คลังเก็บผู้เขียน: admin

นักธุรกิจช็อก! แม่วัย80 ขี่จยย.ไปวัดตอนเช้า ถูกครูสาวขับเก๋งชนร่างกระเด็นดับสลด

นักธุรกิจสุดช็อก แม่วัย 80 ปีขับจักรยานยนต์จะไปทำบุญที่วัด เนื่องในวันสารทไทย แต่ยูเทิร์นรถแวะไปงานศพญาติ ก่อนถูก ครูสาว ขับเก๋งพุ่งชนเต็มแรง ร่างกระเด็นตกร่องกลางถนนเสียชีวิตคาที่ คู่กรณี เผยถูกจักรยานยนต์ขับตัดหน้าจนเกิดเหตุดังกล่าว

เมื่อเวลา 07.40 น. วันที่ 25 ก.ย. ร.ต.อ.นพดล ภัคดีสว่าง รอง สว.(สอบสวน) สภ.ท่าแซะ รับแจ้งเหตุรถเก๋งชนรถจักรยานยนต์ บริเวณถนนเพชรเกษม ม.1 ต.นากระตาม อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมหน่วยกู้ภัยสายชลมูลนิธิชุมพร

ที่เกิดเหตุถนนเพชรเกษมช่องทางขาขึ้นตรงจุดกลับรถแยกเข้าวัดนาหอยโข่งที่อยู่เเถวร้านจำหน่ายซองกันกระแทกหรือซองเอกสารกันกระแทกราคาถูก พบศพ นางอำพล แซ่ฮ่าน อายุ 80 ปี อยู่บ้านเลขที่ 13 ต.นากระตาม อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร สภาพศพใส่เสื้อคอปกแขนสั้นสีดำ นุ่งผ้าถุงสีดำสลับขาว แขนขาหักมีแผลฉกรรจ์ทั่วตัวนอนเสียชีวิตอยู่ในร่องน้ำกลางถนนใกล้จุดกลับรถ ใกล้ศพมีเครื่องยนต์รถจักรยานยนต์ของผู้ตายที่ถูกชนจนเครื่องหลุดกระเด็นมาตกอยู่ใกล้กับศพ ห่างกันพบโครงรถจักรยานยนต์ถูกชนยับเยิน

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุมีร่องรอยจุดเฉี่ยวชนกันบนถนนช่องทางขวาสุดติดกับจุดกลับรถและมีหลักเสาปูนขาวดำกั้นขอบร่องกลางถนนล้มหัก 2 ต้น ห่างกันพบรถเก๋ง ยี่ห้อนิสสัน อัลเมร่า ทะเบียน กง3198 ชุมพร จอดอยู่เลนขวาสุดใกล้ร่องน้ำกลางถนน สภาพด้านหน้าพังยับเยินป้ายทะเบียนหน้าหลุดตกอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ กระจกหน้ารถเก๋งด้านขวาฝั่งคนขับถูกแรงกระแทกจนยุบ

จากการสอบถาม นายณัฐพงษ์ พลสิงห์ เจ้าของร้าน เอ็ม.พี.โครเมี่ยม และเจ้าของสถานีวิทยุชุมชนแฮปปี้เรดิโอ กล่าวว่า นางอำพลเป็นแม่ของตน โดยเมื่อช่วงเช้าวันนี้ได้เตรียมตัวจะเดินทางไปวัดเนื่องในวันสารทไทย เพื่อทำพิธีรับตายายตามประเพณี

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า แต่ก่อนจะเดินทางไปวัดนั้น แม่ได้ขับรถจักรยานยนต์ออกจากบ้านซึ่งอยู่ใกล้กับจุดเกิดเหตุเพื่อจะไปงานศพญาติที่บ้านอีกหลังที่อยู่ฝั่งตรงข้าม เมื่อแม่ขับรถจักรยานยนต์ไปถึงเลนขวาและใกล้จุดกลับรถแล้ว รถเก๋งที่ขับมาด้วยความเร็วทางขวาสุดก็ได้พุ่งชนรถจักรยานยนต์ของแม่อย่างจัง เป็นเหตุให้แม่เสียชีวิตดังกล่าว

จากการสอบสวน น.ส.ฑนิฏา ดำรัสการ อายุ 35 ปี คู่กรณีที่ยืนรอเจ้าหน้าที่อยู่ที่เกิดเหตุ ให้การว่า ตนมีอาชีพเป็นครูอยู่โรงเรียนแห่งหนึ่ง ในอ.ท่าแซะ ขณะขับรถเก๋งออกมาจากบ้านพักซึ่งไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุ เพื่อจะไปสอนหนังสือที่โรงเรียน ถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นจุดกลับรถ นางอำพลได้ขับรถจักรยานยนต์ออกมาจากข้างทางแล้วตัดหน้ารถตนข้ามไปยังจุดกลับรถ ทำให้ตนเบรกและหักหลบไม่ทัน จึงพุ่งชนดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต และจะสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

จับหนุ่มหื่น! อ้าง แกร็บคาร์ ลวงสาววัย15 ต่อยท้อง-ข่มขืนใต้สะพานซังฮี้

แกร็บคาร์ หื่น ล่อลวงสาววัย 15 ปี ไปข่มขืนที่ใต้สะพานซังฮี้ พบประวัติหลบหนีหมายจับในคดีข่มขืน โดนตำรวจ สน.สามเสน ตามรวบได้ที่ปั๊มน้ำมัน พบใช้ชื่อพ่อสมัครขับแกร็บ ก่อนก่อเหตุดังกล่าว

เมื่อวันที่ 7 ก.ย. รายงานข่าวแจ้งว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สามเสน เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 6 ก.ย.ที่ผ่านมา ได้ทำการจับกุมตัว นายวิษณุ จันทร์ย้อย อายุ 34 ปี คนขับ แกร็บคาร์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 1938/2561 ลงวันที่ 29 ส.ค. 2561 โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งเเถวโรงงานผลิตเเละจำหน่ายกล่องใส่เมล่อน รับผลิตและสกรีนกล่องเมล่อนคุณภาพดี ราคาถูก ถนนจรัญสนิทวงศ์ แขวงบางอ้อ เขตบางพลัด กรุงเทพฯ พร้อมโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง และรถยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า แจ๊ส สีขาว ทะเบียน ฌศ1800 กรุงเทพฯ

สืบเนื่องจากพนักงานสอบสวน สน.สามเสน ได้รับแจ้งจาก น.ส.บี (นามสมมติ) อายุ 15 ปี ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ในระดับ ปวช. ว่าตนเองถูกคนร้ายซึ่งแอบอ้างเป็นผู้ขับรถรับจ้างสาธารณะชนิดรถยนต์นั่งส่วนบุคคลผ่านระบบแอพพลิเคชั่น แกร็บ ก่อนจะถูกล่อลวงไปข่มขืนภายในรถของคนร้าย บริเวณทางกลับรถใต้สะพานกรุงธน หรือสะพานซังฮี้ กระทั่ง สืบสวนสอบสวนทราบว่าคนร้ายรายนี้ คือ นายวิษณุจึงดำเนินการขอหมายจับและจับกุมตัวได้ดังกล่าว

จากการสอบถามย่าของผู้เสียหาย เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 18 ส.ค.ที่ผ่านมา หลังจากหลานสาววัย 15 ปี เรียนหนังสือเสร็จแล้ว ก็ได้เดินทางไปทำงานพิเศษที่ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดแห่งหนึ่ง โดยเข้างานกะกลางคืน เพื่อหาเงินมาช่วยเหลือครอบครัว เมื่อทำงานเสร็จแล้วก็จะเดินทางกลับบ้าน จึงใช้วิธีเรียกแกร็บคาร์ให้มารับ แต่แกร็บคาร์คันที่เรียกเกิดหลงทาง

ย่า ของสาวผู้เสียหาย เปิดเผยต่อว่า แต่ปรากฏว่าระหว่างที่หลานสาวยืนรออยู่นั้น ได้มีชายคนหนึ่งขับรถยนต์ผ่านมา โดยเป็นรถยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า แจ๊ส แล้วได้บอกกับหลานสาวว่า พี่เป็นแกร็บเหมือนกันขึ้นมารถพี่มั๊ย ไม่ต้องเรียกผ่านแอพพลิเคชั่น เดี๋ยวเราค่อยตกลงราคากัน หลังจากนั้น หลานสาวก็ได้พูดคุยตกลงราคาและเห็นว่าเป็นแกร็บเหมือนกันจึงได้ขึ้นรถไปกับแกร็บคันดังกล่าว ซึ่งครั้งแรกไม่มีปัญหาอะไร และไปส่งถึงปลายทาง

ย่า กล่าวอีกว่า หลังจากแกร็บคันนี้ส่งหลานสาวของตนเสร็จแล้ว ก็บอกว่าแลกเบอร์โทรศัพท์ส่วนตัวกันไว้ วันหน้าจะได้ไม่ต้องเรียกแกร็บคาร์ คันอื่นอีก โดยให้หลานสาวของตนโทรศัพท์ไปหาโดยตรงเพื่อที่เขาจะได้ไปรับไปส่งให้ ต่อมาวันที่ 19 ส.ค.ที่ผ่านมา ผู้ต้องหารายนี้ได้โทรศัพท์มาหาหลานสาวของตนเอง โดยสอบถามว่า วันนี้จะใช้บริการหรือไม่ เดี๋ยวเขาจะขับรถไปรับให้

ย่า กล่าวว่า ซึ่งหลานสาวของตนได้บอกกับผู้ต้องหาว่า วันนี้จะมีเพื่อนอีก 3 คน เดินทางกลับด้วย ก่อนจะมีการตกลงเรื่องราคากันและผู้ต้องหาก็ตอบตกลง ขณะเดินทางกลับเพื่อนๆของหลานสาวได้ทยอยลงตามเส้นทาง จนกระทั่งเหลือหลานสาวของตนอยู่ในรถเพียงคนเดียว ผู้ต้องหาได้ขับรถพาหลานของตนไปที่ใต้สะพานกรุงธน หรือสะพานซังฮี้ ก่อนจะลงมือต่อยไปที่ท้องของหลานสาวและก่อเหตุข่มขืน ซึ่งการข่มขืนนั้น ผู้ต้องหาได้ใช้ถุงยางอนามัยในการป้องกันด้วย หลังจากเสร็จแล้วก็ทิ้งหลานไว้ที่จุดดังกล่าว เมื่อตนทราบเรื่องที่เกิดขึ้นจึงเดินทางเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

จากการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบรถของผู้ต้องหาคือ รถยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า แจ๊ส สีขาว ทะเบียน ฌศ1800 กรุงเทพฯ และเมื่อทำการตรวจสอบเบอร์โทรศัพท์ก็ทราบว่าเป็นนายวิษณุ และเมื่อเช็กประวัติดูก็พบว่า นายวิษณุมีการใช้ชื่อพ่อและใบขับขี่ของพ่อไปสมัครแกร็บคาร์ อีกทั้ง ยังเคยมีประวัติหลบหนีหมายจับเมื่อปี 2560 ก่อนจะมาก่อเหตุซ้ำในครั้งนี้

จากการสอบสวนผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่า ตนจะใช้วิธีการไปจอดรถดักรอเหยื่อตามป้ายหยุดรถประจำทางใกล้สถานศึกษา แล้วใช้แอพพลิเคชั่นบีทอล์คสแกนค้นหา เหยื่อซึ่งเป็นเด็กผู้หญิงที่อยู่ใกล้เคียงร่วมพูดคุยบ้าง หรือเดินเข้าไปพูดคุยเองบ้าง แล้วอ้างว่าตนเองเป็นผู้ขับขี่แกร็บ (Grab) พร้อมอาสาขอไปส่งเหยื่อตามบ้านพักหรือสถานที่ต่างๆ ที่เหยื่อต้องการไป เมื่อเหยื่อหลงเชื่อในระหว่างเดินทางผู้ต้องหาจะใช้การพูดหว่านล้อมในเชิงชู้สาวกับเหยื่อ

ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพต่อว่า จนเมื่อถึงปลายทางก่อนเหยื่อลงจากรถ ผู้ต้องหาจะให้หมายเลขโทรศัพท์มือถือของตนไว้กับเหยื่อ โดยอ้างว่าเพื่อการเรียกใช้ในคราวต่อไปโดยตรง ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมในการติดต่อผ่านแอพพลิเคชั่นแกร็บ หากเหยื่อรายได้หลงเชื่อเรียกใช้บริการอีกครั้ง ผู้ต้องหาก็จะหาสถานที่และโอกาสใช้กำลังประทุษร้ายและข่มขืนกระทำชำเราเหยื่อ ก่อนพาไปส่งยังสถานที่ใกล้เคียงปลายทางที่เหยื่อต้องการก่อนจะหลบหนีไป

สาวเล่าเกือบตาย! ใช้บัตรทองหาหมอเจอพยาบาลชุ่ย ฉีดยาผิด-ไม่เช็ดแผล ความดันพุ่ง!

สาวเล่าเกือบตาย! – โดยผู้ใช้เฟซบุ๊ก นัชชา นานา โพสต์ระบุว่า ขอแชร์ประสบการณ์วันนี้นะ เพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้อีกหลายๆคน (ใช้สิทธิ์บัตรทองรักษา) นาได้ไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลถลางที่อยู่เเถวร้านจำหน่ายเทปใส สก๊อตเทปพิมพ์ลายคุณภาพดี ราคาถูกใน ภูเก็ต เนื่องจากนาเป็นไข้หวัดมา 5 วันกับวันนี้แล้ว พยาบาลก็ซักประวัติเสร็จ ให้พบหมอ หมอก็ให้ไปเจาะเลือดแล้วให้ญาติไปเบิกยาฉีดมาเป็นยาแก้วิงเวียนศรีษะ1หลอด สำหรับฉีด แล้วหลังจากเจาะเลือดเสร็จหมอ ให้นาไปนอนห้องฉุกเฉินรอฉีดยา

สักครู่หนึ่งมีพยาบาลมาขอฉีดยา เค้าให้นาลอกแขนเสื้อขึ้นแล้วฉีดยาเข้าเส้นเลือด นาก็งงๆๆทำไม่พยาบาลที่นี้เค้าไม่ถามก่อนหรือคนไข้ชื่ออะไร มาฉีดแล้วก็ไป ก่อนฉีดก็ไม่ใด้เช็ดแฮลกอฮอล์ทำความสะอาดผิวก่อนฉีดเลย ฉีดเสร็จก็ไปเฉยๆๆไม่มีสำลีติดแผลอะไรเลย เค้าทำง่ายๆๆมาก ระหว่างนั้นนาก็นอนพักสัก10นาที มีพยาบาลมาอีกคนถามว่านี้คุณนัชชาหรือป่าวคะ (นาตอบใช้คะ)

พยาบาลถามแล้วคุณนามสกุลอะไรคะ (นาก็ตอบไป ) พยาบาลท่านนี้เค้าแจ้งว่าเดี๋ยวจะฉีดยาแก้วิงเวียนศรีษะให้นะคะ (นาตอบกลับไปว่าเมื้อกี้มีพยาบาลมาฉีดให้แล้วนิ) เค้าก็งง เค้าถามว่าคนไหนฉีด (นาก็ชี้ไปคนที่มาฉีดนาครั้งแรก) สักพักพยาบาลเค้าเรียกหมอมาถามแล้วถามพยาบาทที่มาฉีดยาให้นาว่าฉีดยาอะไรให้คนไข้ สรุปว่าพยาบาลท่านแรกมาฉีดยาผิดคน เค้ามาฉีดยาแก้ปวดแต่ฉีดผิดคน พยาบาลคนที่สองก็ฉีดยาแก้วิงเวียนศรีษะให้นา

สักพักคุณหมอที่อยู่ประจำการห้องฉุกเฉินมาขอโทษนา ว่าพยาบาลของเค้าผิด เค้าขอโทษจริงๆๆ ตอนนั้นนาเริ่มมีอาการมึนๆๆงง หมอก็ให้พยาบาลมาวัดความดัน ความดันขึ้น167 จากตอนแรกที่ไปซักประวัติความดันปกติ ตอนซักประวัตินาใด้แจ้งแล้วว่านาแพ้ยา

“ไอบูโปรเฟน” มันก็คือยาแก้ปวดชนิดหนึ่ง นากินใด้เฉพาะยาพาราธรรมดา พยาบาลก็ถามนะตอนซักประวัติว่าอาการแพ้เป็นยังไง นาก็เล่าให้เค้าฟังหมดว่าจะมีผื่นแดงขึ้นถามตัวแล้วจะดับเป็นผื่นดำ มันหน้ากลัวมากอยากจะมาแชร์ให้เพื่อนๆๆฟังไว ถ้าแพ้ยารุนแรง อาจถึงตายใด้

ก่อนกลับรองหัวหน้าโรงพยาบาลก็มาขอโทษแทนลูกน้อง เค้า ตอนนั้นอาการนามึนๆๆงงไปหมดสมองเบอๆ สำหรับนาก็ไม่ติดใจเอาความอะไร แต่มันเสี่ยงกับชีวิตคนไข้มากถ้าพยาบาลไม่มีความรอบครอบต่อหน้าที่ (เห้อฉีดยาผิดคน) มีด้วยหรา ถ้านาเป็นอะไรไปไครจะรับผิดชอบกับความผิดครั้งนี้

อย่างไรก็ดีหลังจากเรื่องราวดังกล่าวถูกเปิดเผย ผู้โพสต์คนดังกล่าวได้ออกมาระบุว่า เช้านี้ ทางโรงพยาบาลถลางใด้มาเยี่ยมและพูดคุย ถามอาการและแสดงความรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื้อวาน (ขอบคุณมากๆคะที่ทางโรงพยาบาลให้ความสำคัญ)

‘เอ็ม’ โผล่มอบตัว แทงหนุ่มดับกลางถนนเพชรบุรี โมโหตามจีบแฟนไม่เลิก

จากกรณีนายชัชวาลย์ พฤกษชาติ อายุ 35 ปี ถูกแทงด้วยอาวุธมีดเสียชีวิตบริเวณริมถนนแยกเพชรพระราม ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี กทม. เมื่อวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พญาไท ลงพื้นที่หาข่าวกระทั่งทราบว่าคนร้ายคือ นายภาณุพงศ์ หรือเอ็ม เขียวหวาน พนักงานโรงงานผลิตฟิล์มยืด ฟิล์มพันพาเลทรายใหญ่เเห่งหนึ่ง อายุ 30 ปี ส่วนสาเหตุเกิดเหตุจากความหึงหวงที่ผู้ตายแอบไปชอบแฟนของนายภาณุพงศ์ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุดวันที่ 20 ส.ค. นายภาณุพงศ์ ได้เดินทางเข้ามอบตัวกับตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.พญาไท หลังหลบหนีไปกบดานอยู่ที่ จ.เชียงใหม่ แต่ทนแรงกดดันไม่ไหวจึงติดต่อขอเข้ามอบตัว โดยมี พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิท รองผบก.น.1 พ.ต.อ.นิติวัฒน์ แสนสิ่ง ผกก.สน.พญาไท รวมกันสอบปากคำ

จากการสอบสวนนายภาณุพงศ์ ให้การรับสารภาพโดยอ้างว่า ก่อนเกิดเหตุได้ขี่รถจยย.ไปรับแฟนสาวที่ห้างพันทิพย์ และเจอผู้ตายพอดี จึงเกิดมีปากเสียงกัน เนื่องจากตนทราบมาว่าผู้ตายแอบมาชอบพอกับแฟนสาวตน หลังจากรับแฟนสาวออกมาแล้ว ผู้ตายขี่รถจยย.ตามมาหาเรื่องตนอีก จนเกิดมีปากเสียงกันอีกรอบ ก่อนที่ตนจะใช้มีดที่พกมาจ้วงแทงผู้ตายแล้วหลบหนีไป จ.เชียงใหม่ หลังจากนั้นคิดว่าหนีไม่รอดแน่ จึงเดินทางเข้ามอบตัวดังกล่าว

ต่อมาเมื่อเวลา 14.30 น.วันเดียวกัน พ.ต.ท.เกษม พิพิธกุล สว.(สอบสวน) สน.พญาไท ได้ควบคุมตัว นายภาณุพงศ์ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพจำนวน 3 จุด จุดแรกบริเวณหน้าห้างพันทิพย์ จุดที่สองบริเวณปากซอยเพชรบุรี 12 และจุดท้ายที่บริเวณริมถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ขาเข้า ใกล้แยกเพชรพระราม หน้าศุภาลัย พรีเมียร์ ราชเทวี ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุ หลังเสร็จสิ้นการทำแผน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนายภาณุพงศ์ กลับไปสอบปากคำเพิ่มเติมและส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

หนุ่มเลือดร้อน! จ่อยิงหัวพ่อเลี้ยงดับคาเปล เหตุกลัวโดนแย่งมรดกของแม่

วันที่ 1 ส.ค. พ.ต.ท.ประสาน พรศรี ร้อยเวร สภ.เชียงกลม รับแจ้งว่ามีเหตุฆาตกรรมด้วยอาวุธปืน ภายในหมู่บ้านโพนทอง ต.เชียงกลม อ.ปากชม มีผู้เสียชีวิต จึงได้แจ้งให้ผู้บังคับบัญชา พ.ต.อ. พิชญุตม์ พุฒศิริวัชรวิชญ์ ผกก.สภ.เชียงกลม พร้อมกับ พ.ต.ท.สุวิจักขณ์ เนติเจริญรุจน์ รอง ผกก.ป. และแจ้งศูนย์อาสากู้ภัยเลย จุด.เชียงกลม ร่วมตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบศพนายสอน ศรีสุทัศน์ อายุ 68 ปี พนักงาน รปภ. โรงงานผลิตเเละจำหน่ายเทปใส สก๊อตเทปติดกล่องคุณภาพดี ราคาถูก ถูกยิงศรีษะด้านหลัง บริเวณท้ายทอยด้วยอาวุธปืนแก๊ปยาว 1 นัด บนเปลเสียชีวิตคาที่ โดยผู้ก่อเหตุคือนายสุริยา แสงสุขเลิศ อายุ 38 ปี เป็นลูกเลี้ยงติดมากับมาภรรยา ยืนรอมอบตัวกับตำรวจในที่เกิดเหตุ

จากการสอบสวนให้การรับสารภาพว่า ได้ใช้ปืนแก๊ปยาวยิงผู้ตายจริง เนื่องจากไม่พอใจพ่อเลี้ยง ที่อยู่กับมารดามาประมาณ 4 ปี ชอบมีพฤติกรรมวุ่นวาย ตบตีมารดาเป็นประจำ ชอบหาเรื่องญาติพี่น้อง อีกทั้งกลัวว่าผู้ตายหรือพ่อเลี้ยงจะมาแย่งมรดกที่ได้รับจากมารดา จึงใช้อาวุธปืนยิงขณะนอนหลับในเปลหน้าบ้าน

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงจับกุมตัวพร้อมยึดปืนของกลางส่ง พงส. สภ.เชียงกลม ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

‘แสนไกร’นักมวยดังจนมุม! จอมยิงแสกหน้า ตร.ตามตะครุบซัลโวหนุ่ม19 เป็นศพที่ 3

จากกรณี นายวุฒิไกร ลักขษร อายุ 19 ปี นักมวยชื่อดังเจ้าของฉายา แสนไกร ศิษย์เจ้ยาว ใช้อาวุธปืนยิงแสกหน้า นายขจรพจน์ เรืองจำรัส อายุ 19 ปี เสียชีวิตกลางวันแสกๆ เเถวบริเวณร้านจำหน่ายสายรัดพลาสติก สายรัดกล่องคุณภาพดีปลีก-ส่งรายใหญ่ ส่วนเพื่อนอีก 2 คนบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดเมื่อวันที่ 14 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยตำรวจสภ.บ้านบัว จ.บุรีรัมย์ ขอศาลออกหมายจับไว้แล้วส่งชุดวืบสวนออกติดตามล่าจับกุมตัว ซึ่งญาติผู้ตายแฉด้วยว่า ก่อนหน้านี้นักมวยดังยังเคยใช้อาวุธปืนจ่อยิงวัยรุ่นเสียชีวิตมาแล้ว 2 ราย ส่วนลูกชายเป็นรายที่ 3 สร้างความหวาดผวาให้ครอบครัว

ความคืบหน้าล่าสุด วันที่ 30 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บ้านบัว จ.บุรีรัมย์ ตามจับกุมนายวุฒิไกร ได้แล้วหลังหนีไปหลบซ่อนตัวอยู่ที่จ.ระยอง จากนั้นนำตัวกลับมาสอบสวน และเตรียมนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสอบสวน ก่อนแจ้งข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่น ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น ร่วมมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอบโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน ยิงปืนโดยไม่ใช่เหตุ ร่วมกันพกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว

หนุ่มซิ่งเก๋งแหกโค้ง! เสยกระบะสวนเลนพุ่งตกถนนยาบ้ากระเด็นตกเกลื่อน

เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 29 ก.ค. ร.ต.อ.สุมิตร อัครเนตร รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.เมืองปราจีนบุรี รับแจ้งจากหน่วยกู้ภัยสว่างบำเพ็ญธรรมสถาน จ.ปราจีนบุรี เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนกันหลายคัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส ช่วงทางโค้งบนถนนสายปราจีนบุรี-ประจันตคาม) ก่อนถึงร้านขายน้ำสลัด ชีสดิปปลีก-ส่งรายใหญ่ บ้านเนินหาด หมู่ 13 ต.ดงขี้เหล็ก อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี จึงรุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบรถเก๋งมิตซูบิชิมิราจ สีขาว ทะเบียน กง 9426 ปราจีนบุรี ตกลงไปอยู่ริมถนนสภาพด้านหน้าพังยับเยิน โดยพบยาบ้า 20 เม็ดกระเด็นออกตกอยู่เกลื่อนพื้น ภายในรถพบร่างชาย อายุ 25 ปีคนขับบาดเจ็บสาหัส ส่วนบนถนนมีรถกระบะมิตซูบิชิรุ่นไทรทัน สีดำ ทะเบียน ผค 4868 เชียงราย และรถกระบะโตโยต้าวีโก้ สีแดง ทะเบียน กต 8262 ปทุมธานี พังเสียหาย หน่วยกู้ภัยรีบนำคนเจ็บส่งร.พ.แต่อาการสาหัสมากเสียชีวิตในเวลาต่อมา

สอบสวนคนขับรถกระบะมิตซูบิชิ ให้การว่า ตนพร้อมภรรยาเดินทางมาจากจ.สระแก้ว กำลังมุ่งหน้ากลับที่จ.สระบุรี มาถึงที่เกิดเหตุรถเก๋งขับสวนทางมาด้วยความเร็วแล้วข้ามเลนพุ่งชนรถตนอย่างแรง จากนั้นรถเก๋งหมุนไปชนรถกระบะวีโก้ที่ขับตามมาอีกคันแล้วกระเด็นตกไปอยู่ริมถนน

จากนั้นเจ้าหน้าที่เก็บรวบรวมยาบ้าไว้เป็นหลักฐาน ก่อนสอบสวนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป แล้วเร่งเคลียร์เส้นทางให้สามารถใช้งานได้ตามปกติ เนื่องจากการจราจรติดขัดทั้ง 2 ฝั่งกว่า 5 ก.ม.

ผัวช็อก! จอดสิบล้อลงไปถามทาง รถไหล ลงสะพานชนซุ้มคอนกรีต ทับเมียดับต่อหน้า

ผัวสุดเศร้า จอดสิบล้อกลางสะพาน ลงไปถามทาง รปภ. ก่อน รถไหล ลงสะพานพุ่งชนซุ้มทางเข้าหมู่บ้าน แทงคอนกรีตล้มครืนทับเมียนั่งในรถเสียชีวิตคาซากรถ เผยขับรถมาส่งของก่อนเข้าผิดซอย

เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 24 ก.ค. ร.ต.อ.ภัทรภพ ชัยชนะ รอง สว.(สอบสวน) สน.อุดมสุข รับแจ้งเหตุรถบรรทุก 10 ล้อพุ่งชนซุ้มทางเข้าคอนกรีตพังเสียหาย บริเวณทางเข้าหมู่บ้านเดอะแกรนด์บางนา-วงแหวนอยู่บริเวณบริษัทผลิตเเละจำหน่ายฟิล์มยืด ฟิล์มพันพาเลทคุณภาพดี ถ.วงแหวนตะวันออก แขวงดอกไม้ เขตประเวศ กทม. จึงรุดตรวจสอบพร้อมอาสากู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำอุปกรณ์เครื่องตัดถ่าง เข้าช่วยเหลือ

ที่เกิดเหตุบริเวณซุ้มทางเข้าหมู่บ้านพบรถบรรทุก 10 ล้อ ยี่ห้อนิสสัน ทะเบียน 71-3163 สระบุรี ที่บรรทุกอิฐมวลเบาก่อสร้าง สภาพหน้ารถชนติดคาอยู่กับซุ้มโดยมีแผ่นคอนกรีตทับหลังคารถพังยับเยิน ตรวจพบศพน.ส.พรรณนิภา ถนนใหญ่ อายุ 23 ปี ชาวจ.ขอนแก่น สภาพศพติดอยู่ภายในรถ บริเวณเบาะนั่ง เจ้าหน้าที่จึงนำรถยกเครน มาช่วยยกแผ่นคอนกรีต และใช้เครื่องตัดถ่างงัดดึงหลังคารถ เพื่อนำศพออกมา โดยใช้เวลานาน กว่า 2 ชั่วโมง ก่อนนำศพส่งสถาบันนิติเวช โรงพยาบลตำรวจ

จากการสอบสวนนายปิติพัฒน์ อัขระ อายุ 22 ปี ชาวต.ศรีณรงค์ อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ คนขับรถ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้นำอิฐมวลเบาก่อสร้างที่ขนมาจากสระบุรีจะไปส่งที่หมู่บ้านหรูแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ห่างจากบริเวณที่เกิดเหตุประมาณ 200 เมตร แต่ตนขับรถเข้ามาผิดเส้นทาง จึงจอดรถไว้และลงไปสอบถามทางกับ รปภ.

นายปิติพัฒน์ ให้การต่อว่า โดยจอดรถไว้บนสะพานหน้าหมู่บ้านดังกล่าว ซึ่งระหว่างที่กำลังจะเดินไปคุยกับ รปภ.นั้น รถบรรทุกที่จอดเอาไว้ ได้เคลื่อนไหลวิ่งลงมาจากสะพาน ก่อนรถจะพุ่งไปชนกับซุ้มทางเข้าจนพังเสียหาย โดยภายในรถยังมีน.ส.พรรณนิภา ซึ่งเป็นภรรยาตน ที่นั่งฝั่งผู้โดยสาร จนร่างติดคาที่ซากรถเสียชีวิตดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสอบสวนคนขับรถบรรทุกและพยานซึ่งเป็น รปภ.อย่างละเอียดอีกครั้ง จึงจะได้แจ้งดำเนินกับคนขับรถต่อไป

สลด! ผัวบีบคอเมียดับคาห้องพักย่านห้วยขวาง ก่อน โดดตึก ตายหนีความผิด

สลด ผัวทะเลาะเมีย ก่อนบีบคอจนเมียเสียชีวิตคามือ ก่อน โดดตึก ดับหนีความผิด สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ทั้งคู่มีปากเสียงกันมานานแล้ว ก่อนเหตุดังกล่าว

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 26 ก.ค. ร.ต.อ.ศิวานนท์ สงนุ้ย รอง สว.สอบสวน สน.ห้วยขวาง รับแจ้งเหตุมีมีคนตกจากที่สูงของอพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่งที่อยู่เเถวร้านขายน้ำสลัดเเละชีสซอสหลากรส ในประชาสงเคราะห์ 28 หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบศพนายนคร คำซ้อนแก้ว 65 ปี เบื้องต้นทราบว่าผู้ตายกระโดดจากดาดฟ้าลงมาเสียชีวิตดังกล่าว นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบบริเวณชั้น 2 ซึ่งเป็นห้องพักของนายนคร เลขที่ 218 พบผู้เสียชีวิตเป็นหญิงอีก 1 ราย ทราบชื่อคือ นาง มะลิ คำซ้อนแก้ว 77ปี สภาพศพนอนหงายอยู่บนที่นอน คาดว่าถูกสามีฆาตกรรม ก่อนที่ผู้เสียชีวิตจะไปกระโดดตึกฆ่าตัวตายเพื่อหนีความผิด

จากการสอบสวนผู้เห็นเหตุการณ์ทราบว่า นายนครมีอาชีพเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ก่อนเกิดเหตุได้ทะเลาะกับภรรยามาหลายวันแล้ว แต่ไม่คิดว่าผู้เสียชีวิตจะมาก่อเหตุดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสอบสวนและตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียด

สอบสวนทราบอีกว่า ส่วนสาเหตุมาจากลูกสาวและผู้ตายฝ่ายหญิง จะย้ายออกไปอยู่ข้างนอก ก่อนที่ฝ่ายชายจะมีปากเสียงกันกับฝ่ายหญิง จากนั้น ได้ใช้มือบีบคอภรรยาเสียชีวิตภายในห้อง จากนั้น ได้ขึ้นไปชั้นดาดฟ้าและกระโดดลงมาเสียชีวิต โดยหลังเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการติดตามลูกสาวของผู้เสียชีวิตมาทำการสอบสวนเพื่อหาสาเหตุต่อไป

บุกจับคลินิกเถื่อนกลางเมือง ลอบฉีดโบท็อกซ์-ฟิลเลอร์ อ้างจบหมอจากเกาหลี

จนท.สาธารณสุขเชียงใหม่-ตร.บุกจับคลินิกเสริมความงามกลางเมืองเชียงใหม่ หลังชาวบ้านร้องเรียนว่าไม่มีใบอนุญาต พบหุ่นส่วนร้านแอบฉีดโบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ อ้างจบหมอจากเกาหลี แต่ไม่มีใบอนุญาต โดนแจ้งข้อหาประกอบกิจการและดำเนินการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาตมีโทษจำคุกจำ 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท

เมื่อวันที่ 24 ก.ค. เจ้าหน้าที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ร่วมกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ และเจ้าหน้าที่กองกำกับการ 3 กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 เข้าตรวจสอบคลินิกเสริมความงาม ‘ดีน่าคลินิกเวชกรรม’ ที่อยู่เเถวร้านจำหน่ายเครื่องติดราคา เครื่องยิงราคาคุณภาพดี ราคาถูก เลขที่ 56/15 ถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ เชียงใหม่-ลำปาง ต.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ หลังได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่า คลินิกแห่งนี้น่าจะเปิดบริการโดยไม่มีใบอนุญาต

ขณะเข้าตรวจค้นเจ้าหน้าที่พบน.ส.ญภา นิธิจินดาวัชร์ อายุ 26 ปี รับเป็นหุ้นส่วนของร้าน พร้อมกับพนักงานผู้ช่วยภายในร้านอีก 3 คน และมีลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการจำนวนหนึ่ง จากการตรวจสอบภายในคลินิกพบชั้นล่างทำเป็นห้องคล้ายห้องพบแพทย์ มีห้องสำหรับเก็บยาเละเวชภัณฑ์

ขณะที่ชั้น 2 เปิดเป็นห้องผ่าตัดเล็ก 1 ห้อง พร้อมเตียงผู้ป่วยและอุปกรณ์ทางการแพทย์หลายรายการ และห้องทรีตเม้นท์ พร้อมตรวจยึดของกลางจำนวนมาก อาทิ โบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ ซิลิโคน เวชภัณฑ์ทางการแพทย์ ถุงมือ ไซริง เข็มฉีดยา ยาอีกหลายรายการ รวมทั้งเตียงผู้ป่วย และบัญชีรายชื่อลูกค้าจำนวนหนึ่ง แต่ไม่พบว่าคลินิกแห่งนี้มีใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล และไม่มีแพทย์คอยดูแลควบคุมภายในคลินิก

นายพัฒนา ศรชัย เภสัชกรชำนาญการ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ได้รับแจ้งเบาะแสจากประชาชนว่า คลินิกแห่งนี้ลักลอบเปิดโดยไม่มีแพทย์ เมื่อตรวจสอบในระบบก็ไม่พบว่าคลินิกแห่งนี้มีใบอนุญาต จึงประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ

ด้าน นายชาตรี พินใย นิติกรชำนาญการพิเศษ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่า คลินิกแห่งนี้ลักลอบเปิดมาราว 2 เดือน โดยพบว่าน.ส.ญภาและพนักงานในร้านอีกคนหนึ่ง เป็นผู้ฉีดโบท็อกซ์และฟิลเลอร์ ทั้งที่ตามกฎหมายแล้ว จะต้องเป็นแพทย์ที่ได้รับอนุญาต ขณะที่น.ส.ญภาอ้างว่าจบแพทย์ด้านศัลยกรรมจากประเทศเกาหลีใต้ แต่ไม่พบว่าได้รับอนุญาตให้เปิดสถานพยาบาลหรือประกอบวิชาชีพตามกฎหมายของไทย

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาน.ส.ญภากับพนักงานอีกหนึ่งคนในข้อหา ร่วมกันประกอบกิจการและดำเนินการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ขึ้นทะเบียนและได้รับอนุญาต, ร่วมกันขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันจำหน่ายยาที่ไม่ขึ้นทะเบียนตำรับยา โดยการเปิดคลินิกเถื่อนมีโทษจำคุกจำ 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท ส่วนข้อหาประกอบวิชาชีพเวชกรรม โดยไม่ได้รับอนุญาตมีโทษจำคุก 3 ปี ปรับไม่เกิน 3 หมื่นบาท