คลังเก็บผู้เขียน: admin

สาวสุพรรณฯ ตื่นมาเจอรอยประหลาด คนเชื่อพญานาคเลื้อยขึ้นรถ ให้โชค

สาววัย 43 ปี ที่ อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี เจ้าของร้านจำหน่ายสายรัดพลาสติก และสายรัดกล่องราคาถูก  ไปนอนเฝ้าน้องชายที่ รพ. เช้าตื่นขึ้นมาเจอรอยประหลาดเต็มกระจกหลังรถ ไม่เคยเห็นมาก่อน พอนำไปโพสต์ในเฟซฯ คนเลยแห่ถามเลขทะเบียน

วันที่ 14 มี.ค. ที่บ้านเลขที่ 139 หมู่ 5 ตำบลอู่ทอง อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ผู้สื่อข่าวได้ไปพบกับเจ้าของรถที่เจอกับเรื่องประหลาด มีรอยไม่เคยพบเห็น ปรากฏเต็มกระจกหลังรถเก๋ง

น.ส.ปฑิตตา รักษ์สกุลวัฒน์ อายุ 43 ปี เจ้าของบ้าน และเจ้าของรถยนต์เก๋ง ฮอนด้า ซิตี้ สีทอง หมายเลขทะเบียน 1303 สุพรรณบุรี ได้พาผู้สื่อข่าวดูรอยประหลาดที่อยู่เต็มกระจกหลังรถเก๋ง โดยบอกว่าเมื่อคืนนี้ตนได้ไปจอดรถเฝ้าน้องชายซึ่งป่วยอยู่ในโรงพยาบาลอู่ทอง กระทั่งตอนเช้าจะขับรถออกมาจะกลับบ้านก็ต้องตกใจเมื่อพบรอยประหลาดอยู่เต็มกระจกหลังรถ จึงได้โพสต์ลง Facebook

จากนั้นได้มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นโดยขอทราบหมายเลขทะเบียนรถ เลขที่บ้าน และบางคนกล่าวว่า เป็นรอยพญานาคซึ่งตนก็รู้สึกแปลกและประหลาดใจอยู่แล้วว่าเป็นรอยอะไร จึงไม่พลาดที่จะนำเลขทะเบียนรถ 1303 เลขที่บ้าน 139 รวมถึง 85 และ 180 ไปเสี่ยงดวงในวันที่ 16 มี.ค.นี้.

 

หนุ่มเก็บปืนใต้เบาะจยย. ขี่รถขึ้นภูเขา ปืนลั่นใส่ขา เจาะเส้นเลือดใหญ่ ดับสลด

หนุ่มเก็บปืนใต้เบาะจยย. ขี่รถขึ้นภูเขา ปืนลั่นใส่ขา เจาะเส้นเลือดใหญ่ ดับสลด

เมื่อวันที่ 7 มี.ค. ร.ต.ท.บุญณรงค์ รัตนโกศัย รอง สว.(สอบสวน) สภ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งเหตุพบศพที่ถนนขึ้นภูเขาปลายอวน ม.5 ต.พรหมโลก จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นพร้อมแพทย์เวร รพ.พรหมคีรี และเจ้าหน้าที่มูลนิธิประชาร่วมใจเข้าชันสูตรศพผู้เสียชีวิตซึ่งเป็นเขาสูงชัน ต้องเดินเท้าขึ้นไปอย่างยากลำบาก

ที่เกิดเหตุพบศพนายธีรพล จิโนพล อายุ 31 ปี อดีตตัวแทนจำหน่ายฟิล์มยืด ฟิล์มพันพาเลท  นอนตะแคงเสียชีวิตอยู่ข้างรถจยย. ฮอนด้า สีน้ำเงิน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จอดอยู่ตามปกติ สภาพศพมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .22 เข้าที่ต้นขาซ้ายด้านใน 1 นัด เลือดนองพื้น ใกล้กันพบปลาอยู่ในถุง 2-3 ตัว ตรวจสอบใต้เบาะรถจยย.พบอาวุธปืนสั้นไทยประดิษฐ์ขนาด .22 ซุกอยู่ 1 กระบอก

จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ตายได้ขับรถจยย.ออกจากบ้าน ตั้งแต่เมื่อวานเพื่อไปตกปลาที่ลำห้วยบนเขา ตกดึกมีคนได้ยินสียงปืนดัง 1 นัด กระทั่งมีคนผ่านไปพบร่างนายธีรพล นอนตะแคงเสียชีวิตในช่วงเช้า จากการตรวจสอบอาวุธปืนกระบอกดังกล่าวพบว่ามีรอยลั่น และมีปลอกกระสุนขนาด .22 ติดอยู่ในลำกล้อง 1 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนบริเวณที่เกิดเหตุไม่พบร่องรอยการต่อสู้

เจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า น่าจะทำปืนลั่นใส่ขาตัวเอง โดยอาวุธปืนที่ซ่อนอยู่ใต้เบาะรถจยย. อาจจะเสียดสี ขณะที่ผู้ตายากำลังขับแล้วลั่นใส่ขาถูกเส้นเลือดใหญ่ นายธีรพล อาจจะจอดรถเพื่อดูบาดแผลพบว่าเลือดออกไม่หยุด ทำให้เสียเลือดมาก ก่อนจะล้มลงเสียชีวิตดังกล่าว หลังจากชันสูตรพลิกศพเสร็จแล้วจึงมอบให้กับญาตินำไปจัดการตามประเพณีต่อไป

แม่แอบคลอดลูก บนฝาชักโครก ปล่อยทิ้งในห้องน้ำโรงพัก ทารกร้องลั่น เลือดเต็มตัว

เมื่อวันที่ 25 ก.พ. ร.ต.อ.เกษมสิษฐ์ ต่อกัน ร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ รับแจ้งว่ามีผู้พบเด็กทารกแรกคลอดถูกทิ้งไว้ในห้องน้ำ ภายในตึกที่ทำการชุดสืบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ เยื้องๆร้เานจำหน่าย ซองกันกระแทกและซองเอกสารกันกระแทก ทางเจ้าหน้าที่จึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมทั้งประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิรวมใจ เข้าให้การช่วยเหลือ

จากการตรวจสอบพบทารกเพิ่งคลอด เพศหญิง สภาพมีรกติดกับตัวเด็ก ถูกวางอยู่บริเวณอ่างล้างหน้าภายในห้องน้ำ ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงได้ทำการปฐมพยาบาล ก่อนจะนำเด็กทารกดังกล่าวไปรักษาต่อยังโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่

นายสุรพล คำวงษา เจ้าหน้าที่กู้ชีพ มูลนิธิรวมใจ กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุมีแม่บ้านทำความสะอาดเข้าไปในห้องน้ำแล้วได้ยินเสียงเด็กร้อง จึงเข้าไปตรวจสอบเปิดประตูห้องน้ำเข้าไปก็พบเด็กทารกเพศหญิงคนดังกล่าวถูกวางทิ้งไว้ที่ฝาชักโครก และพบรอยเลือดเปื้อนพื้นห้องน้ำ แต่ไม่พบแม่ของเด็ก แม่บ้านจึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก่อนจะประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้ามาให้การช่วยเหลือ

จากการตรวจสอบในเบื้องต้นพบว่าเด็กทารกดังกล่าวเป็นเด็กแรกคลอด ประมาณ 1 ชั่วโมง อยู่ในสภาพอ่อนแรงและอุณหภูมิต่ำ ทางเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพมูลนิธิรวมใจเชียงใหม่ จึงได้ให้การช่วยเหลือในการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนส่งต่อให้ทางทีมแพทย์รพ.มหาราชดำเนินการช่วยเหลือ

ต่อมา พ.ต.ท.อานนท์ เชิดชูตระกูลทอง สว.สส.สภ.เมืองเชียงใหม่ พร้อมกับพวกสามารถติดตามควบคุมตัวแม่รายนี้ได้และนำตัวมาสอบปากคำที่ห้องสืบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ โดย พ.ต.อ.ปิยะพันธ์ ภัทรพงษ์สินธุ์ รอง ผบก.ภ.จ.เชียงใหม่ ขอมาสอบปากคำด้วยตนเองในช่วงบ่าย

หนุ่ม26 เมาปลิ้น! ซิ่งเก๋ง พุ่งเข้าร้านเฟอร์นิเจอร์ดัง ไฟลุก ไหม้วอด 80 ล้าน อาคารถล่ม

หนุ่ม26 เมาปลิ้น! ซิ่งเก๋ง พุ่งเข้าร้านเฟอร์นิเจอร์ดัง ไฟลุก ไหม้วอด 80 ล้าน อาคารถล่ม

เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 18 ก.พ. ร.ต.อ.ชุติพนธ์ สุบรรณน้อย รองสว.(สอบสวน) สภ.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา รับแจ้งเหตุรถเก๋งพุ่งชนร้านขายเฟอร์นิเจอร์จนเกิดไฟลุกไหม้ ริมถ.กาญจนวนวนิช เขตเทศบาลเมืองคอหงส์ จึงรีบไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมประสาน รถดับเพลิงเทศบาลเมืองคอหงส์และเทศบาลนครหาดใหญ่ 5 คัน และ หน่วยกู้ภัยมูลนิธิมิตรภาพสามัคคีหาดใหญ่ เข้าให้การช่วยเหลือ

ที่เกิดเหตุเป็นร้านเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่และเป็นศูนย์รวมเฟอร์นิเจอร์ ชื่อ บางกอกลิฟฟวิ่งมอล เลขที่ 31/6 ซึ่งอยู่ห่างจาก โรงงานผลิตกล่องเมล่อน หรือกล่องใส่เมล่อน ราคาถูกไม่ไกลนัก เจ้าหน้าที่พบ ไฟกำลังโหมลุกใหม่อย่างหนัก ต้นเพลิงเกิดจากรถเก๋งโตโยต้า โคโรล่า สีเทา หมายเลขทะเบียน ขท 1452 สงขลา ที่เสียหลักพุ่งชนเข้าไปภายในร้านเฟอร์นิเจอร์จนเกิดไฟลุกไหม้รถขึ้นทั้งคัน และเปลวไฟลุกลามไปตัวอาคารและเฟอร์นิเจอร์ที่อยู่ในร้านอย่างรวดเร็ว

เนื่องจากสินค้าที่เป็นเฟอร์นิเจอร์ทุกประเภท ทั้งเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้าน และสำนักงาน เครื่องนอน เป็นเชื้อไฟอย่างดี และลุกลามหมดทั้งร้านอย่างรวดเร็ว และความร้อนยังทำให้โครงสร้างอาคารพังลงมา เจ้าหน้าที่ต่างเร่งระดมกำลังกันฉีดน้ำดับไฟนานเกือบ3 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้ จากการตรวจสอพบร้านเฟอร์นิเจอร์และสินค้าที่อยู่ภายในร้านเสียหายทั้งหมด รวมทั้งรถเก๋งคันต้นเหตุ นอกจากนี้ความร้อนยังส่ผลให้บริษัทเหล็กที่อยู่ติดกับร้านฟอร์นิเจอร์ได้รับความเสียหายที่บริเวณกำแพงอีกด้วย

ส่วนคนขับรถเก๋งทราบชื่อ นายพฤหัส แซ่จิว อายุ 26 ปี อยู่ในอาการมึนเมาได้รับบาดเจ็บและโชคดีที่ทหารประจำด่านตรวจด้านความมั่นคงซึ่งอยู่ใกล้กับจุดเกิดเหตุเข้ามาช่วยดึงร่างออกมาได้ทันหวิดถูกย่างสด เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือนำตัวส่ง รพ.หาดใหญ่ 

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุรถเก๋งคันนี้ได้ขับมาด้วยความเร็ว และเสียหลักพุ่งชนเข้าไปในร้านเฟอร์นิเจอร์และทำให้เกิดไฟลุกไหม้ขึ้นมาทันที เจ้าหน้าที่ทหารประจำจุดตรวจด่านความมั่นคงเห็นเหตุการณ์จึงรีบเข้าไปช่วยคนขับออกมาได้ทันในสภาพที่เมาแทบไม่ได้สติ

ขณะที่ ร.ต.อ.ชุติพล เปิดเผยว่า เจ้าของร้านเฟอร์นิเจอร์คือ นายอัชอารีย์ วันดับดุลเลาะฮ์ อายุ 50 ปี จากการประเมินค่าเสียหายเบื้องต้นประมาณ 80 ล้านบาท ขณะเดียวกันยังพบว่า ร้านเฟอร์นิเจอร์และรถเก๋งที่พุ่งชนนั้นไม่มีประกัน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหานายพฤหัส 1.ขับรถประมาททำให้ทรัพย์สินเสียหาย 2.ขับรถขณะเมาสุรา และจะเรียกตัวมารับทราบข้อกล่าวหารวมทั้งสอบสวนเพิ่มเติมอีกครั้ง เนื่องจากขณะนี้ยังพักรักษาตัวอยู่ที่รพ.

 

13ปีที่พลัดพราก! แม่ตามหาลูกสาว เผยอยากอธิบายเหตุผล ขอหอม-กอดสักครั้ง

แม่วัย 37 ปี วอนสื่อ ประกาศตามหาลูก ที่เกิดกับอดีตสามี หลังไม่ได้เจอกันนาน 13 ปี เผยคิดถึงและอยากเจอหน้าลูกสักครั้ง ไม่รู้ว่าป่านนี้ลูกจะสุขสบายดีหรือไม่ ด้านนายอำเภอ เช็กประวัติ พบทำบัตรประชาชนตอน 7 ขวบในพื้นที่จ.ชลบุรี

เมื่อวันที่ 12 ก.พ. เรื่องราวความรักของแม่คนหนึ่ง ที่ต้องการเห็นหน้าลูกสาวที่ไม่ได้เจอกันมาเกือบ 13 ปี โดย นางแรมจันทร์ อ่วมพรม อายุ 37 ปี แม่บ้านโรงงานนำเข้าเครื่องปั้มไดคัท และเครื่องพิมพ์กลอ่งกระดาษแห่งหนึ่งใน อ.สำโรง จ.อุบลราชธานี ได้เข้าร้องเรียนผู้สื่อข่าว เพื่อขอให้ช่วยติดตามหาลูกสาววัย 15 ปี ซึ่งไม่ได้เจอหน้ากันมานานเกือบ 13 ปี โดยปัจจุบันมีเพียงภาพถ่ายเก่าที่ถ่ายเมื่อลูกสาวมีอายุเพียง 2 ขวบเศษเพียงใบเดียวไว้ดูต่างหน้ามาโดยตลอด

นางแรมจันทร์ เล่าว่า ขณะที่ตนมีอายุ 16 ปี ได้ออกจากบ้านในอ.ทุ่งช้าง จ.น่าน มาทำงานที่ร้านอาหารตามสั่งในอ.บ่อทอง จ.ชลบุรี และได้ชอบพอกับนายไก่ (นามสมมุติ) หลานชายเจ้าของร้าน กระทั่งให้กำเนิดลูกสาวชื่อ น้องนิด (นามสมมุติ) แต่ชีวิตรักระหว่างตนกับนายไก่ก็ได้จบลง เมื่อน้องนิด อายุได้เพียง 2 ขวบเศษ และตนก็ได้นำลูกสาวไปให้แม่ของตนเลี้ยงที่จ.น่าน

นางแรมจันทร์ เล่าต่อว่า ส่วนตนก็ไปทำงานเป็นสาวโรงงานในอ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ได้เพียง 1 สัปดาห์ ก็ได้รับแจ้งจากแม่ของตนว่า นายไก่มารับเอาตัวน้องนิดไปอยู่ด้วย ซึ่งตนพยายามติดต่อนายไก่ซึ่งเป็นสามีเก่า เพื่อพูดคุยเรื่องลูกสาวที่นายไก่มารับเอาตัวไป แต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้จนมาถึงวันนี้

“ซึ่งต่อมาเมื่อหลายปีก่อน ตนก็มีครอบครัวใหม่กับหนุ่มชาวจ.อุบลราชธานี และมีลูกสาวด้วยกันอีก 1 คน อายุ 6 ขวบ แต่ก็ยังคิดถึงน้องนิดลูกสาวคนแรก และได้พยายามตามหาลูกสาว โดยบางครั้งมีคนงานนำสินค้าจากโรงงานไปส่งที่จ.ชลบุรี ก็ขอร้องให้ช่วยดูร้านขายอาหารตามสั่งที่เคยไปทำงานอยู่ว่าเห็นลูกสาวของตนบ้างหรือไม่ แต่คนขับรถก็บอกว่าร้านอาหารนั้นไม่มีอยู่แล้ว” นางแรมจันทร์ กล่าว

นางแรมจันทร์ เล่าอีกว่า ทำให้ตนหมดปัญญาที่จะตามหาลูกสาว เพราะปัจจุบันก็มีรายได้เพียงเป็นแม่บ้านของโรงงาน ไม่มีเงินทองพอใช้ไปติดตามหาลูกสาวคนนี้ได้ ที่ผ่านมาก็ได้แต่เล่าเรื่องราวความรักของแม่ให้ลูกสาวอีกคนฟังมาโดยตลอดว่า ยังมีพี่สาวอยู่อีกคน และลูกสาวคนเล็กก็บอกอยากเจอพี่สาวเช่นกัน ทำให้ช่วงที่ผ่านมา ก็ได้แต่คิดถึงอยากเจอหน้าน้องนิดสักครั้ง แต่ก็ทำไม่ได้ จึงได้เข้ามาขอความช่วยเหลือดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าน้องนิดทราบเรื่องแล้วไม่ต้องการเจอนางแรมจันทร์ เพราะไม่เคยอยู่ด้วยกันมาก่อน นางแรมจันทร์ กล่าวว่า ตนเข้าใจเหตุผลนี้ดี แต่ก็อยากอธิบายให้ลูกรู้ว่าเหตุใดที่ไม่มีโอกาสได้อยู่ด้วยกัน และไม่ต้องการอะไร เพียงแต่อยากเห็นหน้าลูกสาวว่า ปัจจุบันนี้เป็นเช่นไร เรียนหนังสืออยู่ชั้นไหน โตขนาดไหนแล้ว ถ้าเป็นไปได้ก็อยากขอกอดและหอมลูกสักครั้งในชีวิตก็ยังดี

“เพราะเข้าใจดีที่เราไม่ได้เป็นคนที่เลี้ยงดูเขามาตั้งแต่เล็ก แต่ก็อยากเห็นหน้า หรือได้มีโอกาสพูดคุยกับลูกสักครั้งก็ยังดี” นางแรมจันทร์ กล่าว

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้พา นางแรมจันทร์ เข้าพบ นายธรรมนูญ แจ่มใส นายอำเภอสำโรง เพื่อให้ช่วยเหลือในการติดตามหาตัวน้องนิดที่ไม่ได้เจอกันมาเกือบ 13 ปี และจากการตรวจสอบจากข้อมูลของสำนักทะเบียนราษฏร กระทรวงมหาดไทย ทราบว่า น้องนิดได้เข้ามาทำบัตรประชาชนเมื่ออายุได้ 7 ขวบ โดยแจ้งที่อยู่ในต.บ่อกวางทอง อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี แต่ไม่รู้ว่าตัวยังอยู่ตามภูมิลำเนาที่แจ้งไว้กับสำนักทะเบียนราษฏรหรือไม่

นายธรรมนูญ จึงโทรศัพท์แจ้งไปยังอ.บ่อทอง ให้ช่วยเป็นธุระประสานตรวจสอบไปยังผู้ใหญ่ที่น้องนิดมีชื่ออยู่ในหมู่บ้านว่า เด็กสาวคนนี้ยังคงพักอยู่ที่หมู่บ้านดังกล่าวหรือไม่ และทางน้องนิดและครอบครัวยินดีจะให้นางแรมจันทร์ไปพบหรือไม่ ซึ่งหากน้องนิดและนายไก่ไม่ขัดข้อง ทางนายธรรมนูญก็ยินดีมอบเงินค่าเดินทางและค่าใช้จ่ายให้นางแรมจันทร์ ซึ่งมีฐานะยากจนใช้เดินทางไปพบกับลูกสาว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอการประสานกลับมาจากผู้ใหญ่บ้านในต.กวางทอง ที่น้องนิดมีภูมิลำเนาอยู่ครั้งสุดท้ายอยู่ที่นั่น

จับแล้ว! มือปืน ฆ่าว่าที่เจ้าบ่าว ที่แท้คนกันเอง หลักฐานมัดแน่น พยานเล่าปมเหตุ

จับแล้ว! มือปืน ฆ่าว่าที่เจ้าบ่าว ที่แท้คนกันเอง หลักฐานมัดแน่น พยานเล่าปมเหตุ เคยทะเลาะถึงขั้นชกต่อยกันมาแล้ว เห็นขี่รถจยย.ออกจากบ้านคนตาย ก่อนเจอศพ เจ้าตัวยังปฎิเสธ

ฆ่าว่าที่เจ้าบ่าว จากกรณี คนร้ายใช้อาวุธปืนยิง นายธนวัฒน์ เผียงสูงเนิน อายุ 41 ปี อดีตพนักงาน โรงงานผลิตสายรัดพลาสติก และสายรัดกล่องรายใหญ่แห่งหนึ่ง     และเป็นว่าที่เจ้าบ่าว ซึ่งกำลังจะเข้าพิธีสมรสกับแฟนสาวในเดือน ม.ค.62 ภายในหมู่บ้านแก่นท้าว หมู่ 14 ต.เสมา อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา เหตุเกิดเมื่อวันที่ 29 ธ.ค.61 ต่อมาตำรวจสืบทราบว่าคนร้ายคือ นายอุไร คอยสูงเนิน อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 70 หมู่ 2 บ้านแก่นท้าว ต.เสมา อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นคนในหมู่บ้านเดียวกัน และหลังก่อเหตุได้หลบหนีไป ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุดวันที่ 11 ก.พ. ตำรวจ สภ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา สามารถจับกุมตัว นายอุไร ได้และนำตัวมาสอบปากคำที่ สภ.สูงเนิน เบื้องต้น นายอุไร ให้การปฏิเสธและไม่ยอมรับสารภาพ ทั้งนี้ พล.ต.ต.วัชรินทร์ บุญคง ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา ยืนยันว่าตำรวจมีพยานหลักฐานและพยานบุคคลชัดเจนสามารถดำเนินคดีกับ นายอุไร ได้อย่างแน่นอน

จากการสอบถามเพื่อนของผู้ตายได้เล่าว่า ผู้ตายและนายอุไร เคยมีปัญหากันจริง และเคยทะเลาะวิวาทถึงขั้นชกต่อยกันมาแล้ว 1 ครั้ง วันเกิดเหตุผู้ตายและนายอุไร ได้ไปเที่ยวงานประจำปีฉลองหลวง        พ่อโสธรนครเสมา ที่วัดบ้านเหมือดแอ ต.เสมา ทั้งคู่น่าจะดื่มสุราและเกิดเขม่นกันในงานดังกล่าว หลังกลับจากวัดผู้ตายได้บอกกับเพื่อนว่าจะเข้าไปเอาเงินที่บ้านและหายเงียบไปนาน ในขณะเดียวกันก็มีคนเห็นนายอุไร ขี่รถจยย.หลบหนีออกจากบ้านผู้ตาย จนมีคนมาพบศพดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบหลักฐานและพยานแวดล้อมทั้งหมด โดยบ่งชี้ว่า นายอุไร คือผู้ก่อเหตุ โดยได้แจ้งข้อหา มีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนและพกพาอาวุธปืนเข้าไปในเมือง หมู่บ้านหรือที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันควร ยิงปืนโดยใช่เหตุในหมู่บ้านหรือชุมชน ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เจ็บท้องก่อนถึงรพ.! สาวสุดอั้นจอดริมทาง คลอดลูกสาวในรถ ปลอดภัยทั้งคู่

เจ็บท้องก่อนถึงรพ.! สาวสุดอั้นจอดริมทาง คลอดลูกสาวในรถ ปลอดภัยทั้งคู่

เมื่อวันที่ 8 ก.พ. เจ้าหน้าที่มูลนิธิเสมอกันกู้ภัยสุพรรณบุรี อ.ศรีประจันต์ รับแจ้งมีสาวเจ็บท้องใกล้คลอด ขณะจอดรถริมถนนหน้าสวนพืชไร่ดินหรือสวนอินทผาลัม  หมู่ 6 ต.วังน้ำซับ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี จุดเกิดเหตุ อยู่ไม่ห่างจากโรงงานผลิตเทปใสและสก๊อตเทปราคาถูก ทางเข้ามูลนิธิเสมอกันกู้ภัยสุพรรณบุรี จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมประสานหน่วยแพทย์กู้ชีพ ร.พ.ศรีประจันต์ รุดไปให้การช่วยเหลือ

เมื่อไปถึงพบรถเก๋ง มิตซูบิชิ สีฟ้า ทะเบียน กน 4018 สุพรรณบุรี ในเบาะนั่งพบ น.ส.ชุติรัตน์ หงษ์เวียงจันทร์ 20 ปี  เจ็บท้องน้ำเดิน ร้องด้วยความเจ็บ หน่วยกู้ภัยจึงให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้น พร้อมรอหน่วยกู้ชีพมาถึง กระทั่งศีรษะของทารกได้โผล่ออกมาจากช่องคลอด จึงช่วยเหลือทำคลอดบนรถ ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ทำคลอดสำเร็จ ทราบต่อมา เป็นเด็กหญิง น้ำหนักแรกคลอด 2.740 กรัม ตัดสายสะดือ และทำความสะอาดก่อนนำแม่และลูก ส่ง ร.พ.ศรีประจันต์ได้อย่างปลอดภัย

ทางญาติได้ตั้งชื่อว่า น้องเกรซ พร้อมกับกล่าวว่า ก่อนหน้าแม่เด็กเริ่มเจ็บท้องจะคลอด จึงพามาโรงพยาบาลขณะมาถึงหน้าสวนพืชไร่ดิน น.ส.ชุติรัตน์ บอกน้องจะคลอดจึงจอดรถ แล้วแจ้ง 1669 ขอความช่วยเหลือดังกล่าว ต้องขอขอบคุณมูลนิธิเสมอกันกู้ภัยสุพรรณบุรี และทีมแพทย์โรงพยาบาลศรีประจันต์เป็นอย่างมากที่ช่วยทำคลอดจนแม่และลูกปลอดภัยทั้ง 2 คน

ผู้หมวดนำทีมจับแก๊งยา จู่ๆ ปืนลั่น ใส่ ด.ต.ทะลุหน้าอก ก่อนสิ้นใจโรงพยาบาล

ผู้หมวดนำทีมจับแก๊งยา จู่ๆ ปืนลั่น ใส่ ด.ต.ทะลุหน้าอก ก่อนสิ้นใจโรงพยาบาล หลังจอดวางแผนหน้าบ้านกำนัน หยิบปืนเตรียมพร้อม ลั่นใส่ลูกน้องทะลุอก

วันที่ 6 ธ.ค. ร.ต.อ.คนอง รัตนะ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.บ้านกวาง จ.แพร่ ได้รับแจ้งเหตุมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส ภายในรถยนต์ที่ใช้ในราชการชุดสืบสวน สภ.บ้านกวาง เหตุเกิดที่ถนนในหมู่บ้านก่อนถึงร้านจำหน่ายสายรัดพลาสติกหรือสายรัดกล่องคุณภาพดีราคาปลีก-ส่ง ม.4 ต.บ้านเหล่า อ.สูงเม่น จ.แพร่ หน้าที่ทำการกำนันตำบลบ้านเหล่า จึงรุดไปตรวจสอบพบรถยนต์สีเลือดหมู ที่ใช้ในราชการสืบสวนของชุดปราบปรามยาเสพติด สภ.บ้านกวาง จอดอยู่ โดยมีรอยกระสุนยิงทะลุกระจกหน้ารถ 1 นัด

ส่วนผู้บาดเจ็บทราบชื่อคือ ด.ต.ณัฐพล สายยืด อายุ 50 ปี ตำแหน่ง ผบ.หมู่ ป.สภ.บ้านกวาง ถูกนำตัวส่ง ร.พ.สูงเม่น ไปก่อนหน้านี้ โดยมีบาดแผลถูกยิงอาวุธปืนขนาด 9 มม. เข้าที่ด้านหลังทะลุหน้าอกซ้าย แต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนผู้ก่อเหตุคือ ร.ต.ท.ธีรกิจ ท่วงที อายุ 43 ปี รอง สวป.สภ.บ้านกวาง จึงคุมตัวไปสอบปากคำ

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ร.ต.ท.ธีรกิจ ได้นำกำลังวางแผนล่อซื้อยาเสพติด โดยมี ด.ต.ณัฐพล เป็นพลขับ และ ร.ต.ท.ธีรกิจ นั่งอยู่เบาะหลัง และขณะจอดรถที่หน้าที่ทำการกำนันตำบลบ้านเหล่า เพื่อวางแผนจับกุมยาเสพติด ร.ต.ท.ธีรกิจ ก็ได้หยิบอาวุธปืนขึ้นมาเพื่อเตรียมความพร้อม แต่จู่ๆ เกิดลั่นใส่ ด.ต.ณัฐพล จนได้รับบาดเจ็บสาหัส จึงรีบประสานตำรวจที่อยู่ใกล้เคียงนำรถยนต์อีกคันพาไปส่งโรงพยาบาล ก่อนเสียชีวิตดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้นำศพของ ด.ต.ณัฐพล ส่งชันสูตรที่ ร.พ.แพร่ ส่วน ร.ต.ท.ธีรกิจ ผู้ก่อเหตุ ได้ควบคุมตัวไปสอบปากคำเพิ่มเติม เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ยังเมาไม่พอ! หนุ่มยืมจยย.เพื่อน ซื้อเหล้ามาดื่มต่อ แหกโค้งชนเสาไฟ คอหักดับคาที่

เมื่อวันที่ 11 พ.ย. ร.ต.อ.ยุทธศิลป์ สิงหาด รอง สว.สส.(สอบสวน) สภ.มะขาม จ.จันทบุรี ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ศูนย์วิทยุกู้ภัยสมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถาน จันทบุรี ว่า เกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เสียหลักแหกโค้ง พุ่งชนเสาไฟฟ้า บนถนนสายพญาล่าง ม.11 ต.วังแซ้ม อ.มะขาม จ.จันทบุรี ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย จึงรุดตรวจสอบพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ เขต อ.มะขาม

ในที่เกิดเหตุเป็นเส้นทางโค้งหักศอก พบศพชายวัยรุ่นนอนเสียชีวิตอยู่ที่โคนเสาไฟฟ้าแรงสูง สวมเสื้อยืดสีดำ กางเกงขาสั้นสีดำสลับลาย สภาพศพคอหัก มีบาดแผลบริเวณปลายคาง และใบหูด้านขวาฉีกขาด ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า มีโอ สีขาว คาดเหลือง หมายเลขทะเบียน 1 กฆ 5179 จันทบุรี ล้มอยู่ใน
ป่าหญ้าข้างทาง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจสอบรอยคราบเลือด บริเวณเสาซีเมนต์ทป้ายสัญญาณจราจร และถ่ายภาพเก็บร่องรอยหลักฐานในที่เกิดเหตุ พร้อมบันทึกไว้เป็นหลักฐาน

ต่อมามีนายอำพล เลือดสี อายุ 26 ปี พนักงานซ่อมบำรุงของโรงงานนำเข้าเครื่องปั๊มไดคัท เครื่องพิมพ์กล่องกระดาษจากต่างประเทศเเห่งหนึ่ง อยู่บ้านเลขที่ 88/2 ม.1 ต.โป่งน้ำร้อน อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี ได้เดินทางมาพบทาง ร.ต.อ.ยุทธศิลป์ สิงหาด ร้อยเวรเจ้าของคดี พร้อมกับนำหลักฐานแสดงตัวว่า เป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์คันที่ประสบอุบัติเหตุตัวจริง

สอบสวนนายอำพล ให้การว่า ผู้เสียชีวิต คือ นายอัมพล บุญแสง อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 4 ม.5 ต.สำโรงปราสาท อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นเพื่อนทำงานก่อสร้างโครงหลังคาเหล็ก ก่อนเกิดเหตุ นายอัมพล พร้อมกับเพื่อนพากันตั้งวงดื่มเหล้าสังสรรค์กันในวันหยุด ส่วนตนนอนพักผ่อนอยู่กับแฟนสาวในห้องพัก ต่อมานายอัมพลมีอาการเมา เข้ามาขอยืมรถจักรยานยนต์ เพื่อขี่ออกไปซื้อเหล้ามาดื่มกันต่ออีก แต่เงียบหายไปนานยังไม่กลับมา

นายอำพล ให้การต่อว่า จากนั้นตนกับแฟนสาวขี่รถจักรยานยนต์อีกคันออกมาซื้อข้าวที่ตลาด และบังเอิญเห็นรถจักรยานยนต์ของตัวเองที่นายอัมพลยืมไป อยู่บนท้ายรถกระบะของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขับสวนทางมาพร้อมกับรถเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ จึงเข้าไปสอบถามจนทราบว่า นายอัมพลขี่รถจักรยานยนต์ไปประสบอุบัติเหตุชนเสาไฟฟ้าเสียชีวิตแล้ว

จากการตรวจสอบร่องรอยหลักฐานในที่เกิดเหตุ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดสาเหตุว่า ผู้ตายเมาสุรา แล้วขับรถหลุดโค้งชนเสาไฟฟ้าเสียชีวิต จึงนำศพส่งชันสูตรที่ ร.พ.มะขาม พร้อมตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด เพื่อสรุปสาเหตุที่แน่ชัดต่อไป

จับหนุ่มงัดจู๋โชว์สาว! คุ้ยประวัติเจอหนีคดีชำเราด.ญ.ลูกเลี้ยงมาทำงานกรุงเทพฯ

วันที่ 5 พ.ย. ที่สน.โชคชัย พ.ต.อ.สุพล ค้ำชู ผกก.สน.โชคชัย พ.ต.ท.พรทวี สมวงศ์ รองผกก.ป. พ.ต.ต.ชัยวัฒน์ พริ้งสกุล สวป. พร้อมกำลังตำรวจป้องกันและปราบปราม ร่วมกันจับกุมตัว นายจำเรียง (ขอสวนนามสกุล) หลังก่อเหตุโชว์อวัยวะเพศภายในซอยสตรีวิทยา 2 แยก 10 เมื่อวันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา

พ.ต.ท.พรทวี เปิดเผยว่า คดีนี้มีหญิง อายุ 30 ปี เข้าแจ้งความให้ติดตามจับกุมชายไม่ทราบชื่อ ขี่รถจักรยานยนต์ตามมาจากถนนสตรีวิทยา 2 เมื่อเข้ามาภายในซอยสตรีวิทยา 2 แยก 10 แล้วได้หยุดรถแล้วเปิดโชว์อวัยวะเพศโชว์ให้ดู เมื่อตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่าหลังก่อได้เข้าไปในร้านสะดวกซื้อเเถวบริษัทผลิตเเละจำหน่ายฟิล์มยืดหรือฟิล์มพันพาเลทคุณภาพดีรายใหญ่ แล้วยังจับอวัยวะเพศตลอดเวลาพร้อมทั้งจับจองผู้หญิงที่พบเห็น จากนั้นเจ้าหน้าที่ออกสืบสวนจนพบว่า พักอาศัยอยู่ที่วันชัยคอนโด ย่านลาดพร้าว จึงไปดักเฝ้าและจับกุมตัวไว้ได้

จากการสอบสวน รับสารภาพว่า เป็นลูกจ้างก่อสร้างทั่วไปโดยพักอาศัยอยู่บริเวณแถวนี้ วันเกิดเหตุเห็นผู้เสียหายอยู่คนเดียว จึงขี่จักรยานยนต์ตามไปแล้วเปิดโชว์อวัยวะเพศโชว์ให้ดู เมื่อตรวจสอบประวัติยังพบว่า นายจำเรียง มีหมายจับศาลจังหวัดตาก เลขที่จ.15/2558 ลงวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2558 ข้อหากระทำความรุนแรงในครอบครัว และกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี ซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีของตนโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ในพื้นที่ สภ.สามเงา จ.ตาก

เมื่อประสานไปยังตำรวจ สภ.สามเงา ก็ทราบว่า นายจำเรียงถูกกล่าวหาและดำเนินคดีในข้อหา กระทำชำเราลูกเลี้ยงของตัวเองแล้วหลบหนีมาทำงานก่อสร้างในกรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหากระทำอนาจารต่อหน้าธารกำนัล เปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 1,000 บาท แล้วประสาน สภ.สามเงา มารับตัวไปดำเนินคดีในข้อหากระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปีต่อไป