คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าววงการไปรษณีย์

นายหน้าที่ดินยิงตัวดับ เผยปมสลด เครียดไม่ได้ออกจากบ้าน หวั่นรับเชื้อโควิด

วันที่ 30 มี.ค. ร.ต.อ.อุทิศ เหล่าหา รองสารวัตรสอบสวน สภ.บางเลน จ.นครปฐม รับแจ้งว่ามีผู้ถูกอาวุธปืนยิงเสียชีวิต เหตุเกิดภายในบ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่ ต.นราภิรมย์ อ.บางเลน หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมชุดสืบสวน สภ.บางเลน แพทย์เวรโรงพยาบาลบางเลน เจ้าหน้าที่มูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์นครปฐม กองพิสูจน์หลักฐาน7

ที่เกิดเหตุชั้นล่างภายในห้องนอน พบศพนายอุทัย (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 66 ปี สภาพศพนั่งเสียชีวิตอยู่ สภาพไม่สวมเสื้อ สวมกางเกงขาสั้นสีขาว ศีรษะเอนไปทางด้านซ้ายเล็กน้อย พบบาดแผลถูกยิงเข้าที่ขมับขวา 1 นัด นอกจากนี้ยังพบอาวุธปืนลูกโม่ขนาด .22 ตกอยู่ที่บริเวณหว่างขา เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ที่พื้นยังพบกองเลือด และมุ้งลวดหน้าต่างยังพบรอยกระสุนที่กระเด็นออกไป คาดเสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 12 ชั่วโมง

จากการสอบถามภรรยาของผู้เสียชีวิต ทราบว่า นายอุทัยเจ้าของร้าน กล่องกระดาษ,กล่องกระดาษออนไลน์ ปกติในทุกวันจะต้องออกไปพบเจอเพื่อน ๆ ตามร้านค้าขายของชำในหมู่บ้านบ้าง หรือไม่ก็ไปนั่งพูดคุยกับเพื่อนตามศาลาวัดบ้าง แต่ช่วงนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด19 ซึ่งภรรยาเป็นห่วงสุขภาพ จึงไม่อยากให้ออกไปไหนมาไหนในช่วงนี้ จึงร้องขอให้อยู่บ้านไม่ให้ออกไปเพราะกลัวจะไปติดเชื้อโรคเข้ามา

ช่วงเวลา 19.00 น. วันที่ 29 มี.ค. ที่ผ่านมา ได้มีปากเสียงทะเลาะกันดัง จนพูดกันไม่รู้เรื่อง นายอุทัย ได้เอ่ยปากขู่มาว่าจะยิงตัวตาย แล้วเดินเข้าห้องนอนไป โดยที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะยิง ขณะนั้นได้ยินเสียงดังคล้ายกับทำลายข้าวของ มีเสียกระจกแตก

ภรรยาก็ไม่กล้าเข้าหาเพราะคิดว่ายังโกรธและเครียดอยู่ จึงได้ออกไปนอนที่บ้านลูกชาย และกลับเข้ามาดูคนงานตัดผักขายหน้าบ้านเมื่อช่วง 03.00 น. และไปแอบมองที่ช่องหน้าต่างเห็นว่า นายอุทัย นั่งอยู่ที่พื้นปลายเตียง จึงเข้าใจว่านั่งหลับอยู่

จนตอนสาย 09.30 น. ลูกชายเข้ามาหาที่บ้าน แล้วเดินไปเปิดประตูห้องนอนพบว่าลูกบิดประตูถูกล็อก เคาะประตูเรียกก็ไม่ออกมาเปิด ไม่มีเสียงตอบรับใด ๆ จึงช่วยกันงัดเปิดประตูห้องเข้าไปพบว่าใช้อาวุธปืนยิงตัวเองเสียชีวิตแล้ว

เบื้องต้นสันนิษฐานว่า ผู้ตายน้อยใจที่ถูกห้ามไม่ให้ออกจากบ้าน โดยไม่เข้าใจว่าภรรยาเป็นห่วงเรื่องสุขภาพ กับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส จึงตัดสินใจยิงตัวตายดังกล่าว

สาว2แทงดับ หนุ่มอุบล ฉุนฝากกดเงินบัตรคนจน ดันเอาไปซื้อเหล้ากินหมด

เมื่อเวลา 20.15 น. วันที่ 19 มี.ค. ร.ต.ท.หญิง จริยา ทองย้อย รองสารวัตรสอบสวน สภ.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุมีชายถูกอาวุธมีดแทงเสียชีวิต หน้าบ้านเลขที่ 39/26 ม.4 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ

หลังรับแจ้งได้รุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.ปัญญา คำเล็ก ผกก.สภ.สัตหีบ พ.ต.ท.สันติ ชูเชิด รอง ผกก.ส.ส. และ พ.ต.ท.สุพรรณ ใจหาญ สว.สส. พร้อมแพทย์เวร รพ.สัตหีบ กม.10 หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถาน

ที่เกิดเหตุพบศพนายเสถียร ธรรมมาทอง อายุ 49 ปีลูกจ้างร้านจำหน่าย ถุงแก้วเทปกาว,ถุงแก้วฝากาว ภูมิลำเนา จ. อุบลราชธานี ในสภาพนอนคว่ำหน้า จมกองเลือดข้างโต๊ะ ม้าหิน ตรวจสอบมีแผลถูกแทงที่ลำคอข้างขวาจำนวน 1แผล

ตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุ พบมีดปอกผลไม้ปลายแหลมความยาวประมาณ 4 นิ้ว ถูกทิ้งในกระป๋องใส่น้ำ บนโต๊ะม้าหิน สอบถามนายสุพจน์ กองทอง อายุ 47 ปี สาวประเภท 2 เพื่อนผู้ตาย ที่อยู่ในที่เกิดเหตุ อยู่ในอาการเมาสุรา ถามตอบไม่รู้เรื่อง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวไปสอบสวน

จากการสอบถามนาย เสรี รุ่งโรจน์ อายุ 44 ปี เจ้าของบ้านทราบว่าคนตายมาขออาศัยอยู่ที่บ้านมาหลายปีแล้วเป็นคนชอบกินเหล้า ในตอนเกิดเหตุตนไม่อยู่บ้านมีคนโทรศัพท์มาบอกว่ามีคนเสียชีวิตบริเวณหน้าบ้านจึงรีบมาดู โดยผู้ตายและกลุ่มเพื่อนที่อาศัยอยู่ด้วยกันชอบมีปากเสียงกันขณะนั่งดื่มสุราบริเวณนี้กันเป็นประจำ

ล่าสุด นายสุพจน์ รับให้สารภาพว่า เป็นคนใช้มีดแทงนายเสถียร โดยเล่าว่าตนและผู้ตายได้นั่งดื่มสุรากันจนมึนเมา ก่อนที่จะทะเลาะกัน เรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ บัตรคนจน ที่ตนฝากให้ผู้ตายไปกดเงินแต่ผู้ตายได้นำเงินไปซื้อสุรามาดื่มจนหมดซึ่งทำมาแล้วหลายครั้ง

วันนี้ตนเอ่ยปากทวงเงินอีกครั้งแต่ผู้ตายกับบอกไม่มีให้ ด้วยความโมโหจึงคว้ามีดแทงเข้าที่ลำคอผู้ตาย จนเสียชีวิตดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาฯ” ก่อนจะนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในวันที่20 มี.ค.ต่อไป

สลด! ว่าที่เจ้าบ่าว เครียดถูกแฟนจับได้ แอบสูบบุหรี่ ผูกคอดับคาห้อง

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 14 มี.ค. ร.ต.อ.ภูวิชพนธ์ สุกใส รอง สว.(สอบสวน) สภ.ดอนหัวฬ่อ จ.ชลบุรี รับแจ้งมีเหตุคนผูกคอเสียชีวิตภายในห้องพักเลขที่ 95 หมู่ 11 ต.นาป่า อ.เมือง จ.ชลบุรี จึงรีบรุดไปตรวจสอบพร้อมกู้ภัยมูลนิธิธรรมรัศมีมณีรัตน์

ที่เกิดเหตุเป็นหอพักไม่มีชื่อ 3 ชั้น ห้องที่เกิดเหตุอยู่ชั้น 2 ภายในห้องพบศพนายวรวิทย์ ชลารักษ์ อายุ 36 ปีพนักงานร้านจำหน่า โฟมกันกระแทก,โฟมกันรอย ชาว จ.ปราจีนบุรี ใช้สายไฟจากปลั๊กผูกคอภายในห้องน้ำ และพบกระดาษเขียนไว้ว่า “ ชีวิตยังมีพรุ่งนี้ให้เริ่มต้นใหม่เสมอ” กู้ภัยจึงได้นำร่างผู้เสียชีวิตออกมาจากห้องน้ำเพื่อนำไปที่ รพ.ชลบุรีเพื่อชันสูตรพลิกศพ

จากการสอบถาม น.ส.วินิดา อยู่คง อายุ 28 ปี ชาว จ.ปราจีนบุรี แฟนสาวของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ตนได้ติดต่อกับแฟนหนุ่มมาตลอด พอมาวันนี้ติดต่อไม่ได้ จึงเดินทางมาหาที่ห้องพัก โทรหาก็ไม่รับ จึงเปิดห้องเข้าไปดูก็พบว่าผูกคอเสียชีวิตเเล้ว ตนก็ยังงงว่าทำไม ทั้งๆ ที่จะแต่งงานกันภายในเดือน เม.ย.นี้

น.ส.วินิดา กล่าวอีกว่า ผู้เสียชีวิตชอบสูบบุหรี่ ก่อนจะแต่งงาน ตนจึงขอร้องให้เลิกบุหรี่ เขาก็เลิกได้สักพัก แต่ตนมาจับได้ว่าแอบสูบบุหรี่ จึงต่อว่าไป แฟนหนุ่มก็ตอบว่าเครียด จนมาเกิดเหตุวันนี้ ไม่คิดว่าจะมาจากไปแบบนี้เลย

ด้านตำรวจจะสอบสวนแฟนสาวของผู้เสียชีวิตอีกครั้งและจะด้ให้ญาตินำร่างผู้เสียชีวิตไปดำเนินการตามประเพณีต่อไป

สิ้นลาย เสือเหลี้ยม โจรเหี้ยมปล้นฆ่า ยิงสู้ตร.-ทหาร สุดท้ายเป็นลมตาย แม่นั่งเฝ้าศพ

สิ้นลาย เสือเหลี้ยม / เมื่อเวลา 06.30 น.วันที่ 8 มี.ค.63 ร.ต.อ.ณัฐวุฒิ จันทร์สมุทร รอง สว.(สอบสวน) สภ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตที่บ้านเขที่ 114 หมู่ 8 บ้านต้นกอ ต.ร่อนพิบูลย์ อ.ร่อนพิบูลย์หลังโรงงาน กล่องกระดาษ,กล่องกระดาษออนไลน์ รับแจ้งแล้ว จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.สงบ จันทร์สิงห์ ผกก.สภ.ร่อนพิบูลย์ นำชุดสอบสวน แพทย์เวร รพ.ร่อนพิบูลย์ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิสยามรวมใจปู่อินทร์

เมื่อไปถึงพบร่างผู้เสียชีวิตทราบชื่อนายยุทธนา ชูแก้ว อายุ 49 ปี หรือที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางในนาม “เสือเหลี้ยม ทุ่งโพธิ์” อยู่บ้านดังกล่าว ซึ่งเสือเหลี้ยมมีประวัติโชกโชน เป็นมือปืนรับจ้างระดับต้นๆ ของตำรวจภูธรภาค 8 และยังเป็นผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ นอนเสียชีวิตอยู่ที่ชานหน้าบ้าน คาดตายมาแล้วไม่ต่ำกว่า 1 ชม.

จากการสอบสวนทราบว่าเสือเหลี้ยม ได้ลงจากบนภูเขามาอยู่ที่บ้านแม่แล้วหลายวัน กระทั่งเป็นลมหมดสติและเสียชีวิต เบื้องต้นทางแพทย์ระบุถึงสาเหตุการตายว่าน่าจะมาจากเป็นลม หรือหัวใจวายเฉียบพลัน ขณะที่ตำรวจเชื่อว่าเสือเหลี้ยม อาจจะป่วยหนัก ขณะซ่อนตัวอยู่บนภูเขาแล้วได้กลับมารักษาอาการที่บ้าน แต่อาการทรุดหนักไม่กล้าไปหาหมอเพราะมีคดีติดตัวทำให้เสียชีวิตในที่สุด

สำหรับนายยุทธนา หรือ “เสือเหลี้ยม ทุ่งโพธิ์” ผู้ตายนั้นมีคดีติดตัวหลายคดี มีหมายจับทั้งคดีฆ่า และคดียาเสพติด ในท้องที่ อ.ร่อนพิบูลย์ สิชล และ อ.ทุ่งสง จ.นครสรีธรรมราช ซึ่งเมื่อวันที่ 14 ก.ย.58 ขณะเข้าปิดล้อมจับกุมได้ยิงปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร จนตำรวจบาดเจ็บ 1 คน ขณะที่เสือเหลี้ยมได้ฝ่าวงล้อมเจ้าหน้าที่หลบหนีไปได้อย่างลอยนวล โดยไปซ่อนตัวอยู่บนภูเขา สถานที่ที่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถไปถึง

นอกจากนี้เสือเหลี้ยม ยังมีน้องชายคือนายธีรยุทธ ชูแก้ว อายุ 40 ปี หรือ “เสือมุ้ย สวนเลา” ซึ่งเป็นผู้ต้องหาที่มีหมายจับทั้งคดีฆ่า ยาเสพติด โดยนายธีรยุทธ หรือ “เสือมุ้ย สวนเลา” นั้นได้ยิงต่อสู้กับตำรวจทหารขณะถูกปิดล้อมบ้าน และกลัววิสามัญฆาตกรรมจึงให้ญาติพี่น้องล้อมหน้าล้อมหลังออกจากบ้านแล้วมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ และถูกดำเนินคดีติดคุก ก่อนถูกควบคุมตัวไปจองจำที่ทัณฑสถานวัยหนุ่มนครศรีธรรมราช

กระทั่งปี 2560 นายธีรยุทธ ชูแก้ว อายุ 40 ปี หรือ “เสือมุ้ย สวนเลา” ได้แหกคุกทัณฑสถานวัยหนุ่มพร้อมเพื่อนนักโทษอีกคน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ออกไล่ล่าปิดล้อม แต่ยังหลบหนีไปได้อย่างลอยนวลจนถึงขณะนี้ ซึ่งคาดว่าน่าจะไปซ่อนตัวอยู่บนภูเขากับนายยุทธนา หรือ “เสือเหลี้ยม ทุ่งโพธิ์” พี่ชาย โดยจะมีลูกน้องคอยส่งเสบียงให้ และล่าสุดวันที่ 19 ก.ค.62 นายธีรยุทธ หรือ “เสือมุ้ย สวนเลา” ได้ก่อคดียิงคนตายในพื้นที่ อ.ร่อนพิบูลย์ อีกคดีก่อนหนีไปได้อย่างลอยนวล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากการตายของเสือเหลี้ยมนั้น ได้มีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางว่า “ตายไม่สมศักดิ์ศรี” ซึ่งก่อนหน้านี้ทางเจ้าหน้าที่ได้เฝ้าระวังออกไล่ล่าติดตาม 2 พี่น้องมาอย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นผู้ต้องหารายสำคัญของภาคใต้ ก่อคดีมาอย่างโชกโชน และสามารถหลบหนีการจับกุมมาได้โดยตลอด กระทั่งเสือเหลี้ยม มาเป็นลมตายดังกล่าว ขณะญาติไม่ติดใจถึงสาเหตุการตายแต่อย่างใด

หนุ่มใหญ่ควบเก๋งไปรับลูก แหกโค้ง พุ่งชนปิกอัพ ดับคาซาก คู่กรณีสาหัส

หนุ่มใหญ่ควบเก๋งไปรับลูกที่โรงเรียน แหกโค้ง พุ่งชนปิกอัพ ตัวเองหงายท้องดับคาซาก คู่กรณีสาหัส เจ้าหน้าที่เตรียมสอบหาสาเหตุที่แท้จริง

แหกโค้ง วันที่ 2 มี.ค. พ.ต.ท.อิทธิศักดิ์ ชมศรีหาราชพร สารวัตร (สอบสวน) สภ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม ได้รับแจ้งเหตุมีรถชนกันบนถนนสายท่าอุเทน-โพนสวรรค์ ช่วงบ้านนาใน ต.นาใน อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์เวร ร.พ.โพนสวรรค์ เจ้าหน้าที่กู้ชีพศรีสัตตนครพนม รถกู้ชีพ อบต.นาใน และเจ้าหน้าที่กู้ภัยบัวเพชร

ที่เกิดเหตุเป็นถนน 2 เลน ฝั่งขาเข้าหน้าโรงงาน ถุงแก้วเทปกาว,ถุงแก้วฝากาว อ.โพนสวรรค์ พบรถเก๋งมาสด้า สีขาว หมายเลขทะเบียน กข-3623 นครปฐม พลิกคว่ำล้อชี้ฟ้า สภาพพังยับเยิน จากการตรวจสอบภายในรถพบผู้เสียชีวิตติดคาซาก ทราบคือชื่อ นายสำเนียง หมื่นศรี อายุ 53 ปี ชาว จ.ชลบุรี เจ้าหน้าที่จึงใช้เครื่องตัดถ่างงัดร่างออกมา

ใกล้กันพบรถกระบะนิสสัน สีน้ำเงินคาดบรอนซ์ทอง หมายเลขทะเบียน ป-9953 อุดรธานี สภาพหน้ารถพังยับเยิน โดยมี นายสมพงษ์ ทองมะโรง อายุ 60 ปี เป็นคนขับได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งรักษาที่ ร.พ.โพนสวรรค์

จากการสอบสวนทราบว่า นายสำเนียง ขับรถเก๋งออกมากจากตัวเมืองนครพนม มุ่งหน้าจะไปรับลูกที่โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งใน อ.โพนสวรรค์ ขณะขับมาถึงที่เกิดเหตุเป็นทางโค้ง อาจแหกโค้งและเสียหลัก เป็นจังหวะที่รถของ นายสมพงษ์ ออกมาจาก ต.โพนบก มุ่งหน้าจะไปทาง อ.ท่าอุเทน ก่อนเสียหลักชนประสานงานอย่างจัง จนรถพลิกคว่ำล้อชี้ฟ้าไปเกยค่อมกับท้ายรถกระบะ เป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้เร่งสอบสวนสาเหตุที่แน่ชัดอีกครั้ง ก่อนดำเนินการต่อไป

รู้แล้วเป็นใคร! ศพถูกฆ่ายัดกระเป๋า ทิ้งน้ำปิง กลุ่มเพื่อนมาด้วยกันเผ่นกลับไปแล้ว

ศพถูกฆ่ายัดกระเป๋า / กรณีพบศพถูกฆ่ายัดในกระเป๋าเดินทางลอยเกยหาดทรายกลางแม่น้ำปิงใกล้กับโรงงานผลิต โฟมใกันกระแทก,โฟมกันรอย บ้านท่าไม้แดงใต้ หมู่8 ต.ลานดอกไม้ อ.เมือง จ.กำแพงเพชร บริเวณหาดทรายเกาะกลางแม่น้ำปิง เป็นศพชายไม่ทราบชื่อ อายุประมาณ 40 ปี ผมสั้นผิวขาว สูงประมาณ 170 เซนติเมตร ชุดที่สวมใส่เป็นแบบแบรนด์เนม เสื้อยืดแขนสั้นยี่ห้ออามานีสีขาว กางเกงขาสั้นลายสก๊อตสีขาวดำเควินไคล์ สภาพศพขดในกระเป๋าขึ้นอืด ข้อมือขวาถูกมัดด้วยเชือกไนล่อนผูกติดกับลำตัว ข้อเท้ามีสายรัดพลาสติกรัดติดกันไว้ทั้งสองข้าง ร่างกายพบรอยฟกช้ำ ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 27 ก.พ. พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีพบศพชายยัดใส่กระเป๋าเดินทางในแม่น้ำปิง พื้นที่ จ.กำแพงเพชร ว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องมาโดยตลอด ซึ่งขณะนี้ในเบื้องต้นพิสูจน์ด้านอัตลักษณ์บุคคลแล้ว พบว่าศพดังกล่าวนั้นเป็นชายสัญชาติจีน อายุประมาณ 30 ปี โดยแจ้งที่พักกับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองในพื้นที่ จ.ชลบุรี ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนของพื้นที่พบศพ ก็จะดำเนินการสืบสวนขยายผลและประสานการปฎิบัติข้อมูลกับ สตม. ตามขั้นตอนของกฎหมาย

ล่าสุดตำรวจพิมพ์ลายนิ้วมือนิ้วเท้าของผู้ตาย ให้ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองตรวจสอบในระบบไบโอเมททริกพบว่า ชายที่ถูกฆ่า คือนายจุน หวัง อายุ 30 ปี สัญชาติจีน เดินทางเข้าไทยเมื่อวันที่ 12 ก.พ.ที่ผ่านมา ขณะที่ รองผู้บัญชาการตำรวจภาค 6 เรียกประชุม ตำรวจในสังกัดกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกำแพงเพชร เพื่อวางแนวทางคลี่คลายคดี

จากการสืบสวนสอบสวน ตำรวจพบรถต้องสัยผ่านพื้นที่ด่านห้วยยะอุ อ.แม่สอด จ.ตาก และในพื้นที่ที่เกิดเหตุ และยังพบว่ากลุ่มเพื่อนที่เดินทางมากับผู้ตายขณะนี้เดินทางออกจากประเทศไทยไปแล้ว ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนกำลังเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี

อีกทั้งพนักงานสอบสวนจะดำเนินการแจ้งข้อมูลที่เกี่ยวข้องไปยังกองการต่างประเทศ (บก.ตท.), สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย, สตม. เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

รองโฆษก ตร.กล่าวต่อว่า คงต้องให้เวลาเจ้าหน้าที่ตำรวจในการทำงาน สืบสวนสอบสวนและพิสูจน์ทราบถึงตัวคนร้ายที่ก่อเหตุ พร้อมติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป พร้อมกันนี้หากประชาชน มีข้อมูลหรือเบาะแส สามารถแจ้งได้ที่หมายเลขสายด่วน 191 และ 1599 ได้ตลอด 24 ชม.


จ่อหมายจับยกแก๊ง ยิงถล่ม 30 นัดย่านฝั่งธนฯ ปมโพสต์ด่าเฟซ‘เสี่ยโป้’

เสี่ยโป้ / จากกรณีกลุ่มคนร้ายประมาณ 20 คน ขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์กว่า 10 คัน และรถฟอร์จูเนอร์สีขาว ทะเบียน 7456 (ไม่ทราบหมวดอักษร) ไล่ยิงกลุ่มคู่อริจนบาดเจ็บ 2 ราย โดยเจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนกว่า 30 ปลอกตกอยู่ เหตุเกิดบริเวณหน้าวัดจันทร์ประดิษฐ์ฐารามติดกับโรงงาน กล่องกระดาษ,กล่องกระดาษออนไลน์ ภายในซอยเพชรเกษม 48 แขวง บางด้วน เขตภาษีเจริญ กทม. เมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 16 ก.พ.ที่ผ่านมา

โดยกลุ่มผู้เสียหายตั้งประเด็นปมสาเหตุมาจากพี่ชายไปโพสต์เฟซบุ๊กตำหนิเสี่ยโป้ เรื่องไม่ดูแลลูกน้องจนถูกทำร้ายร่ายกายที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่งในสปป.ลาว ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

เมื่อเวลา 17.30 วันที่ 17 ก.พ. ที่สน.ภาษีเจริญ รายงานข่าวแจ้งว่า หลังจากได้เรียกสอบปากคำพยานที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมด เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบกลุ่มผู้ก่อเหตุแล้ว ตอนนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อออกหมายจับ

สำหรับสาเหตุคาดว่า ทั้งสองกลุ่มนี้มีเรื่องบาดหมางกันมาก่อน และประกอบกับจังหวะที่ก่อเหตุนั้น กลุ่มคู่กรณีได้เข้ามาต่อว่าเน็ตไอดอลย่านฝั่งธนฯคนหนึ่ง ที่กลุ่มผู้ก่อเหตุนับถือ ทำให้ไม่พอใจ จึงก่อเหตุดังกล่าวขึ้น โดยพฤติกรรมการก่อเหตุดังกล่าว เข้าข่ายความผิดในข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา

พ.ต.อ.ณกฤช บุญศักดิ์ ผกก.สส.บก.น.9 กล่าวว่า ขณะนี้ทราบเบาะแสของกลุ่มผู้ที่ก่อเหตุแล้ว หากศาลอนุมัติออกหมายจับจะเข้าจับกุมคาดว่าไม่เกิน 1-2 วันนี้จะได้ตัว แต่ถ้าหากผู้ก่อเหตุจะเข้ามาพบ เพื่อมอบตัวก่อนหมายจับออก เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจให้รีบเข้ามาติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยเร็วที่สุด

แม่พาลูกม.1 เก็บขยะขาย ถูกเพื่อนล้อ ไม่มีเงินต้องขาดเรียน ชุดนร.ตัวเดียวใส่ทั้งปี

เก็บขยะขาย – เมื่อวันที่ 18 ก.พ. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า ที่บ้านเลขที่ 83/3 ถนนวัดแจ้ง หมู่ที่ 5 ต.บางรัก อ.เมือง จ.ตรัง ได้มี น.ส.ปรียา วุ่นพันธ์ อายุ 37 ปี อาศัยอยู่กับครอบครัวทั้งหมด 7 คน มีลูกด้วยกันถึง 5 คน

โดยพ่อมีอาชีพ พนักงานโรงงานผลิต ถุงแก้วเทปกาว,ถุงแก้วฝากาว มีรายได้เพียงพอแค่ค่ากินรายวัน ทำให้ น.ส.ปรียา ให้ลูกชายคนโตคือ “น้องโก้” ด.ช.ภาณุเดช อายุ 14 ปี ที่กำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ออกไปช่วยเก็บขยะหลังเลิกเรียน ตั้งแต่เวลา 16.00 – 22.00 น. ทุกวัน โดยทิ้งให้ลูก ๆ อีก 4 คน อายุ 2 ขวบ 3 ขวบ 9 ขวบ และ 13 ขวบ อยู่บ้านตามลำพัง

น.ส.ปรียา กล่าวว่า เธอพาลูกชายไปเก็บของเก่าขายมานานกว่า 2 ปีแล้ว โดยใช้เวลาหลังเลิกเรียน ไม่มีวันหยุด แต่ละวันมีรายได้ตั้งแต่ 250-300 บาท ซึ่งไม่พอใช้จ่ายสำหรับลูกทั้ง 5 คน หามาได้ 300 ก็หมดทั้ง 300 ข้าวสารตกวันละ 1 กิโลกรัม หากเป็นวันหยุดต้องหุงวันละ 2 กิโลกรัม

บางวันลูก (น้องโก้) ต้องขาดเรียน เพราะต้องมาดูแลน้อง และไม่มีเงินให้ลูกไปโรงเรียน ตนก็หวังให้ลูกเรียนจบ มีงานทำ และมีอนาคตที่ดีกว่าพ่อแม่

ขณะที่ น้องโก้ กล่าวว่า ครูรู้ว่าตนต้องช่วยแม่เก็บขยะ ขณะที่เพื่อนก็ล้อว่าเป็นเด็กเก็บขยะ เนื้อตัวมอมแมม ส่วนที่โรงเรียนได้ช่วยหาทุนการศึกษาให้ ตนมีความฝันอยากเป็นช่างยนต์ เพราะรายได้ดี ไม่ต้องมาเก็บขยะขาย ตอนนี้อยากได้ทุนการศึกษา และเสื้อผ้าชุดนักเรียนทั้งของตัวเองและของน้อง ๆ อีก 2 คน เพราะมีกันคนละชุด ต้องกลับมาซักกันทุกวัน

ขณะเดียวกัน นางนิตยา มุทามาศ หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัว สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.ตรัง เข้าสอบถามความสมัครใจของผู้เป็นแม่ โดยยินดีรับเด็กวัย 2-3 ขวบไปดูแลโดยให้เธอไปรับส่งทุกเช้าเย็น เพื่อจะได้มีเวลาหาของเก่าในเวลากลางวัน ส่วนอีก 3 คน 9-14 ปีจะส่งไปเข้า โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ที่ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช เพื่อให้เด็กได้เรียนหนังสืออย่างเต็มที่ แต่ปรากฏว่าเธอปฎิเสธ โดยอ้างว่าจะขอเลี้ยงดูตามสภาพ ซึ่งหากน้องโก้ไปอยู่ที่อื่น เธอก็ไม่มีคนมาช่วยเก็บของเก่าขาย แต่ได้รับปากว่าจะไม่ปล่อยให้ลูกทั้ง 4 คน อยู่กันตามลำพังเกิน 2 ทุ่ม

สำหรับน้องโก้ ปัจจุบันได้เปิดบัญชีร่วมกับพระครูโอภาสธรรมวิมล เจ้าอาวาสวัดแจ้ง อ.เมืองตรัง โดยใช้ชื่อบัญชี พระครูโอภาสธรรมวิมลและ ด.ช.ภาณุเดช รัตนบุรี ธนาคารออมสิน สาขาตรัง หมายเลขบัญชี 020306711894 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 099-3140634


ทิ้งทวนก่อนย้าย! ปลัดสุดช็อก โดน ปาหินใส่รถ กระจกแตก เผยปมขัดแย้ง-ยอมถอยให้แล้ว

ปาหินใส่รถ วันที่ 12 ก.พ. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสตูล นำกำลังเข้าตรวจสอบที่จุดจอดรถด้านข้าง สำนักงานหน้าเทศบาลตำบลเจ๊ะบิลัง อ.เมือง จ.สตูล หลังได้รับแจ้งเหตุจาก นายกรกช ยีอาร์ ปลัดเทศบาลตำบลเจ๊ะบิลัง ว่ารถเก๋งนิสสัน ซันนี่ สีดำ ทะเบียน กง-1886 สตูล ของตัวเอง ถูกปาก้อนหินใส่จนกระจกหน้ารถฝั่งคนขับแตกละเอียด โดยมีก้อนหินตกอยู่ข้างรถ

จากนั้นชุดสืบสวน สภ.เมืองสตูล ได้กระจายกำลังลงพื้นที่และสอบถามหาบุคคลว่ามีผู้ใดเห็นเหตุการณ์ในครั้งนี้บ้าง พร้อมตรวจสอบรอบบริเวณเพื่อหาหลักฐาน เนื่องจากเป็นช่วงเที่ยงวันระหว่างที่พนักงานเทศบาลและเจ้าหน้าที่ออกไปหาอาหารกลางวันรับประทานกันรวมทั้งปลัดด้วยแล้วจอดรถไว้หน้าร้าน กล่องกระดาษ,กล่องกระดาษออนไลน์

นายกรกช เปิดเผยว่า ตนไม่เคยมีปัญหาส่วนตัวกับใครตลอดเวลาที่ทำงานเป็นปลัดที่เทศบาลตำบลเจ๊ะบิลังนี้มานานร่วม 6 ปี และไม่อยากจะคิดว่าเป็นเรื่องที่ตนมีปัญหาการทำงานกับฝ่ายบริหารถึงขั้นแจ้งความ สภ.เมืองสตูล ไว้เป็นหลักฐาน เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา และวันนี้ก็เป็นวันสุดท้ายที่จะมาเก็บข้าวของเพื่อไปช่วยราชการที่ ทต.คลองขุด โดยวันนี้ตอนเที่ยงออกไปกินข้าวและกลับมาขึ้นรถเพื่อขับรถออกไปหลังเก็บข้าวของเพื่อไปทำงานที่ทำงานใหม่ พอขึ้นรถก็ถูกมือมืดปาหินใส่รถยนต์ส่วนตัวแล้ว

สำหรับปมปัญหาที่ไปแจ้งความไว้เป็นหลักฐานเคยมีถึงขั้นให้ตนย้ายออกไปจาก ทต.เจ๊ะบิลัง หากทำตามนโยบายไม่ได้ หรืองานร่วมกันไม่ได้ให้ย้ายไป ตนเลยไปคุยกับท้องถิ่นจังหวัดถึงปมขัดแย้งระหว่าง ฝ่ายปลัดฝ่ายผู้บริหาร ฝ่ายสภา ไม่สามารถทำงานร่วมกันได้ ทางท้องถิ่นจังหวัดจึงเสนอว่าปลัดสะดวกไหมที่จะไปช่วยราชการที่อื่น ซึ่งตนก็บอกว่ายินดีเพื่อลดความรุนแรง

ทำให้วันนี้เข้ามาเก็บของจึงเกิดเหตุการณ์ปาหินใส่รถของตนขึ้น ส่วนประเด็นอื่นเคยแจ้งความไว้แล้วก่อนหน้านี้ของพนักงานภายในเทศบาล ลักษณะให้ทำงาน แต่ด้วยวัฒนธรรมของที่นี่ส่วนใหญ่จะตักเตือนไม่ได้ บอกไม่ได้ ถึงขั้นด่าพ่อแม่ ขู่ทำร้าย จึงแจ้งความเป็นหลักฐานไว้แล้ว และขอรับประกันเรื่องส่วนตัวไม่มีมีแต่เรื่องของงานเท่านั้น

ปัญหาที่เกิดขึ้น ปลัดเทศบาลตำบลเจ๊ะบิลัง มองว่า ยังมีฝ่ายส่วนที่ไม่เข้าใจเรื่องกฎระเบียบราชการ ที่ทำไม่ได้ ซึ่งข้อจำกัดของราชการต้องใช้ระเบียบเป็นหลัก จึงได้ย้ายออกและไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องในวันย้ายออก จนเกิดความเสียหายต่อทรัพย์สิน ไม่รู้จะเกิดเรื่องต่อชีวิตอีกเมื่อไหร่ จึงขอความเป็นธรรมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งรัดติดตามตัวคนร้ายด้วย

ด้าน นายอับดุลวาริส บิลังโหลด อดีตรองนายกเทศมนตรีตำบลเจ๊ะบิลัง กล่าวว่า ทปลัดเป็นคนอัธยาศัยดีเข้ากับชาวบ้านได้เป็นอย่างดี และก็คิดว่าปลัดไม่มีปัญหากับใคร ซึ่งตนพอได้ทราบข่าวก็รู้สึกตกใจและรู้สึกเสียดายที่รู้ว่าปลัดจะย้ายออกจากพื้นที่ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเชื่อว่ามีบุคคลที่ไม่พอใจการทำงานที่ยึดมั่นของปลัดที่ทำตามกฏระเบียบไม่ลงรอยกั้น ก็คงต้องรอผลการสืบสวนของตำรวจอีกครั้งว่าผู้ใดเป็นคนก่อเหตุครั้งนี้

ทางด้าน นายดุลยา รอเหมมัน ผู้นำศาสนามัสยิดเจ๊ะบิลัง บอกว่า ปลัดเข้ากับชาวบ้านได้ดี โดยส่วนตัวเสียดาย และรู้สึกตกใจเช่นกันที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้น อยากจะให้กำลังใจปลัดและเสียความรู้สึกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก

ชายโฉด! ขืนใจดญ.13 ป่วยโรคหัวใจ เคยขยี้กามสาวพิการท้อง ลูกแฉไม่รับเป็นพ่อ

จากกรณีเฟซบุ๊กแฟนเพจ “เพจปราณบุรี” ได้โพสต์ภาพผู้ก่อเหตุพร้อมข้อความ ระบุว่า เมื่อเวลาเที่ยงคืนกว่า ๆ ของวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา ชายในรูปบุกรุกเข้าไปในบ้าน ด.ญ.อายุ 13 หมายจะข่มขืน ซึ่งน้องเป็นโรคหัวใจอยู่ด้วย ญาติ ๆ ได้ยินจึงช่วยกันจับตัวไว้ได้ กราบข้อโทษน้องแต่อาศัยทีเผลอวิ่งหนีไปได้ ญาติเลยเข้าแจ้งความเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา และพาน้องไปตรวจร่างกาย

ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านหลังหนึ่งติดกับร้านจำหน่าย ถุงซิปล็อค,ซองซิปล็อค ในพื้นที่ ต.เขาน้อย อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ พบ น.ส.ก้อย (นามสมมติ) น้าของเด็กหญิงวัย 13 ปี เปิดเผยว่า เมื่อเวลาประมาณ 24.00 น.ของวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา ผู้ก่อเหตุเข้ามานั่งเล่นกับพี่ชายของตนที่ป่วยเป็นโรคอัมพฤกษ์ โดยผู้ก่อเหตุได้ปีนเข้ามาทางหน้าด้านหลังบ้าน ปกติแล้วผู้ก่อเหตุมักจะมาคุยเล่นกับพี่ชายและปีนเข้าออกทางหน้าต่างห้องนอนของพี่ชายเป็นประจำ

น.ส.ก้อย กล่าวต่อว่า แต่เมื่อผู้ก่อเหตุจะเดินทางกลับบ้าน พี่ชายรู้สึกเอะใจจึงถามว่า “มาทางหน้าต่าง ทำไมไม่ออกทางหน้าต่าง” ซึ่งผู้ก่อเหตุอ้างว่า อยากจะออทางประตูหน้าบ้าน หลังจากนั้น ผู้ก่อเหตุเดินออกจาห้องนอนของพี่ชาย แต่พี่ไม่ได้ยินเสียงลูกบิดประตูหน้าบ้าน จึงพยายามขึ้นรถเข็นเพื่อจะไปเปิดประตูห้องนอนมาดูหลานสาว อายุ 13 ปี ซึ่งปกติแล้วจะนอนอยู่ที่ห้องโถงกลางบ้านคนเดียว

“จากนั้นเรียกหลานให้ไปกรอกน้ำที่หน้าบ้าน หลานก็ลุกขึ้นมาในสภาพกางเกงหลุดลุ่ย ก่อนจะเดินไปประตูหน้าบ้าน พี่จึงได้ยินเสียงว่าประตูเพิ่งจะปลดล็อกออก เลยบอกให้หลานสาวเข็นตัวเองออกมาที่ห้องโถง และพี่ได้เอื้อมมือไปเปิดไฟทันที พบผู้ก่อเหตุกำลังมุดอยู่ใต้เก้าอี้โยก และเอาผ้าห่มมาคลุมตัว จึงตะโกนเรียกป้ากับลุงให้ออกมาจากห้องนอน ผู้ก่อเหตุลุกขึ้นมาสภาพใส่กางเกงขาสั้นกีฬาตัวเดียว มีกางเกงยีนส์พาดอยู่ที่แขน อ้างว่าทะเลาะกับน้องสาว จะขอนอนด้วย ทุกคนทราบว่าผู้ก่อเหตุอาศัยช่วงเวลาหลังเดินออกจากห้องของพี่ชายไม่ถึง 10 นาที ก่อเหตุกระทำชำเราหลานสาว ก่อนจะอาศัยทีเผลอหลบหนีไป” น.ส.ก้อย กล่าว

ด้าน นายสมชาย (นามสมมติ) พ่อของผู้เสียหาย กล่าวว่า ยังไม่พบเบาะแสผู้ก่อเหตุ แต่เมื่อวานนี้ผู้ก่อเหตุโทรศัพท์มาหาน้องสาวของเขา บอกว่ากำลังจะหาทางออกอยู่ ซึ่งไม่มีใครรู้ว่าจะหาทางออกด้วยการมอบตัว หรือคิดสั้น ทั้งนี้ ผู้ก่อเหตุประกอบอาชีพรับจ้างขับรถตู้ ไม่ค่อยสุงสิงกัน แต่จากที่รู้จักกัน ผู้ก่อเหตุก็ดูเป็นคนดี ไม่คิดว่าจะมาก่อเหตุกับลูกสาว เพราะก็มาคุยเล่นกับลูกสาวตลอด ไม่ได้มีท่าทีจะลวนลาม

ส่วน นายป้อม (นามสมมติ) ลูกชายของผู้ก่อเหตุ กล่าวว่า ตนไม่ยอมรับว่าเป็นลูกชายที่เกิดจากผู้ก่อเหตุ เพราะเขาไม่เคยส่งเสียเลี้ยงดู และทิ้งตนตั้งแต่แรกเกิด แต่ที่รับรู้ว่าผู้ก่อเหตุเป็นพ่อของตน เพราะชาวบ้านในพื้นที่บอกว่าคนนี้เป็นพ่อ มาข่มขืนแม่ตนที่พิการ จนมีตนเกิดขึ้นมา และแม่ของตนตายตั้งแต่ตนอายุได้ 12 ปีแล้ว ทั้งนี้ ตนเติบโตมาด้วยตัวเอง ผู้ก่อเหตุจะมาเป็นพ่อของตนได้อย่างไร และหากผู้ก่อเหตุมาขอโทษ ตนยืนยันว่าไม่พร้อมให้อภัย