลื้อยคลานภายในวัดด้วย จึงนำกำลังและเครื่องมือไปที่เกิดเหตุ

ขณะที่พระครูสีพัน ฐิตตมโน เจ้าอาวาสบอกทีเล่นทีจริงว่างูกับเต่าคลาดและเลื้อยเข้ามาทางหลังวัดตั้งแต่เช้ามานอนขดอยู่หน้ากฏิ ก็กล้าๆ กลัวๆ ว่ามันจะทำร้าย แต่ก็ไม่เห็นมันเลื้อยไปไหนหลายชั่วโมง 

จุดเกิดเหตุอยู่หน้ากุฏิเจ้าอาวาส พบพระและฆราวาสหลายคนกำลังมุงดูสิ่งแปลกประหลาด มีงูเหลือมตัวเขื่องยาวกว่า 2 เมตร นอนขดตัวหันหัวไปหน้ากุฏิ และที่แปลกไปอีกมีเต่าดอยสีและลายเดียวกันกับงูเหลือมนอนสงบนิ่งอยู่กลางวงล้อมของงูในสภาพหันหัวไปทางกุฏิเช่นเดียวกัน

กู้ภัยใช้เครื่องมือเข้าไปจับเจ้างูเหลือมก็นอนสงบนิ่งให้จับพร้อมกับเต่าที่ไม่ยอมคลานไปไหน ผิดกับเต่าโดยทั่วๆ ไปคาดว่าเป็นเต่าทีมีคนนำมาปล่อยป่าเพราะตามกระดองมีเขียนลวดลายสักยันต์ และใต้ท้องยังมีตัวเลขเขียนไว้ 3 ตัว คือเลข 408  ซึ่งหลังจับแล้วจะนำไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติต่อไป ส่วนสาเหตุเต่าและงูเหลือมคลานมาหลบร้อนในวัด คาดว่าวานนี้มีไฟป่าเกิดขึ้นใกล้วัดถึง 2 แห่ง คาดว่าคงหนีร้อนมาพึ่งเย็นภายในวัดที่ร่มรื่น ภายใต้ธรรมชาติต้นหมากรากไม้เต็มวัด รวมทั้งรูปปั้นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆมากมาย

ชวนขนลุก! พบห่อผ้ายันต์มัดสายสิญจน์โผล่กลางสระ พระเผยสะกดวิญญาณ

กรณีนายนิคม ชุนรัมย์ อายุ 40 ปี ชาว อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ไปตกปลาข้างสระน้ำโบราณด้านหลังโรงงานผลิต โฟมกันกระแทก,โฟมกันรอย อ.นางรอง แล้วเจอห่อผ้าแดงปริศนาเหมือนเป็นการเล่นของลอยน้ำมา ก่อนแจ้งให้เจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบ เหตุเกิดเมื่อช่วงเย็นวันที่ 21 เม.ย. ที่ผ่านมานั้น

ต่อมาตำรวจ สภ.นางรอง อ.นางรอง และหน่วยกู้ภัยสยามรวมใจปู่อินทร์ นางรอง เข้าไปตรวจสอบ โดยหน่วยกู้ภัยสยาม ลงสระน้ำไปหยิบห่อผ้าสีแดงดังกล่าวขึ้นมา เมื่อแกะห่อผ้าดู พบมีธูป 1 กำ เทียนสีเหลืองเล่มเล็กกว่า 10 เล่ม ดอกไม้ เงินเหรียญบาท จำนวน 10 เหรียญ และมะนาวผ่าครึ่งลูกอีกจำนวนหนึ่ง หน่วยกู้ภัยและเจ้าหน้าที่ตำรวจทำได้เพียงถ่ายภาพไว้เป็นหลักฐานแล้วห่อผ้าแดงวางลงในน้ำคืน

สร้างความมึนงงและสงสัยให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก หน่วยกู้ภัยจึงตัดสินใจโทรศัพท์สอบถาม พระครูปลัดวิชาญธรรมโชโค วัดป่าโคกปราสาท ต.หนองปล่อง อ.ชำนิ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งมีความรู้ด้านนี้ โดยพระครูปลัดพูดไว้เป็น 2 ข้อ คือ 1.เป็นห่อสะกดวิญญาณคนที่ตายจากการถูกฆาตกรรม คนที่ก่อเหตุเขาใช้มะนาว และผ้ายันต์ปิดธาตุทวารไม่ให้ออกไปไหน เมื่อจิตออกไปไหนไม่ได้ ก็จะไปออกมาบอกคนอื่นว่า ตนถูกใครกระทำได้

2.อาจจะเป็นคนที่มีญาติพี่น้องเล่นไสยศาสตร์ แล้วบุคคลนั้นเสียชีวิต ทายาทจะทำพิธีแบบนี้เพื่อไม่ให้ไสยศาสตร์นั้นมาเข้าตัวญาติพี่น้องหรือทายาท โดยใช้มะนาวซึ่งเป็นความเชื่อว่าให้คุณไสยจืดจางเป็นการสะกดวิญญาณไว้

นายนิคม ชุนรัมย์ คนตกเบ็ดที่พบคนแรก เล่าว่า ปกติตนจะมาตกเบ็ดบริเวณนี้เป็นประจำ ซึ่งได้มาตกจุดนี้เป็นวันที่สองแล้ว วันแรกไม่เจอ สาเหตุที่แจ้งเจ้าหน้าที่เพราะตนเห็นเป็นผ้าที่ผิดปกติ ผ้าสีแดงแต่เป็นเหมือนผ้าแดงมีลายยันต์ และมีสายสิญจน์พันเอาไว้

อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ชาวบ้านใน อ.นางรอง ยังวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆนานาว่า สระแห่งนี้เป็นสระเก่าแก่ ไม่เคยมีเรื่องลักษณะนี้มาก่อน ทำไมถึงมามีเรื่องตอนที่มีโรคโควิด-19 ระบาดอยู่ในขณะนี้ วอนหากคนที่เป็นเจ้าของห่อผ้าสีแดง ออกมาเปิดถึงให้ชาวบ้านรับรู้ ผ่านทางไหนก็ได้ เพื่อชาวบ้านจะได้เข้าใจและสบายใจ

นายหน้าที่ดินยิงตัวดับ เผยปมสลด เครียดไม่ได้ออกจากบ้าน หวั่นรับเชื้อโควิด

วันที่ 30 มี.ค. ร.ต.อ.อุทิศ เหล่าหา รองสารวัตรสอบสวน สภ.บางเลน จ.นครปฐม รับแจ้งว่ามีผู้ถูกอาวุธปืนยิงเสียชีวิต เหตุเกิดภายในบ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่ ต.นราภิรมย์ อ.บางเลน หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมชุดสืบสวน สภ.บางเลน แพทย์เวรโรงพยาบาลบางเลน เจ้าหน้าที่มูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์นครปฐม กองพิสูจน์หลักฐาน7

ที่เกิดเหตุชั้นล่างภายในห้องนอน พบศพนายอุทัย (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 66 ปี สภาพศพนั่งเสียชีวิตอยู่ สภาพไม่สวมเสื้อ สวมกางเกงขาสั้นสีขาว ศีรษะเอนไปทางด้านซ้ายเล็กน้อย พบบาดแผลถูกยิงเข้าที่ขมับขวา 1 นัด นอกจากนี้ยังพบอาวุธปืนลูกโม่ขนาด .22 ตกอยู่ที่บริเวณหว่างขา เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ที่พื้นยังพบกองเลือด และมุ้งลวดหน้าต่างยังพบรอยกระสุนที่กระเด็นออกไป คาดเสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 12 ชั่วโมง

จากการสอบถามภรรยาของผู้เสียชีวิต ทราบว่า นายอุทัยเจ้าของร้าน กล่องกระดาษ,กล่องกระดาษออนไลน์ ปกติในทุกวันจะต้องออกไปพบเจอเพื่อน ๆ ตามร้านค้าขายของชำในหมู่บ้านบ้าง หรือไม่ก็ไปนั่งพูดคุยกับเพื่อนตามศาลาวัดบ้าง แต่ช่วงนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด19 ซึ่งภรรยาเป็นห่วงสุขภาพ จึงไม่อยากให้ออกไปไหนมาไหนในช่วงนี้ จึงร้องขอให้อยู่บ้านไม่ให้ออกไปเพราะกลัวจะไปติดเชื้อโรคเข้ามา

ช่วงเวลา 19.00 น. วันที่ 29 มี.ค. ที่ผ่านมา ได้มีปากเสียงทะเลาะกันดัง จนพูดกันไม่รู้เรื่อง นายอุทัย ได้เอ่ยปากขู่มาว่าจะยิงตัวตาย แล้วเดินเข้าห้องนอนไป โดยที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะยิง ขณะนั้นได้ยินเสียงดังคล้ายกับทำลายข้าวของ มีเสียกระจกแตก

ภรรยาก็ไม่กล้าเข้าหาเพราะคิดว่ายังโกรธและเครียดอยู่ จึงได้ออกไปนอนที่บ้านลูกชาย และกลับเข้ามาดูคนงานตัดผักขายหน้าบ้านเมื่อช่วง 03.00 น. และไปแอบมองที่ช่องหน้าต่างเห็นว่า นายอุทัย นั่งอยู่ที่พื้นปลายเตียง จึงเข้าใจว่านั่งหลับอยู่

จนตอนสาย 09.30 น. ลูกชายเข้ามาหาที่บ้าน แล้วเดินไปเปิดประตูห้องนอนพบว่าลูกบิดประตูถูกล็อก เคาะประตูเรียกก็ไม่ออกมาเปิด ไม่มีเสียงตอบรับใด ๆ จึงช่วยกันงัดเปิดประตูห้องเข้าไปพบว่าใช้อาวุธปืนยิงตัวเองเสียชีวิตแล้ว

เบื้องต้นสันนิษฐานว่า ผู้ตายน้อยใจที่ถูกห้ามไม่ให้ออกจากบ้าน โดยไม่เข้าใจว่าภรรยาเป็นห่วงเรื่องสุขภาพ กับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส จึงตัดสินใจยิงตัวตายดังกล่าว

สาว2แทงดับ หนุ่มอุบล ฉุนฝากกดเงินบัตรคนจน ดันเอาไปซื้อเหล้ากินหมด

เมื่อเวลา 20.15 น. วันที่ 19 มี.ค. ร.ต.ท.หญิง จริยา ทองย้อย รองสารวัตรสอบสวน สภ.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุมีชายถูกอาวุธมีดแทงเสียชีวิต หน้าบ้านเลขที่ 39/26 ม.4 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ

หลังรับแจ้งได้รุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.ปัญญา คำเล็ก ผกก.สภ.สัตหีบ พ.ต.ท.สันติ ชูเชิด รอง ผกก.ส.ส. และ พ.ต.ท.สุพรรณ ใจหาญ สว.สส. พร้อมแพทย์เวร รพ.สัตหีบ กม.10 หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถาน

ที่เกิดเหตุพบศพนายเสถียร ธรรมมาทอง อายุ 49 ปีลูกจ้างร้านจำหน่าย ถุงแก้วเทปกาว,ถุงแก้วฝากาว ภูมิลำเนา จ. อุบลราชธานี ในสภาพนอนคว่ำหน้า จมกองเลือดข้างโต๊ะ ม้าหิน ตรวจสอบมีแผลถูกแทงที่ลำคอข้างขวาจำนวน 1แผล

ตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุ พบมีดปอกผลไม้ปลายแหลมความยาวประมาณ 4 นิ้ว ถูกทิ้งในกระป๋องใส่น้ำ บนโต๊ะม้าหิน สอบถามนายสุพจน์ กองทอง อายุ 47 ปี สาวประเภท 2 เพื่อนผู้ตาย ที่อยู่ในที่เกิดเหตุ อยู่ในอาการเมาสุรา ถามตอบไม่รู้เรื่อง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวไปสอบสวน

จากการสอบถามนาย เสรี รุ่งโรจน์ อายุ 44 ปี เจ้าของบ้านทราบว่าคนตายมาขออาศัยอยู่ที่บ้านมาหลายปีแล้วเป็นคนชอบกินเหล้า ในตอนเกิดเหตุตนไม่อยู่บ้านมีคนโทรศัพท์มาบอกว่ามีคนเสียชีวิตบริเวณหน้าบ้านจึงรีบมาดู โดยผู้ตายและกลุ่มเพื่อนที่อาศัยอยู่ด้วยกันชอบมีปากเสียงกันขณะนั่งดื่มสุราบริเวณนี้กันเป็นประจำ

ล่าสุด นายสุพจน์ รับให้สารภาพว่า เป็นคนใช้มีดแทงนายเสถียร โดยเล่าว่าตนและผู้ตายได้นั่งดื่มสุรากันจนมึนเมา ก่อนที่จะทะเลาะกัน เรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ บัตรคนจน ที่ตนฝากให้ผู้ตายไปกดเงินแต่ผู้ตายได้นำเงินไปซื้อสุรามาดื่มจนหมดซึ่งทำมาแล้วหลายครั้ง

วันนี้ตนเอ่ยปากทวงเงินอีกครั้งแต่ผู้ตายกับบอกไม่มีให้ ด้วยความโมโหจึงคว้ามีดแทงเข้าที่ลำคอผู้ตาย จนเสียชีวิตดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาฯ” ก่อนจะนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในวันที่20 มี.ค.ต่อไป

สลด! ว่าที่เจ้าบ่าว เครียดถูกแฟนจับได้ แอบสูบบุหรี่ ผูกคอดับคาห้อง

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 14 มี.ค. ร.ต.อ.ภูวิชพนธ์ สุกใส รอง สว.(สอบสวน) สภ.ดอนหัวฬ่อ จ.ชลบุรี รับแจ้งมีเหตุคนผูกคอเสียชีวิตภายในห้องพักเลขที่ 95 หมู่ 11 ต.นาป่า อ.เมือง จ.ชลบุรี จึงรีบรุดไปตรวจสอบพร้อมกู้ภัยมูลนิธิธรรมรัศมีมณีรัตน์

ที่เกิดเหตุเป็นหอพักไม่มีชื่อ 3 ชั้น ห้องที่เกิดเหตุอยู่ชั้น 2 ภายในห้องพบศพนายวรวิทย์ ชลารักษ์ อายุ 36 ปีพนักงานร้านจำหน่า โฟมกันกระแทก,โฟมกันรอย ชาว จ.ปราจีนบุรี ใช้สายไฟจากปลั๊กผูกคอภายในห้องน้ำ และพบกระดาษเขียนไว้ว่า “ ชีวิตยังมีพรุ่งนี้ให้เริ่มต้นใหม่เสมอ” กู้ภัยจึงได้นำร่างผู้เสียชีวิตออกมาจากห้องน้ำเพื่อนำไปที่ รพ.ชลบุรีเพื่อชันสูตรพลิกศพ

จากการสอบถาม น.ส.วินิดา อยู่คง อายุ 28 ปี ชาว จ.ปราจีนบุรี แฟนสาวของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ตนได้ติดต่อกับแฟนหนุ่มมาตลอด พอมาวันนี้ติดต่อไม่ได้ จึงเดินทางมาหาที่ห้องพัก โทรหาก็ไม่รับ จึงเปิดห้องเข้าไปดูก็พบว่าผูกคอเสียชีวิตเเล้ว ตนก็ยังงงว่าทำไม ทั้งๆ ที่จะแต่งงานกันภายในเดือน เม.ย.นี้

น.ส.วินิดา กล่าวอีกว่า ผู้เสียชีวิตชอบสูบบุหรี่ ก่อนจะแต่งงาน ตนจึงขอร้องให้เลิกบุหรี่ เขาก็เลิกได้สักพัก แต่ตนมาจับได้ว่าแอบสูบบุหรี่ จึงต่อว่าไป แฟนหนุ่มก็ตอบว่าเครียด จนมาเกิดเหตุวันนี้ ไม่คิดว่าจะมาจากไปแบบนี้เลย

ด้านตำรวจจะสอบสวนแฟนสาวของผู้เสียชีวิตอีกครั้งและจะด้ให้ญาตินำร่างผู้เสียชีวิตไปดำเนินการตามประเพณีต่อไป

สิ้นลาย เสือเหลี้ยม โจรเหี้ยมปล้นฆ่า ยิงสู้ตร.-ทหาร สุดท้ายเป็นลมตาย แม่นั่งเฝ้าศพ

สิ้นลาย เสือเหลี้ยม / เมื่อเวลา 06.30 น.วันที่ 8 มี.ค.63 ร.ต.อ.ณัฐวุฒิ จันทร์สมุทร รอง สว.(สอบสวน) สภ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตที่บ้านเขที่ 114 หมู่ 8 บ้านต้นกอ ต.ร่อนพิบูลย์ อ.ร่อนพิบูลย์หลังโรงงาน กล่องกระดาษ,กล่องกระดาษออนไลน์ รับแจ้งแล้ว จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.สงบ จันทร์สิงห์ ผกก.สภ.ร่อนพิบูลย์ นำชุดสอบสวน แพทย์เวร รพ.ร่อนพิบูลย์ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิสยามรวมใจปู่อินทร์

เมื่อไปถึงพบร่างผู้เสียชีวิตทราบชื่อนายยุทธนา ชูแก้ว อายุ 49 ปี หรือที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางในนาม “เสือเหลี้ยม ทุ่งโพธิ์” อยู่บ้านดังกล่าว ซึ่งเสือเหลี้ยมมีประวัติโชกโชน เป็นมือปืนรับจ้างระดับต้นๆ ของตำรวจภูธรภาค 8 และยังเป็นผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ นอนเสียชีวิตอยู่ที่ชานหน้าบ้าน คาดตายมาแล้วไม่ต่ำกว่า 1 ชม.

จากการสอบสวนทราบว่าเสือเหลี้ยม ได้ลงจากบนภูเขามาอยู่ที่บ้านแม่แล้วหลายวัน กระทั่งเป็นลมหมดสติและเสียชีวิต เบื้องต้นทางแพทย์ระบุถึงสาเหตุการตายว่าน่าจะมาจากเป็นลม หรือหัวใจวายเฉียบพลัน ขณะที่ตำรวจเชื่อว่าเสือเหลี้ยม อาจจะป่วยหนัก ขณะซ่อนตัวอยู่บนภูเขาแล้วได้กลับมารักษาอาการที่บ้าน แต่อาการทรุดหนักไม่กล้าไปหาหมอเพราะมีคดีติดตัวทำให้เสียชีวิตในที่สุด

สำหรับนายยุทธนา หรือ “เสือเหลี้ยม ทุ่งโพธิ์” ผู้ตายนั้นมีคดีติดตัวหลายคดี มีหมายจับทั้งคดีฆ่า และคดียาเสพติด ในท้องที่ อ.ร่อนพิบูลย์ สิชล และ อ.ทุ่งสง จ.นครสรีธรรมราช ซึ่งเมื่อวันที่ 14 ก.ย.58 ขณะเข้าปิดล้อมจับกุมได้ยิงปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร จนตำรวจบาดเจ็บ 1 คน ขณะที่เสือเหลี้ยมได้ฝ่าวงล้อมเจ้าหน้าที่หลบหนีไปได้อย่างลอยนวล โดยไปซ่อนตัวอยู่บนภูเขา สถานที่ที่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถไปถึง

นอกจากนี้เสือเหลี้ยม ยังมีน้องชายคือนายธีรยุทธ ชูแก้ว อายุ 40 ปี หรือ “เสือมุ้ย สวนเลา” ซึ่งเป็นผู้ต้องหาที่มีหมายจับทั้งคดีฆ่า ยาเสพติด โดยนายธีรยุทธ หรือ “เสือมุ้ย สวนเลา” นั้นได้ยิงต่อสู้กับตำรวจทหารขณะถูกปิดล้อมบ้าน และกลัววิสามัญฆาตกรรมจึงให้ญาติพี่น้องล้อมหน้าล้อมหลังออกจากบ้านแล้วมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ และถูกดำเนินคดีติดคุก ก่อนถูกควบคุมตัวไปจองจำที่ทัณฑสถานวัยหนุ่มนครศรีธรรมราช

กระทั่งปี 2560 นายธีรยุทธ ชูแก้ว อายุ 40 ปี หรือ “เสือมุ้ย สวนเลา” ได้แหกคุกทัณฑสถานวัยหนุ่มพร้อมเพื่อนนักโทษอีกคน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ออกไล่ล่าปิดล้อม แต่ยังหลบหนีไปได้อย่างลอยนวลจนถึงขณะนี้ ซึ่งคาดว่าน่าจะไปซ่อนตัวอยู่บนภูเขากับนายยุทธนา หรือ “เสือเหลี้ยม ทุ่งโพธิ์” พี่ชาย โดยจะมีลูกน้องคอยส่งเสบียงให้ และล่าสุดวันที่ 19 ก.ค.62 นายธีรยุทธ หรือ “เสือมุ้ย สวนเลา” ได้ก่อคดียิงคนตายในพื้นที่ อ.ร่อนพิบูลย์ อีกคดีก่อนหนีไปได้อย่างลอยนวล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากการตายของเสือเหลี้ยมนั้น ได้มีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางว่า “ตายไม่สมศักดิ์ศรี” ซึ่งก่อนหน้านี้ทางเจ้าหน้าที่ได้เฝ้าระวังออกไล่ล่าติดตาม 2 พี่น้องมาอย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นผู้ต้องหารายสำคัญของภาคใต้ ก่อคดีมาอย่างโชกโชน และสามารถหลบหนีการจับกุมมาได้โดยตลอด กระทั่งเสือเหลี้ยม มาเป็นลมตายดังกล่าว ขณะญาติไม่ติดใจถึงสาเหตุการตายแต่อย่างใด

หนุ่มใหญ่ควบเก๋งไปรับลูก แหกโค้ง พุ่งชนปิกอัพ ดับคาซาก คู่กรณีสาหัส

หนุ่มใหญ่ควบเก๋งไปรับลูกที่โรงเรียน แหกโค้ง พุ่งชนปิกอัพ ตัวเองหงายท้องดับคาซาก คู่กรณีสาหัส เจ้าหน้าที่เตรียมสอบหาสาเหตุที่แท้จริง

แหกโค้ง วันที่ 2 มี.ค. พ.ต.ท.อิทธิศักดิ์ ชมศรีหาราชพร สารวัตร (สอบสวน) สภ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม ได้รับแจ้งเหตุมีรถชนกันบนถนนสายท่าอุเทน-โพนสวรรค์ ช่วงบ้านนาใน ต.นาใน อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์เวร ร.พ.โพนสวรรค์ เจ้าหน้าที่กู้ชีพศรีสัตตนครพนม รถกู้ชีพ อบต.นาใน และเจ้าหน้าที่กู้ภัยบัวเพชร

ที่เกิดเหตุเป็นถนน 2 เลน ฝั่งขาเข้าหน้าโรงงาน ถุงแก้วเทปกาว,ถุงแก้วฝากาว อ.โพนสวรรค์ พบรถเก๋งมาสด้า สีขาว หมายเลขทะเบียน กข-3623 นครปฐม พลิกคว่ำล้อชี้ฟ้า สภาพพังยับเยิน จากการตรวจสอบภายในรถพบผู้เสียชีวิตติดคาซาก ทราบคือชื่อ นายสำเนียง หมื่นศรี อายุ 53 ปี ชาว จ.ชลบุรี เจ้าหน้าที่จึงใช้เครื่องตัดถ่างงัดร่างออกมา

ใกล้กันพบรถกระบะนิสสัน สีน้ำเงินคาดบรอนซ์ทอง หมายเลขทะเบียน ป-9953 อุดรธานี สภาพหน้ารถพังยับเยิน โดยมี นายสมพงษ์ ทองมะโรง อายุ 60 ปี เป็นคนขับได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งรักษาที่ ร.พ.โพนสวรรค์

จากการสอบสวนทราบว่า นายสำเนียง ขับรถเก๋งออกมากจากตัวเมืองนครพนม มุ่งหน้าจะไปรับลูกที่โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งใน อ.โพนสวรรค์ ขณะขับมาถึงที่เกิดเหตุเป็นทางโค้ง อาจแหกโค้งและเสียหลัก เป็นจังหวะที่รถของ นายสมพงษ์ ออกมาจาก ต.โพนบก มุ่งหน้าจะไปทาง อ.ท่าอุเทน ก่อนเสียหลักชนประสานงานอย่างจัง จนรถพลิกคว่ำล้อชี้ฟ้าไปเกยค่อมกับท้ายรถกระบะ เป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้เร่งสอบสวนสาเหตุที่แน่ชัดอีกครั้ง ก่อนดำเนินการต่อไป

รู้แล้วเป็นใคร! ศพถูกฆ่ายัดกระเป๋า ทิ้งน้ำปิง กลุ่มเพื่อนมาด้วยกันเผ่นกลับไปแล้ว

ศพถูกฆ่ายัดกระเป๋า / กรณีพบศพถูกฆ่ายัดในกระเป๋าเดินทางลอยเกยหาดทรายกลางแม่น้ำปิงใกล้กับโรงงานผลิต โฟมใกันกระแทก,โฟมกันรอย บ้านท่าไม้แดงใต้ หมู่8 ต.ลานดอกไม้ อ.เมือง จ.กำแพงเพชร บริเวณหาดทรายเกาะกลางแม่น้ำปิง เป็นศพชายไม่ทราบชื่อ อายุประมาณ 40 ปี ผมสั้นผิวขาว สูงประมาณ 170 เซนติเมตร ชุดที่สวมใส่เป็นแบบแบรนด์เนม เสื้อยืดแขนสั้นยี่ห้ออามานีสีขาว กางเกงขาสั้นลายสก๊อตสีขาวดำเควินไคล์ สภาพศพขดในกระเป๋าขึ้นอืด ข้อมือขวาถูกมัดด้วยเชือกไนล่อนผูกติดกับลำตัว ข้อเท้ามีสายรัดพลาสติกรัดติดกันไว้ทั้งสองข้าง ร่างกายพบรอยฟกช้ำ ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 27 ก.พ. พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีพบศพชายยัดใส่กระเป๋าเดินทางในแม่น้ำปิง พื้นที่ จ.กำแพงเพชร ว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องมาโดยตลอด ซึ่งขณะนี้ในเบื้องต้นพิสูจน์ด้านอัตลักษณ์บุคคลแล้ว พบว่าศพดังกล่าวนั้นเป็นชายสัญชาติจีน อายุประมาณ 30 ปี โดยแจ้งที่พักกับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองในพื้นที่ จ.ชลบุรี ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนของพื้นที่พบศพ ก็จะดำเนินการสืบสวนขยายผลและประสานการปฎิบัติข้อมูลกับ สตม. ตามขั้นตอนของกฎหมาย

ล่าสุดตำรวจพิมพ์ลายนิ้วมือนิ้วเท้าของผู้ตาย ให้ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองตรวจสอบในระบบไบโอเมททริกพบว่า ชายที่ถูกฆ่า คือนายจุน หวัง อายุ 30 ปี สัญชาติจีน เดินทางเข้าไทยเมื่อวันที่ 12 ก.พ.ที่ผ่านมา ขณะที่ รองผู้บัญชาการตำรวจภาค 6 เรียกประชุม ตำรวจในสังกัดกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกำแพงเพชร เพื่อวางแนวทางคลี่คลายคดี

จากการสืบสวนสอบสวน ตำรวจพบรถต้องสัยผ่านพื้นที่ด่านห้วยยะอุ อ.แม่สอด จ.ตาก และในพื้นที่ที่เกิดเหตุ และยังพบว่ากลุ่มเพื่อนที่เดินทางมากับผู้ตายขณะนี้เดินทางออกจากประเทศไทยไปแล้ว ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนกำลังเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี

อีกทั้งพนักงานสอบสวนจะดำเนินการแจ้งข้อมูลที่เกี่ยวข้องไปยังกองการต่างประเทศ (บก.ตท.), สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย, สตม. เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

รองโฆษก ตร.กล่าวต่อว่า คงต้องให้เวลาเจ้าหน้าที่ตำรวจในการทำงาน สืบสวนสอบสวนและพิสูจน์ทราบถึงตัวคนร้ายที่ก่อเหตุ พร้อมติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป พร้อมกันนี้หากประชาชน มีข้อมูลหรือเบาะแส สามารถแจ้งได้ที่หมายเลขสายด่วน 191 และ 1599 ได้ตลอด 24 ชม.


จ่อหมายจับยกแก๊ง ยิงถล่ม 30 นัดย่านฝั่งธนฯ ปมโพสต์ด่าเฟซ‘เสี่ยโป้’

เสี่ยโป้ / จากกรณีกลุ่มคนร้ายประมาณ 20 คน ขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์กว่า 10 คัน และรถฟอร์จูเนอร์สีขาว ทะเบียน 7456 (ไม่ทราบหมวดอักษร) ไล่ยิงกลุ่มคู่อริจนบาดเจ็บ 2 ราย โดยเจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนกว่า 30 ปลอกตกอยู่ เหตุเกิดบริเวณหน้าวัดจันทร์ประดิษฐ์ฐารามติดกับโรงงาน กล่องกระดาษ,กล่องกระดาษออนไลน์ ภายในซอยเพชรเกษม 48 แขวง บางด้วน เขตภาษีเจริญ กทม. เมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 16 ก.พ.ที่ผ่านมา

โดยกลุ่มผู้เสียหายตั้งประเด็นปมสาเหตุมาจากพี่ชายไปโพสต์เฟซบุ๊กตำหนิเสี่ยโป้ เรื่องไม่ดูแลลูกน้องจนถูกทำร้ายร่ายกายที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่งในสปป.ลาว ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

เมื่อเวลา 17.30 วันที่ 17 ก.พ. ที่สน.ภาษีเจริญ รายงานข่าวแจ้งว่า หลังจากได้เรียกสอบปากคำพยานที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมด เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบกลุ่มผู้ก่อเหตุแล้ว ตอนนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อออกหมายจับ

สำหรับสาเหตุคาดว่า ทั้งสองกลุ่มนี้มีเรื่องบาดหมางกันมาก่อน และประกอบกับจังหวะที่ก่อเหตุนั้น กลุ่มคู่กรณีได้เข้ามาต่อว่าเน็ตไอดอลย่านฝั่งธนฯคนหนึ่ง ที่กลุ่มผู้ก่อเหตุนับถือ ทำให้ไม่พอใจ จึงก่อเหตุดังกล่าวขึ้น โดยพฤติกรรมการก่อเหตุดังกล่าว เข้าข่ายความผิดในข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา

พ.ต.อ.ณกฤช บุญศักดิ์ ผกก.สส.บก.น.9 กล่าวว่า ขณะนี้ทราบเบาะแสของกลุ่มผู้ที่ก่อเหตุแล้ว หากศาลอนุมัติออกหมายจับจะเข้าจับกุมคาดว่าไม่เกิน 1-2 วันนี้จะได้ตัว แต่ถ้าหากผู้ก่อเหตุจะเข้ามาพบ เพื่อมอบตัวก่อนหมายจับออก เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจให้รีบเข้ามาติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยเร็วที่สุด