คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าววงการไปรษณีย์

“ครูพี่ณัฐ” เครียดถูกสอบคดีทำร้าย “น้องชายแดน” กดดันร้องไห้โฮกลางห้องขัง

กรณีความคืบหน้ากรณี พ.ต.อ.สุทธินันทร์ คงแช่มดี ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ นำกำลังตำรวจชุดสืบสวนสอบสวน สภ.เมืองนครสวรรค์ ตำรวจกองปราบปราม พร้อมหมายจับบุกเข้าจับกุมตัว นายณัฐพล อายุ 27 ปี เจ้าของสถาบันกวดวิชา รวมถึง น.ส.พีรญา อายุ 25 ปี ภรรยา และ น.ส.นงลักษณ์ อายุ 54 ปี แม่ยาย ในข้อหาร่วมกันทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตาย ซึ่งผู้ปกครอง ด.ช.ฐปกร หรือ น้องชายแดน อายุ 14 ปี เข้าไปศึกษาและเก็บตัวอยู่ที่สถาบันดังกล่าวเเถวย่าน โรงงานผลิตกล่องกระดาษ แล้วถูกทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล เเถวย่าน โรงงานผลิตกล่องกระดาษ

จนกระทั่ง เมื่อวานตำรวจควบคุมตัวทั้งหมดได้ภายในบ้านพัก ซึ่งดัดแปลงเป็นสถาบันกวดวิชาเตรียมทหาร ตั้งอยู่ภายในหมู่บ้าน ต.วัดไทร อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ก่อนนำตัวมาสอบสวนยัง สภ.เมืองนครสวรรค์ โดยมี นายอรรถพร สิงหวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ พล.ต.ต.ดำรง เพ็ชพงศ์ ผบก.ภ.นครสวรรค์ ร่วมสอบสวนขยายผลค้นหาของกลางไม้เบสบอล ซึ่งพยานยืนยันว่าผู้ต้องหานำไปทิ้งลงแม่น้ำปิง ช่วงบริเวณเชิงสะพานเลี่ยงเมือง ต.บ้านแก่ง อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ซึ่งอยู่ระหว่างการค้นหานั้น

ล่าสุด (19 มิ.ย. 62) ผู้สื่อข่าวรายงาน บรรยากาศที่ สภ.เมืองนครสวรรค์ พล.ต.ต.ดำรง เพ็ชพงศ์ ผบก.ภ.นครสวรรค์ ได้สั่งการให้ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรนครสวรรค์ พ.ต.อ.สุทธินันท์ คงแช่มดี ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ ประชุมทีมพนักงานสอบสวน สืบสวน เพื่อนำสำนวนและหลักฐานทั้งหมดที่เมื่อวานนี้ทีมสืบสวน สอบสวน ได้กระจายกำลังลงพื้นที่หาหลักฐานเพิ่ม นำมาแลกเปลี่ยนกันและประชุมทีมสอบสวนว่าจะต้องสอบประเด็นใดเพิ่มเติมบ้าง โดยชุดสืบสวนพยายามจะหาหลักฐานสำคัญคือไม้เบสบอล ซึ่งคนร้ายใช้ลงมือสังหารและนำไปทิ้งแม่น้ำปิง จำนวน 8 อัน ซึ่งไม้เบสบอลทั้งหมดไม่จมน้ำ ลักษณะลอยไปตามแม่น้ำ และอาจจะติดท่าชาวบ้าน หรือติดเรือหาปลา ชาวบ้านอาจเก็บไปแล้วก็ได้ ซึ่งวันนี้จะให้ชุดติดตามค้นหาออกสอบถามชาวบ้านริมแม่น้ำว่าเก็บไม้เบสบอลได้หรือไม่ จะมีการนำคอมพิวเตอร์ที่ยึดได้จากบ้านของผู้ต้องหามาตรวจสอบ ทั้งการเก็บข้อมูล และการพูดคุยผ่านโปรแกรมแชทต่างๆ เพื่อหาข้อมูลหลักฐานความเชื่อมโยงต่อไป

ขณะเดียวกันชุดสอบสวนก็ยังคงต้องเบิกตัวผู้ต้องหา 3 คนมาสอบเพิ่มในบางประเด็น โดยเฉพาะเรื่องจำนวนเด็กที่มาอาศัยในบ้านหลังนี้ และพฤติกรรมของครูณัฐ ซึ่งมีรายงานว่ามักมีพฤติกรรมแปลกๆ โดยบอกว่าตนเองมีองค์ และที่ผ่านมาผู้ต้องหาก็ไม่ค่อยให้ความร่วมมือในการสอบปากคำ อย่างไรก็ตาม ก่อนเที่ยงวันนี้ ทางเจ้าหน้าที่จะนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดฝากขังยังศาลจังหวัดนครสวรรค์ต่อไป โดยจะคัดค้านการประกันตัวด้วย เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีสำคัญกลัวผู้ต้องหาจะไปทำลายหลักฐาน และข่มขู่พยาน แต่ก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล คาดว่าทนายจะยื่นประกันตัวในชั้นศาลแน่นอน ส่วนจะได้ประกันตัวหรือไม่ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล

มีรายงานว่าทนายความของครูณัฐ เตรียมหลักทรัพย์ประกันตัวไว้แล้ว กว่า 7 แสนบาท เบื้องต้น จะขอพบพูดคุยเปิดอกกับผู้ต้องหาทั้งหมด หากผู้ต้องหากระทำความผิดจริง ทนายแนะนำให้ทั้งหมดรับสารภาพ เพื่อจะได้ลดโทษ แต่หากไม่ได้กระทำความผิดจะต้องต่อสู้ต่อไป ทั้งนี้ ทนายจะพูดคุยกyบผู้ต้องหาทั้งหมดหลังได้รับการประกันตัว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศภายในห้องขัง สภ.เมืองนครสวรรค์ ที่คุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คนไว้นั้น บรรยากาศเป็นไปอย่างเคร่งเครียด โดยเฉพาะครูณัฐ ถึงกับร้องให้โฮกลางห้องขัง ชนิดไม่อายสายตาเพื่อนร่วมห้องขัง เพราะอาการเครียดที่ถูกสอบสวนทั้งวันตั้งแต่เมื่อวาน ไม่ยอมรับประทานอาหาร สิบเวรต้องเฝ้าดูอาการอย่างต่อเนื่อง ส่วนภรรยาและแม่ยาย อยู่ในอาการนิ่งเฉยไม่เครียด ใช้ชีวิตในห้องขังได้ตามปกติ

พบแล้ว! ชิ้นส่วนชายนั่งวีลแชร์ท่อนบน รถบรรทุกชนเละลากศพข้ามอำเภอ

ความคืบหน้ากรณีพบชิ้นส่วนอวัยวะมนุษย์ท่อนล่างร่วงตกอยู่กลางถนน จ.นครนายก ที่แท้เป็นชายนั่งวีลแชร์โดนรถบรรทุกชนร่างเละแล้วถูกรถอีกคันลากไปไกลข้ามอำเภอ

จากกรณีเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (10 มิ.ย.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากพลี จ.นครนายก ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าพบชิ้นส่วนอวัยวะของมนุษย์เพศชาย เป็นอวัยวะช่วงล่าง ตั้งแต่ท่อนเอวลงไป สภาพแหลกเละ ร่วงหล่นอยู่บนถนนตรงสะพานข้ามคลอง บริเวณร้านขาย ฟิล์มยืด เเละ ฟิล์มยืดพันพาเลท หน้าวัดฝั่งคลอง ที่เกิดเหตุอยู่บนถนนสายสุวรรณศร-นครนายก ฝั่งมุ่งไปยัง จ.ปราจีนบุรี ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 7-8 

* สะพรึงแต่เช้า ชิ้นส่วนมนุษย์ปริศนา ร่วงตกอยู่กลางถนนสุดสยดสยอง

ล่าสุด (10 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้ลงพื้นที่ไปที่ สภ.บ้านนา จังหวัดนครนายก เพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติม โดยมีเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า น่าจะเป็นเคสเดียวกันกับเมื่อคืนช่วงเวลา 03.00 น.

เพราะในที่เกิดเหตุพบแต่ชิ้นส่วนท่อนบนของผู้เสียชีวิต หลังถูกรถบรรทุกชนแล้วเหยียบซ้ำจนร่างแหลกเละ แต่หาชิ้นส่วนท่อนล่างไม่เจอ จนช่วงเช้าได้มีชาวบ้านในอำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก ได้โทรศัพท์แจ้งไปยัง สภ.ปากพลี ว่าพบชิ้นมนุษย์ตกอยู่บนถนน

ผู้สื่อข่าวได้พบกับคนขับรถบรรทุกต่อมาทราบชื่อ นายสมยศ อายุ 35 ปี เปิดเผยว่า ตนเองขับรถบรรทุกมาจากทางคอยกำลังจะไปฉะเชิงเทรา พอมาถึงที่เกิดเหตุมืดมาก มองเห็นอีกทีรู้ว่าชนคนเข้าที่ด้านล้อซ้ายหน้าแล้วเหยียบซ้ำบดร่างไป

โดยไม่รู้ว่าชิ้นส่วนอีกท่อนได้มีรถที่ตามหลังมาได้ลากชิ้นส่วนท่อนล่างติดรถไปไกลข้าม ไปอีกอำเภอหนึ่งกว่า 40 กิโลเมตร หลังจากนั้นตนเองจึงได้รีบโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้เข้าตรวจสอบ

ต่อมาภรรยาของผู้เสียชีวิตและญาติได้เดินทางมาที่ สภ.บ้านนา โดยระบุว่า ผู้เสียชีวิตชื่อ นายสัมพันธ์ อายุ 57 ปี เป็นคนป่วยกล้ามเนื้ออ่อนแรง และได้พามารักษาตัวกับหมอแผนโบราณที่อำเภอบ้านนา ประมาณ 3 เดือนแล้ว ซึ่งใกล้จากที่เกิดเหตุประมาณ 200 เมตร เวลาจะไปไหนจะใช้รถวีลแชร์ตลอดเวลา ส่วนสาเหตุที่ออกมาตอนดึกนั้นไม่มีใครทราบ

ทั้งนี้ คนขับรถบรรทุกพอเจอกับภรรยาของผู้เสียชีวิตก็ได้ยกมือไหว้ขอโทษ และกล่าวขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยตำรวจยังไม่ได้ตั้งข้อกล่าวหาใดๆ เพราะคนชนไม่ได้หลบหนีคงต้องรอให้มีการสอบสวนเพิ่มเติมอีกครั้ง

ตัวเงินตัวทองซุกท่อข้างศาลพระภูมิ! หนุ่มตามจับวุ่น เชื่อมาให้โชค เผยเห็นเลขจะจะ

เชื่อมาให้โชค! หนุ่มทำความสะอาดศาลพระภูมิ พบ ตัวเงินตัวทอง อยู่ท่อระบายน้ำ ก่อนวิ่งเข้าบ้าน ตามจับวุ่น เชื่อมาอยู่ตั้งแต่วันตั้งศาลแล้ว เผยเลขจะจะตามตัว

ตัวเงินตัวทอง / วันที่ 31 พ.ค. ที่บ้านเลขที่ 6/85 ม.9 ต.ปากแคว อ.เมือง จ.สุโขทัย ขณะที่ นายสมบูรณ์ ต๊ะสิทธิ์ และ น.ส.นวลออง ลอสวัสดิ์ เจ้าของบ้าน และเจ้าของร้านจำหน่ายกล่องกระดาษ และกล่องลูกฟูก ราคาถูกกำลังความสะอาดและรดน้ำต้นไม้บริเวณศาลพระภูมิ ก็เห็นเหมือนมีอะไรวิ่งอยู่ในท่อระบายน้ำ จึงทดลองใช้น้ำฉีดเข้าไปในท่อดังกล่าว

ปรากฏว่า มีตัวเงินตัวทอง วิ่งสวนทางออกมาและวิ่งไปซุกอยู่ในกองไม้เก่าที่เก็บไว้ จึงช่วยกันรื้อกองไม้ เพื่อที่จะจับตัวเงินตัวทองออกมา ซึ่งกว่าจะจับได้ตัวเงินตัวทองตัวนี้ก็วิ่งหนีไปรอบบ้านด้วยความกลัว ก่อนที่นายสมบูรณ์จะสามารถจับไว้ได้

แต่ก่อนที่จะปล่อยตัวเงินตัวทองกลับคืนสู่ธรรมชาติ นายสมบูรณ์ได้สังเกตเห็นที่หาง และลำตัวของตัวเงินตัวทอง มีตัวเลขปรากฏขึ้นมาอย่างชัดเจน จึงชี้ชวนกันมาดู พร้อมทั้งถ่ายรูปและถ่ายวีดิโอเก็บไว้ เพราะเชื่อว่าเป็นตัวเงินตัวทองที่แอบอยู่มาตั้งแต่วันตั้งศาลพระภูมิเมื่อวันที่ 8 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งครั้งนั้นเห็นแล้วแต่หาตัวไม่เจอ จนกระทั่งมาเจอกันอีกครั้ง จึงช่วยกันจับไว้ได้และคาดว่าจะมาให้โชค

ทั้งนี้ จากภาพที่เห็นปรากฏเป็นเลขทั้งสามตัว สองตัว และบางเลขนั้นก็มีการอั้นมาหลายงวดแล้ว นายสมบูรณ์จึงได้ไปหาซื้อลอตเตอรี่โดยหวังว่าจะมีดวงและโชคดีบ้าง ซึ่งเลขที่มองเห็นคือ 385, 901, 608  และ 90 ตามที่ตนเองเห็น

เลข “ป๋าเปรม” ยังแรงไม่เท่า หวย ตาทองงิ้วราย เกลี้ยงแผง สาวเฮงถูก 3 งวดติด

เลข “ป๋าเปรม” ยังแรงไม่เท่า หวย ตาทองงิ้วราย ชาวบ้านแห่ซื้อเกลี้ยงแผง สาวโรงงานเฮงถูก 3 งวดติด เอาผ้าโสร่ง 2 ผืนและเสื้อกล้ามสีขาวมาถวายตาทองงิ้วราย

ตาทองงิ้วราย วันที่ 26 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่วัดสว่างอารมณ์ แคแถว ต.ขุนแก้ว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม บริเวณศาลาการเปรียญของวัดสว่างอารมณ์ บรรดานักเสี่ยงโชคต่างเดินทางขึ้นมาหาเลขเด็ดกันจำนวนมากในช่วงใกล้วันหวยออก เนื่องจากเป็นที่ทราบกันดีว่าบนศาลาการเปรียญและจะมีอ่างน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งตั้งอยู่ติดกับหุ่นตาทองงิ้วราย โดยพระสงฆ์ของวัดจำประกอบพิธีสวดอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับตาทองงิ้วราย ดวงวิญญาณจากเหตุรถไฟชนที่แยกงิ้วราย อ.นครชัยศรี โดยจะสวดทำบุญให้เดือนละ 2 ครั้งและจะมีน้ำตาเทียนหยดไว้ในอ่าง

ทั้งนี้ยังมีเสียงเซ็งแซ่ไปทั่วศาลาจากการเขย่าเซียมซี ของสาธุชนที่เดินทางมาขอพร ขอโชค ขอลาภ และก็ไม่ลืมหยิบกล้องถ่ายรูปขึ้นมาถ่ายกันไปฝากคนทางบ้านอีกด้วย สำหรับวันนี้บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ผู้คนต่างเดินทางมาหาเลขเด็ดกับตาทองจำนวนมาก ยืนล้อมรบจนแน่นอ่าง ทางเจ้าหน้าที่ต้องประกาศเสียง หากใครดูเสร็จแล้วให้แบ่งปันกันให้ผู้อื่นดูบ้าง หรือหากใครถ่ายรูปแล้วให้ถอยให้ผู้อื่นได้ถ่ายเข้าไปถ่ายรูปบ้าง เพื่อจะได้ถูกหวยกันถ้วนหน้า

นางมัณฑนา ศรีชุมพล อายุ 55 ปี ชาว ต.เกษตรวิสัย อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด อาชีพสาวโรงงานผลิตกล่องกระดาษ และผลิตกล่องกระดาษลูกฟูก ใน จ.สมุทรปราการ เปิดเผยว่า มีวันหยุดเมื่อใดจะต้องมาที่วัดสว่างอารมณ์ เพื่อมากราบตาทองขอเลขเด็ด ไม่ว่าจะดูในอ่างน้ำมนต์หรือเขย่าเซียมซี ไม่น่าเชื่อว่าตนถูกรางวัลมา 3 งวดติดแล้ว วันนี้นำผ้าโสร่ง 2 ผืนและเสื้อกล้ามสีขาวมาถวายตาทองงิ้วราย เชื่อว่าตาทองชอบช่วยเหลือคนจนหรือเป็นความหวังหนึ่งของคนจนในเรื่องขอโชคลาภ

ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวได้สอบถามตามแผงลอตเตอรี่ที่ตั้งอยู่ในลานวัดสว่างอารมณ์ถึงตัวเลข หรือเลขเด็ดที่กำลังมาแรงในช่วงใกล้หวยออก โดยมีข่าวของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ได้ถึงแก่อสัญกรรมแล้ว สิริอายุ 98 ปี 9 เดือน เป็นเลขที่สาธุชนมาถามหาบ้างตามกระแส แต่ก็ยังไม่แรงเท่าเลขเด็ดของตาทองงิ้วราย ที่ไม่มีตามแผงลอตเตอรี่แล้ว

อีก50เมตรถึงบ้าน! 2หนุ่มขี่จยย.กลับจากซื้อเหล้า ถูกรถพ่วงเหยียบหัวเละดับสลดคู่

เมื่อเวลา 00.10 น. วันที่ 22 พ.ค. ร.ต.อ.สถาพร จ้องโก้ ร้อยเวร สภ.เมืองตรัง รับแจ้งเหจุรถชนกัน บริเวณบ้านทุ่งจันทร์หอม ก่อนถึงร้านจำหน่าย ซองกันกระแทก และซองบับเบิ้ลราคาถูกรายใหญ่    ม.2 ต.บ้านโพธิ์ อ.เมือง จ.ตรัง หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมมูลนิธิกุศลสถานตรัง และแพทย์เวรโรงพยาบาลศูนย์

ที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิต 2 ราย ชื่อ นายอนุชา โมรา อายุ 39 ปี และ นายอรรณพ นับแสง อายุ 36 ปี สภาพศีรษะโดนล้อรถเหยียบกะโหลกแตกเลือดนองพื้น ใกล้กันพบรถจักรยายนต์ ยี่ห้อฮอนด้า เวฟเอส สีดำ ทะเบียน ชลม987 ตรัง สภาพพังเสียหายทั้งคัน ห่างกันประมาณ 10 เมตร พบรถพ่วง 18 ล้อ ทะเบียน 80-1289 ตรัง ตัวพ่วงทะเบียน 80-2088 ตรัง คนขับยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

จากการสอบสวนผู้เห็นเหตุการณ์ กล่าวว่า ผู้ตายทั้ง 2 คน และคนขับรถพ่วงเป็นญาติ ๆ กัน อยู่หมู่บ้านเดียวกัน และบ้านของผู้ตายอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 50 เมตร โดยผู้ตายทั้ง 2 คน ขับรถจักรยานยนต์ออกมาจากบ้านเพื่อไปซื้อสุรา กระทั่งมาประสบอุบัติเหตุดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นคาดว่าผู้ตายขัยรถจักรยานยนต์ออกมาเฉี่ยวชนกับรถพ่วง 18 ล้อ ทำให้เสียหลักล้มเข้าไปหาตัวพ่วงส่วนท้าย ทำให้ล้อหลังรถพ่วงเหยียบศีรษะเข้าเต็ม ๆ เสียชีวิต

ลูกสาวตามหาพ่อ มาช่วยงานบวช เจอเป็นศพถูกรถชนดับกลางถนน คนขับอ้างวิ่งตัดหน้า

วันที่ 9 พ.ค. ร.ต.อ.วชิระ เพชรฤทธิ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองชัยภูมิ ได้รับแจ้งเหตุรถกระบะชนคนเสียชีวิต ตรงข้ามบริษัทแลคตาซอย (สาขาชัยภูมิ) บ้านกุดละลม หมู่ 3 ต.หนองนาแซง อ.เมือง จ.ชัยภูมิ ช่วงหลัก กม.ที่ 115-116 ถนนหมายเลข 201 สายชัยภูมิ-สีคิ้ว (ขาออกเมืองชัยภูมิ) จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมหน่วยกู้ภัยสว่างคุณธรรมชัยภูมิ และแพทย์ ร.พ.ชัยภูมิ

ที่เกิดเหตุพบ นายสมศักดิ์ จันทดวง อายุ 58 ปี ชาว ต.หนองนาแซง อ.เมือง จ.ชัยภูมิ นอนเสียชีวิตอยู่กลางถนน ห่างออกไปพบรถกระบะอีซูซุ สีขาว 4 ประตู ทะเบียน 1กร-4813 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่สภาพด้านหน้าพังยับ โดยมี นายกฤษณะ พลทับทิม อายุ 33 ปี พนักงานร้านจำหน่ายกันกระแทก และบับเบิ้ล ราคาถูก ชาว ต.มะเต่า อ.บ้านแท่น จ.ชัยภูมิ เป็นคนขับยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่

จากการสอบสวน นายกฤษณะ ให้การโดยอ้างว่า ตนได้ขับรถออกจากบ้าน เพื่อที่จะไปกราบหลวงพ่อที่ จ.จันทบุรี พอมาถึงจุดเกิดเหตุซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นที่มืด อีกทั้งยังมีฝนตกลงมาอย่างหนัก ตนขับรถมาโดยไม่ทันระวัง ก่อนที่ผู้เสียชีวิตจะวิ่งข้ามถนนมาอย่างกระชันชิด ทำให้ตนเบรกไม่อยู่ พุ่งชนอย่างจัง จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตดังกล่าว

จากนั้นตำรวจจึงคุมตัว นายกฤษณะ ไปตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ ที่ สภ.เมืองชัยภูมิ ก็ไม่พบว่ามีปริมาณแอลกอฮอล์แต่อย่างใด ขณะที่ลูกสาวของผู้เสียชีวิต ให้การกับเจ้าหน้าที่ว่า พ่อของตนมาช่วยเตรียมงานบวชที่บ้านหนองนาแซง ก่อนตนออกตามหา ก็พบว่าถูกรถชนเสียชีวิตแล้ว เบื้งอต้นเจ้าหน้าที่ได้มอบศพให้ญาตินำกลับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีทางศาสนา และนำตัว นายกฤษณะ ส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ยายเปิดประตูแทบช็อก! ไอ้หื่นบุกบ้านมือปิดปากหลานสาว14 หวัง ข่มขืน ตร.เร่งล่า

ชายคลั่งกำหนัด เกิดอารมณ์ทางเพศ บุกบ้านดญ.วัย14ตอนเช้ามืดหวัง ข่มขืน เจอเหยื่อฮึดสู้-ยายกลับมาทันพอดี ทิ้งจักรยาน-รองเท้าเผ่นแน่บ ตำรวจ เผยรู้แล้วเป็นใคร

เมื่อวันที่ 7 พ.ค. พ.ต.ต.สมชาย เมฆหมอก สารวัตร(สอบสวน) สภ.ชะอำ รับแจ้งเหตุจาก นางสังเวียน (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 63 ปี ชาวอ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ว่าเมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา มีคนร้ายเป็นชาย อายุประมาณ 30 ปี งัดประตูเข้ามาภายในบ้าน และก่อเหตุข่มขืนหลานสาววัย 14 ปีของตนจนบาดเจ็บ ภายในต.บางเก่า อ.ชะอำ หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว บริเวณประตูหน้าบ้านพบที่นอนของผู้เสียหายสภาพยับเยิน รั้วสังกะสีข้างบ้านเป็นรูโหว่เสียหาย บริเวณด้านหลังบ้านพบรถจักยานสีดำ 1 คัน และรองเท้า 1 คู่ของคนร้ายวางอยู่ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนคนร้ายได้วิ่งหลบหนีออกไปทางหลังบ้าน ทราบชื่อผู้เสียหายคือ ด.ญ.บี (นามสมมติ) อายุ 14 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 สภาพบาดเจ็บบริเวณใต้ตาเล็กน้อย

จากการสอบถาม นางสังเวียน ยายของผู้เสียหาย กล่าวว่า เมื่อเช้ามืดที่ผ่านมา ตนออกไปเอาปลาที่บริเวณชายหาดริมหมู่บ้านเพื่อนำไปขาย โดยให้หลานสาว  ซึ่งพอ่กับแม่ของหลานสาวไปทำงานอยู่ที่ ร้านจำหน่ายกล่องเอกสาร และกล่องกระดาษใส่เอกสาร ราคาถูก   ให้นอนอยู่บ้านเพียงลำพัง จากนั้นมีคนร้ายงัดประตูหน้าบ้านเข้ามาภายในบ้าน โดยจะเข้ามาข่มขืนหลานสาวของตน แต่โชคดีตนกลับบ้านเปิดประตูเจอคนร้ายกำลังเอามือปิดปากและนั่งคร่อมร่างของหลานสาวอยู่บนที่นอน คนร้ายเห็นจึงตกใจรีบวิ่งหลบหนีไปทางหลังบ้าน โดยทิ้งรถจักยาน และรองเท้าไว้

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจพอทราบตัวคนร้ายรายนี้แล้ว ซึ่งเป็นคนในหมู่บ้านเดียวกันกับผู้เสียหาย ซึ่งขณะกำลังเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ยิ่งกว่าถูกหวย พ่อลูกทำเงินหล่นเกือบ 2 หมื่น ยายพลเมืองดีเก็บคืนให้

ยิ่งกว่าถูกหวย / เมื่อวันที่ 1 พ.ค. ที่สภ.เมืองอุดรธานี นายแก่น แก้วประเสริฐ อายุ 52 ปี พร้อมด้วยนายวัฒนพงษ์ แก้วประเสริฐ อายุ 23 ปี บุตรชาย ชาวอ.เมืองอุดรธานี ได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.ทวี ไชยสีดา สว.สอบสวน

พร้อมนำหลักฐานใบสลิปกดเงินจากตู้เอทีเอ็มของธนาคารในโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง มาแสดง ได้ไปกดเงินจริง ในช่วงระยะใกล้เคียงกัน ที่ทำเงินตกหล่น เพื่อติดต่อขอรับเงิน 16,000 บาท ที่ทำตกหล่นที่บริเวณสี่แยกชลประทาน ติดกับร้านจำหน่ายฟิล์มยืด และฟิล์มพันพาเลท ราคาถูกแห่งหนึ่ง ถนนอุดรดุษฎี ในเขตเทศบาลนครอุดรธานี เมื่อวันที่ 30 เม.ย.ที่ผ่านมา

หลังทราบข่าวมีพลเมืองดี คือ นางบัวสา ผิวดำ อายุ 62 ปี เก็บเงินได้ แล้วนำมามอบให้ตำรวจประกาศหาเจ้าของ

ต่อมาพ.ต.ท.ทวี เชิญนางบัวสา คุณยายพลเมืองดีมาสอบถามถึงลักษณะของเจ้าของเงินที่ทำตกหล่น ซึ่งคุณยายจำลักษณะได้มาเป็นพยานและทำการนับเงินที่เก็บได้ต่อหน้าสองพ่อลูก พร้อมกับถ่ายรูปเอาไว้เป็นหลักฐานในการส่งมอบเงินให้กับเจ้าของเงิน

นายแก่นให้การว่า ทำงานอยู่ที่คลังสินค้าของบริษัทขายแชมพูยี่ห้อหนึ่ง เมื่อวานให้ลูกชายไปกดเงินจากตู้เอทีเอ็มในโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง 19,000 บาท ซึ่งเป็นเงินเดือนของตน เพื่อนำไปจ่ายค่างวดรถและใช้หนี้สินด้วย หลังกดเงินแล้วลูกชายได้ขับขี่รถจยย. ผ่านถนนสี่แยกชลประทานฯ กลับมาบ้าน ด้วยความเร็ว

เมื่อถึงพบว่าเงินได้หล่นหายไปทั้งหมดทำให้ตนตกใจมาก และคิดว่าคงหมดหวังที่จะได้เงินคืนแล้ว ก็ยังคิดไม่ออกว่าจะหาเงินที่ไหนไปใช้เขา แต่ก็ดีใจเมื่อมีญาติมาบอกว่าเห็นข่าว มีพลเมืองดีเก็บเงินได้ ก็คิดว่าอาจจะเป็นเงินของตนที่ลูกชายทำตกหล่นก็เป็นได้ จึงได้พาลูกชายมาติดต่อตำรวจ

นายแก่นให้การต่อว่า จากนั้นจึงนำลูกชายมาติดต่อกับตำรวจที่โรงพัก พร้อมทั้งให้พลเมืองดีคุณยายที่เก็บเงิน ให้ได้มาสอบถามเจ้าของเงินที่ทำตกหล่น ในช่วงระยะเวลาและเส้นทางที่ขี่รถจยย. ช่วงที่ทำเงินตกหล่น โดยเจ้าของเงินได้นำหลักฐาน ใบสลิปกดเงิน มาแสดง ได้ไปกดเงินจริง ในช่วงระยะใกล้เคียงกัน ที่ทำเงินตกหล่น

โดยคุณยายพลดี ที่นำเงินเก็บได้มาแจ้งความกับตำรวจ คงคิดว่าเจ้าของเงิน อาจจะเดือนร้อน ต้องการใช้เงิน ขอขอบคุณยายเป็นอย่างมาก ถึงแม้ว่าจะได้เงินไม่ครบ 19,000 บาท ลูกชายอาจจะทำตกหล่น จากกระเป๋ากางเกง ก่อนหน้านี้ไป 3,000 บาท

นางบัวสา กล่าวว่า รู้สึกที่ดีใจ ที่เจ้าของเงิน ได้รับคืนเงินไป เพราะตนคิดว่าคนที่ทำเงินหาย อาจจะเดือดร้อนต้องการใช้เงิน อีกอย่างหนึ่งพอรู้ว่าเจ้าของเงิน เป็นคนหมู่บ้านใกล้เคียงกัน เพราะตนอยู่บ้านหนองหมูม่น ส่วนเจ้าของเงิน อยู่บ้านหนองบ่อ ห่างกันเพียงแค่ 1 กิโลเมตร เพราะเคยเห็นกันอยู่ จากนั้นนายแก่น ได้ทำการมอบเงิน จำนวน 3,000 บาท ให้กับคุณยาย เพื่อเป็นสินน้ำใจ ที่เป็นพลเมืองดี นำเงินที่เก็บได้มาแจ้งตำรวจ และ ตนเองได้รับเงินคืนด้วย ดังกล่าว

เห็นศพปล่อยโฮ! พร่ำร้องบอกร่างเตือนแล้ว-ห้ามแล้ว สาว15แซงซ้ายเกี่ยว6ล้ออัดเสาไฟ

วันที่ 25 เม.ย. ร.ต.อ.หญิงอรวรรณ แสงทอง รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.เมืองลพบุรี รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนกับรถบรรทุก6ล้อ บนถนนนารายณ์มหาราช ตรงข้ามร้านจำหน่ายEPEโฟม และโฟมกันรอย ต.ทะเลชุบศร อ.เมือง จ.ลพบุรี มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ จึงประสานแพทย์ร.พ.พระนารายณ์มหาราช แล้วรุดไปตรวจสอบพร้อมหน่วยกู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุพบศพน.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 15 ปี นอนคว่ำหน้าจมกองเลือด สภาพศพมีบาดแผลฉกรรจ์ ใกล้กันมีร่างน.ส.บี (นามสมมติ) อายุ 17 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส นอนหายใจรวยริน หน่วยกู้ภัยรีบนำตัวส่งร.พ. ห่างออกไปมีรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีดำ-แดง ทะเบียน 1 กถ 6491 บุรีรัมย์ และรถบรรทุก 6 ล้อ อีซูซุ สีขาว ทะเบียน 90-0060 นครปฐม

สอบสวนพยานให้การว่า เห็นรถจักรยานยนต์ขี่ตามหลังรถบรรทุก เมื่อมาถึงจุดที่เกิดเหตุได้แซงซ้ายอย่างเร็ว แต่ปรากฎว่าแซงไม่พ้นรถเสียหลักพุ่งชนฟุตปาธแล้วไถลไปกระแทกกับเสาไฟฟ้าริมถนนอย่าแรง ต่อมาญาติๆน.ส.เอ เดินทางมาที่เกิดเหตุ เมื่อเห็นศพได้ทรุดร้องไห้โฮ พร้อมพูดว่า “เตือนแล้ว ห้ามแล้ว อย่าเอารถมาขี่บนถนนมันอันตราย แต่ก็ไม่เชื่อ ยังแอบเอาออกมาจนเกิดเหตุได้”

จากนั้นเจ้าหน้าที่นำศพส่งร.พ. ก่อนสอบสวนดำเนินการตามกฎหมาย และให้ครอบครัวรับศพกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

ถูกจับมานับไม่ถ้วน! โจรอาชีพ บุกวัดดัง ขโมยบาตรพระเก่าแก่ อ้างไร้งาน-ติดยาบ้า

รวบโจร ขโมยบาตรพระ เก่าแก่ วัดดังหาดใหญ่! พร้อมเงินสด แฉประวัติติดคุกมานับไม่ถ้วน ล่าสุดเพิ่งพ้นคุก เจ้าตัวสารภาพไร้อาชีพ-หาเงินเสพยาบ้า

เมื่อวันที่ 24 เม.ย. พ.ต.ต.เฉลิมพล รุ่งรัตน์ รักษาราชการแทน สวป.สภ.หาดใหญ่ พร้อมด้วย ร.ต.ท.หริรักษ์ จันทร์ศรี รองสวป. นำกำลังเข้าทำการจับกุม นายสมพร หนูเพ็ง อายุ 32 ปี  อดีตรปภ. ประจำร้านจำหน่ายกล่องเอกสาร กล่องกระดาษใส่เอกสารราคาถูก   ชาวอ.หาดใหญ่ จ.สงขลา หลังก่อเหตุขโมยบาตรทองเหลือง บริเวณพระประจำวันพุทธทรงยืนอุ้มบาตร ตั้งอยู่บริเวณด้านหลังอุโบสถ ภายในวัดมงคลเทพาราม หรือวัดปากน้ำ ถนนแสงศรี เขตเทศบาลนครหาดใหญ่

ก่อนถูกจับกุมตัวได้บริเวณจุดสกัดชั่วคราวถนนเพชรเกษมใกล้กับสภ.หาดใหญ่ ขณะนั่งรถจักรยานยนต์รับจ้างอุ้มบาตรพระขนาดใหญ่กว้างถึง 18 นิ้ว เพื่อนำไปขายและยังมีเหรียญจำนวนมากอยู่ในบาตร ประกอบด้วยเหรียญ 10 บาท จำนวน 960 บาท, เหรียญ 5 บาท จำนวน 1,150 บาท, เหรียญ 2 บาท จำนวน 113 บาท และเหรียญ 1 บาท จำนวน 690 บาทรวมทั้งหมด 2,916 บาท ซึ่งเป็นเหรียญที่ญาติโยมมาทำบุญใส่บาตรสำหรับผู้ที่เกิดในวันพุทธ และจากการสอบสวนก็ยอมรับสารภาพว่า ขโมยมาจากวัดมงคลเทพารามและเตรียมนำไปขาย

จากการตรวจสอบประวัติพบว่า เคยถูกจับกุมมาแล้วถึง 14 ครั้ง เป็นคดีลักทรัพย์ 12 ครั้ง และคดียาเสพติด 2 ครั้ง และเพิ่งพ้นโทษมาได้ไม่ถึง 1 ปี แต่ก็ไม่เข็ดยังกลับมาก่อเหตุลักขโมยซ้ำอีก ก่อนถูกจับกุมเป็นครั้งที่ 15   จากการสอบสวน นายสมพร ให้การรับสารภาพว่า สาเหตุที่เป็นโจร เพราะต้องการหาเงินไปซื้อยาเสพติดและไม่มีอาชีพด้าน พระปลัดเจษฎา ปิยธัมโม เจ้าอาวาส กล่าวว่า บาตรที่ถูกขโมยไปเป็นบาตรทองเหลืองเก่าแก่สร้างพร้อมกับพระอุโบสถตั้งแต่พ.ศ.2515 อายุราว 47 ปี ซึ่งราคาสมัยนั้น 20,000 บาท ซึ่งคนร้ายต้องใช้ความพยายามในการก่อเหตุมาก เนื่องจากบาตรอยู่สูงจากพื้นกว่า 3 เมตร ต้องใช้ไม้พาดแล้วปีนขึ้นไป แต่เวรกรรมตามทันถูกตำรวจจับกุมได้ทันทีหลังจากที่ออกจากวัดไปไม่นาน