คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าววงการไปรษณีย์

แม่ร่ำไห้ปริ่มขาดใจ-กอดศพลูกเพิ่งสึกออกมาแว้น จยย.ท่องราตรีหลุดโค้งอัดเสาไฟฟ้า

ดวงถึงฆาต-ทิดสึกใหม่วัย 20 ปี ขับ จยย.คู่ใจท่องราตรี ขากลับรถแหกโค้งล้ม และรถได้ลากร่างติดไปกับรถคู่ใจ กระทั่งชนเสาไฟฟ้าดับคาที่

(17 เม.ย. 62)  ศูนย์วิทยุกู้ภัยสุรินทร์ รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ล้มชนเสาไฟฟ้า มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ บริเวณซอยวัดเทพสุรินทร์ แถวๆร้านจำหน่าย กล่องเอกสาร และกล่องกระดาษใส่เอกสารราคาถูก  ในอ.เมือง จ.สุรินทร์

จึงได้ประสาน ร.ต.อ.ทัศน์พล ชูบัว รอง สว.(สอบสวน)  สภ.เมืองสุรินทร์ พร้อม แพทย์เวร รพ.สุรินทร์ และเจ้าหน้าที่กู้ภัยสุรินทร์ ร่วมกันตรวจสอบและชันสูตรพลิกศพ

ในที่เกิดเหตุ พบศพชายไทยนอนเสียชีวิตอยู่ ในสภาพนอนหงาย มี รถ จจย.ล้มอยู่ ใกล้กัน สวมเสื้อคลุมวอล์มแขนยาวสีดำ และเสื้อยืดคอกลมข้างในสีเขียว และกางเกงยีนส์ขาสั้นสีน้ำเงิน ศีรษะมีแผลฉีกขาด เห็นกะโหลก มีเลือดออกนองพื้นถนน นอนเสียชีวิต

ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ Honda PCX  สีขาว ทะเบียน จ.นครราชสีมา ล้มอยู่ติดกับร่างผู้เสียชีวิตกับเสาไฟฟ้า เบื้องต้นทราบชื่อผู้เสียชีวิตต่อมา คือ นายภุชงค์ อายุ 20 ปี ชาว ต.ในเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์

จากการตรวจสอบโดยรอบที่เกิดเหตุ สันนิษฐานว่า นายภุชงค์ (ผู้เสียชีวิต) หลังขับขี่รถจักรยานยนต์กลับจากไปท่องราตรีในตัวเมือง และในช่วงเวลาดังกล่าวจะกลับบ้าน พร้อมกับอาจจะขับรถมาด้วยความเร็ว

เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นทางโค้ง รถ จยย.เกิดเสียหลักแหกโค้งล้มและ ศีรษะกระแทกเข้ากับขอบริมทาง และรถ จยย.ได้ลากร่างของ นายภุชงค์ ไปชนเข้าเสาไฟฟ้าอย่างจังอีกที จึงทำให้เสียชีวิตคาที่

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบถามญาติ ผู้เป็นแม่ของ นายภุชงค์ ถึงกับร้องไห้ด้วยความเสียใจอย่างน่าเวทนา หลังมาดูศพลูกชายในที่เกิดเหตุ

พร้อมกับกล่าวว่า แม่บอกแล้วเพิ่งสึกออกมาอย่าออกไปเที่ยวเพราะเป็นพระที่สึกมาใหม่ๆ เขาไม่ให้ออก ทั้งนนี้ อาสากู้ภัยสุรินทร์ จึงได้ค่อยๆ ประคับประคองผู้เป็นแม่เอาไว้ เพราะกลัวเป็นลมล้มฟุบ

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้ทำการบันทึกภาพและบันทึกข้อมูลไว้เป็นหลักฐาน ประกอบกับญาติไม่ได้ติดใจในการตายของ นายภุชงค์ ครั้งนี้  จึงได้มอบศพให้ญาติไปประกอบทำพิธีทางศาสนาต่อไป

 

10 ชั่วโมงระทึก! ช่วยชีวิตวิศวกรฟินแลนด์ ขี่จยย.วิบาก เกิดช็อกหมดสติกลางป่า

วันที่ 8 เม.ย. นายพิเชษฐ์ ธรรมโหร ปลัดฝ่ายความมันคง อ.บางละมุง จ.ชลบุรี พร้อมด้วยนายประสิทธิ์ ทองทิพย์เจริญ ประธานหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์เมืองพัทยา ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่อาสากู้ภัย และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอบางละมุง ชาวบ้านและกลุ่มนักขี่รถ จยย.วิบาก กว่า 100 คน เข้าช่วยเหลือชายชาวต่างชาติ หลังขึ้นไปขี่รถจยย.วิบากบนเขา กลางป่าเขาหวาย ต.เขาไม้แก้ว อ.บางละมุง จ.ชลบุรี กับเพื่อนรวม 3 คน เกิดช็อกไม่สามารถนำตัวลงมาได้

โดยในพื้นที่ที่พบคนเจ็บนั้นไม่สามารถนำรถใหญ่เข้าไปได้ถึง นอกจากนั้นการเข้าไปบริเวณดังกล่าวต้องใช้รถ จยย.วิบากอย่างเดียว ซึ่งเป็นการยากในการนำคนเจ็บออกมาได้ ในเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้พยายามหาช่องทางในการนำคนเจ็บออกมาให้ได้ ประกอบกับสภาพอากาศมืดลง จึงทำให้การนำคนเจ็บออกมายากยิ่งขึ้น และต้องทำการอย่างระมัดระวังเพราะบริเวณดังกล่าวเป็นป่ากว้าง ต้องเดินเท้าเข้าไปทางค่อนข้างลำบากเป็นหน้าผาสูงชัน ประมาณ 2 เขาต่อเนื่องกัน ที่ต้องเดินเท้าระยะทางประมาณ 20 -30 กม.

จนกระทั่งเวลาประมาณ 22.00 น. จึงสามารถนำกำลังเจ้าหน้าที่อาสากู้ภัย และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอบางละมุงเข้าช่วยเหลือและเคลื่อนย้ายชาวต่างชาติที่ประสบเหตุ ทราบชื่อต่อมาคือ นายโย ฮาน อายุ 37 ปี วิศวกรประกอบเครื่องจักรประจำโรงงานผลิต กันกระแทก และบับเบิ้ล ชาวฟินแลนด์ เดินทางมาท่องเที่ยวและชอบขี่รถ จยย.วิบาก และได้ขี่ รถจยย. เข้าไปพร้อมกลุ่มเพื่อนจนเกิดเหตุดังกล่าว หลังจากพบแล้วได้ปฐมพยาบาลในเบื้องต้นก่อนใช้กำลังเดินเท้านำออกจากป่าในเขาหวาย โดยแบ่งกำลังสับเปลี่ยนกันตลอดระยะทาง 6 กม. เพื่อเคลื่อนย้ายออกจากป่า นำส่งยังโรงพยาบาลบางละมุง

ส่วนอาการในเบื้องต้นของนายโย ฮาน นั้นไม่รู้สึกตัว และน่าจะมีโรคประจำตัว ซึ่งคาดว่าเกิดจากการขี่รถ จยย. เป็นเวลานาน ประกอบกับอากาศร้อน จึงได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้นโดยให้ออกซิเจน ส่วนภาวะอื่นนั้นมีน้ำตาลต่ำ ส่วนโรคประจำตัวต้องให้ทีมแพทย์ตรวจเช็คอาการอีกครั้ง

 

หนุ่มขับเก๋งตกคลอง ลากขึ้นมา พบศพคนขับ นั่งขัดตะหมาด อยู่เบาะหลัง

เมื่อเวลา 01.05 น. วันที่ 1 เม.ย. ร.ต.อ.เลิศวัฒน์ อุทัยนาม รอง.สว.สอบสวน สภ.เมืองลพบุรี รับแจ้งเหตุรถเก๋ง ตกคลองชัยนาท-ป่าสัก ม.7 ต.ท่าแค อ.เมืองลพบุรี จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ มูลนิธิร่วมกตัญญู พร้อมนักประดาน้ำ รุดเดินทางไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบร่องรอยของรถที่ตกลงไปในคลอง แต่ยังไม่สามารถลงไปงมได้เนื่องจากความมืดและกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยว จนเวลา 05.30 น. นักประดาน้ำได้ลงค้นหาจนพบรถตกอยู่ก้นคลอง จึงใช้รถยกลากจูงขึ้นมาบนฝั่ง พบเป็นรถเก๋ง นิสสัน อัลเมร่า สีเทา ทะเบียน 3 กพ-5390 กรุงเทพมหานคร

ภายในรถตอนหลังบนเบาะพบศพนายวงศกร บุบผา อายุ 32 ปี หนุ่มใหญ่ช่างซ่อมบำรุง ประจำโรงงานผลิตซองกันกระแทกและซองบับเบิ้ลรายใหญ่ ลักษณะนั่งขัดตะหมาด ตัวตรงพิงเบาะด้านหน้าอยู่คล้ายกำลังเล่นโทรศัพท์ มีหมวกวางอยู่บนตัก จึงนำร่างออกมาเพื่อทำการชันสูตรพลิกศพคาดเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ชั่วโมง

จากการสอบสวนผู้ที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ได้ขับรถตามหลังรถคันที่เกิดเหตุออกมาจากวัดป่ากล้วยเมื่อกลางดึก แต่รถคันดังกล่าวไม่เลี้ยวไปตามเส้นทางกลับขับรถพุ่งตรงที่มีคลองอยู่ด้านหน้า รถได้จมทีละน้อย แต่ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้ จนรถจมมิดไปทั้งคัน ร้อยเวรสอบสวนได้บันทึกสถานที่เกิดเหตุไว้เพื่อเป็นหลักฐาน

เบื้องต้นคาดว่าผู้ตายน่าจะไม่ชำนาญเส้นทางประกอบกับเป็นเส้นทางมืดสนิท ทั้งนี้ได้นำร่างผู้เสียชีวิตส่งพิสูจน์สาเหตุที่ รพ.อานันทมหิดลอีกครั้ง ก่อนที่จะติดต่อญาตินำศพกลับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

ผัวหึงโหด คว้ามีดปาดคอเมีย-เพื่อนซี้เลือดท่วม ก่อนหนีเข้าป่าผูกคอฆ่าตัว

ผัวหึงโหด คว้ามีดปาดคอเมีย-เพื่อนซี้เลือดท่วม ก่อนหนีเข้าป่าผูกคอฆ่าตัว

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 23 มี.ค. ร.ต.อ.กันต์กวี มีธรรม รองสว.(สอบสวน) สภ.เกาะคา จ.ลำปาง รับแจ้งเหตุพบศพผูกคอตายภายในป่าละเมาะ บ้านใหม่ หมู่ 2 ต.ท่าผา อ.เกาะคา จ.ลำปาง จึงประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน 5 ลำปาง เข้าตรวจสอบร่วมกับแพทย์เวร รพ.เกาะคา เจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยเกาะคา

ที่เกิดเหตุต้องเดินทางจากถนนในหมู่บ้านเข้าไปประมาณ 2 ก.ม. และเดินเท้าเข้าไปอีก 300 เมตร พบผู้เสียชีวิตเป็นชาย ใช้เชือกผูกคอกับต้นมะขาม สภาพเสื้อผ้า ตามมือและแขนเปื้อนไปด้วยเลือด ทราบชื่อนายนายสำราญ อายุ 55 ปี พนักงานไลน์ผลิต โรงงานกล่องเอกสารและกล่องใส่เอกสาร รายใหญ่แห่งหนึ่ง เป็นชาวต.เกาะคา อ.เกาะคา จ.ลำปาง จากการตรวจสอบพบว่าเป็นบุคคลต้องสงสัยก่อเหตุทำร้ายร่างกายผู้อื่นบาดเจ็บสาหัส และเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังตามหาตัวอยู่

ใกล้กันยังพบรถกระบะโตโยต้า รุ่นวีโก้ ทะเบียน 9704 ชัยภูมิ ลักษณะข้างหลังมีคอกพร้อมถังน้ำมัน บริเวณที่จับประตูฝั่งคนขับเปื้อนเลือด จอดอยู่ริมถนนลูกรังก่อนเข้าในป่า

สาวสุพรรณฯ ตื่นมาเจอรอยประหลาด คนเชื่อพญานาคเลื้อยขึ้นรถ ให้โชค

สาววัย 43 ปี ที่ อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี เจ้าของร้านจำหน่ายสายรัดพลาสติก และสายรัดกล่องราคาถูก  ไปนอนเฝ้าน้องชายที่ รพ. เช้าตื่นขึ้นมาเจอรอยประหลาดเต็มกระจกหลังรถ ไม่เคยเห็นมาก่อน พอนำไปโพสต์ในเฟซฯ คนเลยแห่ถามเลขทะเบียน

วันที่ 14 มี.ค. ที่บ้านเลขที่ 139 หมู่ 5 ตำบลอู่ทอง อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ผู้สื่อข่าวได้ไปพบกับเจ้าของรถที่เจอกับเรื่องประหลาด มีรอยไม่เคยพบเห็น ปรากฏเต็มกระจกหลังรถเก๋ง

น.ส.ปฑิตตา รักษ์สกุลวัฒน์ อายุ 43 ปี เจ้าของบ้าน และเจ้าของรถยนต์เก๋ง ฮอนด้า ซิตี้ สีทอง หมายเลขทะเบียน 1303 สุพรรณบุรี ได้พาผู้สื่อข่าวดูรอยประหลาดที่อยู่เต็มกระจกหลังรถเก๋ง โดยบอกว่าเมื่อคืนนี้ตนได้ไปจอดรถเฝ้าน้องชายซึ่งป่วยอยู่ในโรงพยาบาลอู่ทอง กระทั่งตอนเช้าจะขับรถออกมาจะกลับบ้านก็ต้องตกใจเมื่อพบรอยประหลาดอยู่เต็มกระจกหลังรถ จึงได้โพสต์ลง Facebook

จากนั้นได้มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นโดยขอทราบหมายเลขทะเบียนรถ เลขที่บ้าน และบางคนกล่าวว่า เป็นรอยพญานาคซึ่งตนก็รู้สึกแปลกและประหลาดใจอยู่แล้วว่าเป็นรอยอะไร จึงไม่พลาดที่จะนำเลขทะเบียนรถ 1303 เลขที่บ้าน 139 รวมถึง 85 และ 180 ไปเสี่ยงดวงในวันที่ 16 มี.ค.นี้.

 

หนุ่มเก็บปืนใต้เบาะจยย. ขี่รถขึ้นภูเขา ปืนลั่นใส่ขา เจาะเส้นเลือดใหญ่ ดับสลด

หนุ่มเก็บปืนใต้เบาะจยย. ขี่รถขึ้นภูเขา ปืนลั่นใส่ขา เจาะเส้นเลือดใหญ่ ดับสลด

เมื่อวันที่ 7 มี.ค. ร.ต.ท.บุญณรงค์ รัตนโกศัย รอง สว.(สอบสวน) สภ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งเหตุพบศพที่ถนนขึ้นภูเขาปลายอวน ม.5 ต.พรหมโลก จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นพร้อมแพทย์เวร รพ.พรหมคีรี และเจ้าหน้าที่มูลนิธิประชาร่วมใจเข้าชันสูตรศพผู้เสียชีวิตซึ่งเป็นเขาสูงชัน ต้องเดินเท้าขึ้นไปอย่างยากลำบาก

ที่เกิดเหตุพบศพนายธีรพล จิโนพล อายุ 31 ปี อดีตตัวแทนจำหน่ายฟิล์มยืด ฟิล์มพันพาเลท  นอนตะแคงเสียชีวิตอยู่ข้างรถจยย. ฮอนด้า สีน้ำเงิน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จอดอยู่ตามปกติ สภาพศพมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .22 เข้าที่ต้นขาซ้ายด้านใน 1 นัด เลือดนองพื้น ใกล้กันพบปลาอยู่ในถุง 2-3 ตัว ตรวจสอบใต้เบาะรถจยย.พบอาวุธปืนสั้นไทยประดิษฐ์ขนาด .22 ซุกอยู่ 1 กระบอก

จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ตายได้ขับรถจยย.ออกจากบ้าน ตั้งแต่เมื่อวานเพื่อไปตกปลาที่ลำห้วยบนเขา ตกดึกมีคนได้ยินสียงปืนดัง 1 นัด กระทั่งมีคนผ่านไปพบร่างนายธีรพล นอนตะแคงเสียชีวิตในช่วงเช้า จากการตรวจสอบอาวุธปืนกระบอกดังกล่าวพบว่ามีรอยลั่น และมีปลอกกระสุนขนาด .22 ติดอยู่ในลำกล้อง 1 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนบริเวณที่เกิดเหตุไม่พบร่องรอยการต่อสู้

เจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า น่าจะทำปืนลั่นใส่ขาตัวเอง โดยอาวุธปืนที่ซ่อนอยู่ใต้เบาะรถจยย. อาจจะเสียดสี ขณะที่ผู้ตายากำลังขับแล้วลั่นใส่ขาถูกเส้นเลือดใหญ่ นายธีรพล อาจจะจอดรถเพื่อดูบาดแผลพบว่าเลือดออกไม่หยุด ทำให้เสียเลือดมาก ก่อนจะล้มลงเสียชีวิตดังกล่าว หลังจากชันสูตรพลิกศพเสร็จแล้วจึงมอบให้กับญาตินำไปจัดการตามประเพณีต่อไป

แม่แอบคลอดลูก บนฝาชักโครก ปล่อยทิ้งในห้องน้ำโรงพัก ทารกร้องลั่น เลือดเต็มตัว

เมื่อวันที่ 25 ก.พ. ร.ต.อ.เกษมสิษฐ์ ต่อกัน ร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ รับแจ้งว่ามีผู้พบเด็กทารกแรกคลอดถูกทิ้งไว้ในห้องน้ำ ภายในตึกที่ทำการชุดสืบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ เยื้องๆร้เานจำหน่าย ซองกันกระแทกและซองเอกสารกันกระแทก ทางเจ้าหน้าที่จึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมทั้งประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิรวมใจ เข้าให้การช่วยเหลือ

จากการตรวจสอบพบทารกเพิ่งคลอด เพศหญิง สภาพมีรกติดกับตัวเด็ก ถูกวางอยู่บริเวณอ่างล้างหน้าภายในห้องน้ำ ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงได้ทำการปฐมพยาบาล ก่อนจะนำเด็กทารกดังกล่าวไปรักษาต่อยังโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่

นายสุรพล คำวงษา เจ้าหน้าที่กู้ชีพ มูลนิธิรวมใจ กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุมีแม่บ้านทำความสะอาดเข้าไปในห้องน้ำแล้วได้ยินเสียงเด็กร้อง จึงเข้าไปตรวจสอบเปิดประตูห้องน้ำเข้าไปก็พบเด็กทารกเพศหญิงคนดังกล่าวถูกวางทิ้งไว้ที่ฝาชักโครก และพบรอยเลือดเปื้อนพื้นห้องน้ำ แต่ไม่พบแม่ของเด็ก แม่บ้านจึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก่อนจะประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้ามาให้การช่วยเหลือ

จากการตรวจสอบในเบื้องต้นพบว่าเด็กทารกดังกล่าวเป็นเด็กแรกคลอด ประมาณ 1 ชั่วโมง อยู่ในสภาพอ่อนแรงและอุณหภูมิต่ำ ทางเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพมูลนิธิรวมใจเชียงใหม่ จึงได้ให้การช่วยเหลือในการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนส่งต่อให้ทางทีมแพทย์รพ.มหาราชดำเนินการช่วยเหลือ

ต่อมา พ.ต.ท.อานนท์ เชิดชูตระกูลทอง สว.สส.สภ.เมืองเชียงใหม่ พร้อมกับพวกสามารถติดตามควบคุมตัวแม่รายนี้ได้และนำตัวมาสอบปากคำที่ห้องสืบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ โดย พ.ต.อ.ปิยะพันธ์ ภัทรพงษ์สินธุ์ รอง ผบก.ภ.จ.เชียงใหม่ ขอมาสอบปากคำด้วยตนเองในช่วงบ่าย

หนุ่ม26 เมาปลิ้น! ซิ่งเก๋ง พุ่งเข้าร้านเฟอร์นิเจอร์ดัง ไฟลุก ไหม้วอด 80 ล้าน อาคารถล่ม

หนุ่ม26 เมาปลิ้น! ซิ่งเก๋ง พุ่งเข้าร้านเฟอร์นิเจอร์ดัง ไฟลุก ไหม้วอด 80 ล้าน อาคารถล่ม

เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 18 ก.พ. ร.ต.อ.ชุติพนธ์ สุบรรณน้อย รองสว.(สอบสวน) สภ.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา รับแจ้งเหตุรถเก๋งพุ่งชนร้านขายเฟอร์นิเจอร์จนเกิดไฟลุกไหม้ ริมถ.กาญจนวนวนิช เขตเทศบาลเมืองคอหงส์ จึงรีบไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมประสาน รถดับเพลิงเทศบาลเมืองคอหงส์และเทศบาลนครหาดใหญ่ 5 คัน และ หน่วยกู้ภัยมูลนิธิมิตรภาพสามัคคีหาดใหญ่ เข้าให้การช่วยเหลือ

ที่เกิดเหตุเป็นร้านเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่และเป็นศูนย์รวมเฟอร์นิเจอร์ ชื่อ บางกอกลิฟฟวิ่งมอล เลขที่ 31/6 ซึ่งอยู่ห่างจาก โรงงานผลิตกล่องเมล่อน หรือกล่องใส่เมล่อน ราคาถูกไม่ไกลนัก เจ้าหน้าที่พบ ไฟกำลังโหมลุกใหม่อย่างหนัก ต้นเพลิงเกิดจากรถเก๋งโตโยต้า โคโรล่า สีเทา หมายเลขทะเบียน ขท 1452 สงขลา ที่เสียหลักพุ่งชนเข้าไปภายในร้านเฟอร์นิเจอร์จนเกิดไฟลุกไหม้รถขึ้นทั้งคัน และเปลวไฟลุกลามไปตัวอาคารและเฟอร์นิเจอร์ที่อยู่ในร้านอย่างรวดเร็ว

เนื่องจากสินค้าที่เป็นเฟอร์นิเจอร์ทุกประเภท ทั้งเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้าน และสำนักงาน เครื่องนอน เป็นเชื้อไฟอย่างดี และลุกลามหมดทั้งร้านอย่างรวดเร็ว และความร้อนยังทำให้โครงสร้างอาคารพังลงมา เจ้าหน้าที่ต่างเร่งระดมกำลังกันฉีดน้ำดับไฟนานเกือบ3 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้ จากการตรวจสอพบร้านเฟอร์นิเจอร์และสินค้าที่อยู่ภายในร้านเสียหายทั้งหมด รวมทั้งรถเก๋งคันต้นเหตุ นอกจากนี้ความร้อนยังส่ผลให้บริษัทเหล็กที่อยู่ติดกับร้านฟอร์นิเจอร์ได้รับความเสียหายที่บริเวณกำแพงอีกด้วย

ส่วนคนขับรถเก๋งทราบชื่อ นายพฤหัส แซ่จิว อายุ 26 ปี อยู่ในอาการมึนเมาได้รับบาดเจ็บและโชคดีที่ทหารประจำด่านตรวจด้านความมั่นคงซึ่งอยู่ใกล้กับจุดเกิดเหตุเข้ามาช่วยดึงร่างออกมาได้ทันหวิดถูกย่างสด เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือนำตัวส่ง รพ.หาดใหญ่ 

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุรถเก๋งคันนี้ได้ขับมาด้วยความเร็ว และเสียหลักพุ่งชนเข้าไปในร้านเฟอร์นิเจอร์และทำให้เกิดไฟลุกไหม้ขึ้นมาทันที เจ้าหน้าที่ทหารประจำจุดตรวจด่านความมั่นคงเห็นเหตุการณ์จึงรีบเข้าไปช่วยคนขับออกมาได้ทันในสภาพที่เมาแทบไม่ได้สติ

ขณะที่ ร.ต.อ.ชุติพล เปิดเผยว่า เจ้าของร้านเฟอร์นิเจอร์คือ นายอัชอารีย์ วันดับดุลเลาะฮ์ อายุ 50 ปี จากการประเมินค่าเสียหายเบื้องต้นประมาณ 80 ล้านบาท ขณะเดียวกันยังพบว่า ร้านเฟอร์นิเจอร์และรถเก๋งที่พุ่งชนนั้นไม่มีประกัน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหานายพฤหัส 1.ขับรถประมาททำให้ทรัพย์สินเสียหาย 2.ขับรถขณะเมาสุรา และจะเรียกตัวมารับทราบข้อกล่าวหารวมทั้งสอบสวนเพิ่มเติมอีกครั้ง เนื่องจากขณะนี้ยังพักรักษาตัวอยู่ที่รพ.

 

13ปีที่พลัดพราก! แม่ตามหาลูกสาว เผยอยากอธิบายเหตุผล ขอหอม-กอดสักครั้ง

แม่วัย 37 ปี วอนสื่อ ประกาศตามหาลูก ที่เกิดกับอดีตสามี หลังไม่ได้เจอกันนาน 13 ปี เผยคิดถึงและอยากเจอหน้าลูกสักครั้ง ไม่รู้ว่าป่านนี้ลูกจะสุขสบายดีหรือไม่ ด้านนายอำเภอ เช็กประวัติ พบทำบัตรประชาชนตอน 7 ขวบในพื้นที่จ.ชลบุรี

เมื่อวันที่ 12 ก.พ. เรื่องราวความรักของแม่คนหนึ่ง ที่ต้องการเห็นหน้าลูกสาวที่ไม่ได้เจอกันมาเกือบ 13 ปี โดย นางแรมจันทร์ อ่วมพรม อายุ 37 ปี แม่บ้านโรงงานนำเข้าเครื่องปั้มไดคัท และเครื่องพิมพ์กลอ่งกระดาษแห่งหนึ่งใน อ.สำโรง จ.อุบลราชธานี ได้เข้าร้องเรียนผู้สื่อข่าว เพื่อขอให้ช่วยติดตามหาลูกสาววัย 15 ปี ซึ่งไม่ได้เจอหน้ากันมานานเกือบ 13 ปี โดยปัจจุบันมีเพียงภาพถ่ายเก่าที่ถ่ายเมื่อลูกสาวมีอายุเพียง 2 ขวบเศษเพียงใบเดียวไว้ดูต่างหน้ามาโดยตลอด

นางแรมจันทร์ เล่าว่า ขณะที่ตนมีอายุ 16 ปี ได้ออกจากบ้านในอ.ทุ่งช้าง จ.น่าน มาทำงานที่ร้านอาหารตามสั่งในอ.บ่อทอง จ.ชลบุรี และได้ชอบพอกับนายไก่ (นามสมมุติ) หลานชายเจ้าของร้าน กระทั่งให้กำเนิดลูกสาวชื่อ น้องนิด (นามสมมุติ) แต่ชีวิตรักระหว่างตนกับนายไก่ก็ได้จบลง เมื่อน้องนิด อายุได้เพียง 2 ขวบเศษ และตนก็ได้นำลูกสาวไปให้แม่ของตนเลี้ยงที่จ.น่าน

นางแรมจันทร์ เล่าต่อว่า ส่วนตนก็ไปทำงานเป็นสาวโรงงานในอ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ได้เพียง 1 สัปดาห์ ก็ได้รับแจ้งจากแม่ของตนว่า นายไก่มารับเอาตัวน้องนิดไปอยู่ด้วย ซึ่งตนพยายามติดต่อนายไก่ซึ่งเป็นสามีเก่า เพื่อพูดคุยเรื่องลูกสาวที่นายไก่มารับเอาตัวไป แต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้จนมาถึงวันนี้

“ซึ่งต่อมาเมื่อหลายปีก่อน ตนก็มีครอบครัวใหม่กับหนุ่มชาวจ.อุบลราชธานี และมีลูกสาวด้วยกันอีก 1 คน อายุ 6 ขวบ แต่ก็ยังคิดถึงน้องนิดลูกสาวคนแรก และได้พยายามตามหาลูกสาว โดยบางครั้งมีคนงานนำสินค้าจากโรงงานไปส่งที่จ.ชลบุรี ก็ขอร้องให้ช่วยดูร้านขายอาหารตามสั่งที่เคยไปทำงานอยู่ว่าเห็นลูกสาวของตนบ้างหรือไม่ แต่คนขับรถก็บอกว่าร้านอาหารนั้นไม่มีอยู่แล้ว” นางแรมจันทร์ กล่าว

นางแรมจันทร์ เล่าอีกว่า ทำให้ตนหมดปัญญาที่จะตามหาลูกสาว เพราะปัจจุบันก็มีรายได้เพียงเป็นแม่บ้านของโรงงาน ไม่มีเงินทองพอใช้ไปติดตามหาลูกสาวคนนี้ได้ ที่ผ่านมาก็ได้แต่เล่าเรื่องราวความรักของแม่ให้ลูกสาวอีกคนฟังมาโดยตลอดว่า ยังมีพี่สาวอยู่อีกคน และลูกสาวคนเล็กก็บอกอยากเจอพี่สาวเช่นกัน ทำให้ช่วงที่ผ่านมา ก็ได้แต่คิดถึงอยากเจอหน้าน้องนิดสักครั้ง แต่ก็ทำไม่ได้ จึงได้เข้ามาขอความช่วยเหลือดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าน้องนิดทราบเรื่องแล้วไม่ต้องการเจอนางแรมจันทร์ เพราะไม่เคยอยู่ด้วยกันมาก่อน นางแรมจันทร์ กล่าวว่า ตนเข้าใจเหตุผลนี้ดี แต่ก็อยากอธิบายให้ลูกรู้ว่าเหตุใดที่ไม่มีโอกาสได้อยู่ด้วยกัน และไม่ต้องการอะไร เพียงแต่อยากเห็นหน้าลูกสาวว่า ปัจจุบันนี้เป็นเช่นไร เรียนหนังสืออยู่ชั้นไหน โตขนาดไหนแล้ว ถ้าเป็นไปได้ก็อยากขอกอดและหอมลูกสักครั้งในชีวิตก็ยังดี

“เพราะเข้าใจดีที่เราไม่ได้เป็นคนที่เลี้ยงดูเขามาตั้งแต่เล็ก แต่ก็อยากเห็นหน้า หรือได้มีโอกาสพูดคุยกับลูกสักครั้งก็ยังดี” นางแรมจันทร์ กล่าว

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้พา นางแรมจันทร์ เข้าพบ นายธรรมนูญ แจ่มใส นายอำเภอสำโรง เพื่อให้ช่วยเหลือในการติดตามหาตัวน้องนิดที่ไม่ได้เจอกันมาเกือบ 13 ปี และจากการตรวจสอบจากข้อมูลของสำนักทะเบียนราษฏร กระทรวงมหาดไทย ทราบว่า น้องนิดได้เข้ามาทำบัตรประชาชนเมื่ออายุได้ 7 ขวบ โดยแจ้งที่อยู่ในต.บ่อกวางทอง อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี แต่ไม่รู้ว่าตัวยังอยู่ตามภูมิลำเนาที่แจ้งไว้กับสำนักทะเบียนราษฏรหรือไม่

นายธรรมนูญ จึงโทรศัพท์แจ้งไปยังอ.บ่อทอง ให้ช่วยเป็นธุระประสานตรวจสอบไปยังผู้ใหญ่ที่น้องนิดมีชื่ออยู่ในหมู่บ้านว่า เด็กสาวคนนี้ยังคงพักอยู่ที่หมู่บ้านดังกล่าวหรือไม่ และทางน้องนิดและครอบครัวยินดีจะให้นางแรมจันทร์ไปพบหรือไม่ ซึ่งหากน้องนิดและนายไก่ไม่ขัดข้อง ทางนายธรรมนูญก็ยินดีมอบเงินค่าเดินทางและค่าใช้จ่ายให้นางแรมจันทร์ ซึ่งมีฐานะยากจนใช้เดินทางไปพบกับลูกสาว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอการประสานกลับมาจากผู้ใหญ่บ้านในต.กวางทอง ที่น้องนิดมีภูมิลำเนาอยู่ครั้งสุดท้ายอยู่ที่นั่น

จับแล้ว! มือปืน ฆ่าว่าที่เจ้าบ่าว ที่แท้คนกันเอง หลักฐานมัดแน่น พยานเล่าปมเหตุ

จับแล้ว! มือปืน ฆ่าว่าที่เจ้าบ่าว ที่แท้คนกันเอง หลักฐานมัดแน่น พยานเล่าปมเหตุ เคยทะเลาะถึงขั้นชกต่อยกันมาแล้ว เห็นขี่รถจยย.ออกจากบ้านคนตาย ก่อนเจอศพ เจ้าตัวยังปฎิเสธ

ฆ่าว่าที่เจ้าบ่าว จากกรณี คนร้ายใช้อาวุธปืนยิง นายธนวัฒน์ เผียงสูงเนิน อายุ 41 ปี อดีตพนักงาน โรงงานผลิตสายรัดพลาสติก และสายรัดกล่องรายใหญ่แห่งหนึ่ง     และเป็นว่าที่เจ้าบ่าว ซึ่งกำลังจะเข้าพิธีสมรสกับแฟนสาวในเดือน ม.ค.62 ภายในหมู่บ้านแก่นท้าว หมู่ 14 ต.เสมา อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา เหตุเกิดเมื่อวันที่ 29 ธ.ค.61 ต่อมาตำรวจสืบทราบว่าคนร้ายคือ นายอุไร คอยสูงเนิน อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 70 หมู่ 2 บ้านแก่นท้าว ต.เสมา อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นคนในหมู่บ้านเดียวกัน และหลังก่อเหตุได้หลบหนีไป ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุดวันที่ 11 ก.พ. ตำรวจ สภ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา สามารถจับกุมตัว นายอุไร ได้และนำตัวมาสอบปากคำที่ สภ.สูงเนิน เบื้องต้น นายอุไร ให้การปฏิเสธและไม่ยอมรับสารภาพ ทั้งนี้ พล.ต.ต.วัชรินทร์ บุญคง ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา ยืนยันว่าตำรวจมีพยานหลักฐานและพยานบุคคลชัดเจนสามารถดำเนินคดีกับ นายอุไร ได้อย่างแน่นอน

จากการสอบถามเพื่อนของผู้ตายได้เล่าว่า ผู้ตายและนายอุไร เคยมีปัญหากันจริง และเคยทะเลาะวิวาทถึงขั้นชกต่อยกันมาแล้ว 1 ครั้ง วันเกิดเหตุผู้ตายและนายอุไร ได้ไปเที่ยวงานประจำปีฉลองหลวง        พ่อโสธรนครเสมา ที่วัดบ้านเหมือดแอ ต.เสมา ทั้งคู่น่าจะดื่มสุราและเกิดเขม่นกันในงานดังกล่าว หลังกลับจากวัดผู้ตายได้บอกกับเพื่อนว่าจะเข้าไปเอาเงินที่บ้านและหายเงียบไปนาน ในขณะเดียวกันก็มีคนเห็นนายอุไร ขี่รถจยย.หลบหนีออกจากบ้านผู้ตาย จนมีคนมาพบศพดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบหลักฐานและพยานแวดล้อมทั้งหมด โดยบ่งชี้ว่า นายอุไร คือผู้ก่อเหตุ โดยได้แจ้งข้อหา มีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนและพกพาอาวุธปืนเข้าไปในเมือง หมู่บ้านหรือที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันควร ยิงปืนโดยใช่เหตุในหมู่บ้านหรือชุมชน ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป