คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวประจำวัน

ยังเมาไม่พอ! หนุ่มยืมจยย.เพื่อน ซื้อเหล้ามาดื่มต่อ แหกโค้งชนเสาไฟ คอหักดับคาที่

เมื่อวันที่ 11 พ.ย. ร.ต.อ.ยุทธศิลป์ สิงหาด รอง สว.สส.(สอบสวน) สภ.มะขาม จ.จันทบุรี ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ศูนย์วิทยุกู้ภัยสมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถาน จันทบุรี ว่า เกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เสียหลักแหกโค้ง พุ่งชนเสาไฟฟ้า บนถนนสายพญาล่าง ม.11 ต.วังแซ้ม อ.มะขาม จ.จันทบุรี ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย จึงรุดตรวจสอบพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ เขต อ.มะขาม

ในที่เกิดเหตุเป็นเส้นทางโค้งหักศอก พบศพชายวัยรุ่นนอนเสียชีวิตอยู่ที่โคนเสาไฟฟ้าแรงสูง สวมเสื้อยืดสีดำ กางเกงขาสั้นสีดำสลับลาย สภาพศพคอหัก มีบาดแผลบริเวณปลายคาง และใบหูด้านขวาฉีกขาด ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า มีโอ สีขาว คาดเหลือง หมายเลขทะเบียน 1 กฆ 5179 จันทบุรี ล้มอยู่ใน
ป่าหญ้าข้างทาง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจสอบรอยคราบเลือด บริเวณเสาซีเมนต์ทป้ายสัญญาณจราจร และถ่ายภาพเก็บร่องรอยหลักฐานในที่เกิดเหตุ พร้อมบันทึกไว้เป็นหลักฐาน

ต่อมามีนายอำพล เลือดสี อายุ 26 ปี พนักงานซ่อมบำรุงของโรงงานนำเข้าเครื่องปั๊มไดคัท เครื่องพิมพ์กล่องกระดาษจากต่างประเทศเเห่งหนึ่ง อยู่บ้านเลขที่ 88/2 ม.1 ต.โป่งน้ำร้อน อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี ได้เดินทางมาพบทาง ร.ต.อ.ยุทธศิลป์ สิงหาด ร้อยเวรเจ้าของคดี พร้อมกับนำหลักฐานแสดงตัวว่า เป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์คันที่ประสบอุบัติเหตุตัวจริง

สอบสวนนายอำพล ให้การว่า ผู้เสียชีวิต คือ นายอัมพล บุญแสง อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 4 ม.5 ต.สำโรงปราสาท อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นเพื่อนทำงานก่อสร้างโครงหลังคาเหล็ก ก่อนเกิดเหตุ นายอัมพล พร้อมกับเพื่อนพากันตั้งวงดื่มเหล้าสังสรรค์กันในวันหยุด ส่วนตนนอนพักผ่อนอยู่กับแฟนสาวในห้องพัก ต่อมานายอัมพลมีอาการเมา เข้ามาขอยืมรถจักรยานยนต์ เพื่อขี่ออกไปซื้อเหล้ามาดื่มกันต่ออีก แต่เงียบหายไปนานยังไม่กลับมา

นายอำพล ให้การต่อว่า จากนั้นตนกับแฟนสาวขี่รถจักรยานยนต์อีกคันออกมาซื้อข้าวที่ตลาด และบังเอิญเห็นรถจักรยานยนต์ของตัวเองที่นายอัมพลยืมไป อยู่บนท้ายรถกระบะของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขับสวนทางมาพร้อมกับรถเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ จึงเข้าไปสอบถามจนทราบว่า นายอัมพลขี่รถจักรยานยนต์ไปประสบอุบัติเหตุชนเสาไฟฟ้าเสียชีวิตแล้ว

จากการตรวจสอบร่องรอยหลักฐานในที่เกิดเหตุ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดสาเหตุว่า ผู้ตายเมาสุรา แล้วขับรถหลุดโค้งชนเสาไฟฟ้าเสียชีวิต จึงนำศพส่งชันสูตรที่ ร.พ.มะขาม พร้อมตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด เพื่อสรุปสาเหตุที่แน่ชัดต่อไป

จับหนุ่มงัดจู๋โชว์สาว! คุ้ยประวัติเจอหนีคดีชำเราด.ญ.ลูกเลี้ยงมาทำงานกรุงเทพฯ

วันที่ 5 พ.ย. ที่สน.โชคชัย พ.ต.อ.สุพล ค้ำชู ผกก.สน.โชคชัย พ.ต.ท.พรทวี สมวงศ์ รองผกก.ป. พ.ต.ต.ชัยวัฒน์ พริ้งสกุล สวป. พร้อมกำลังตำรวจป้องกันและปราบปราม ร่วมกันจับกุมตัว นายจำเรียง (ขอสวนนามสกุล) หลังก่อเหตุโชว์อวัยวะเพศภายในซอยสตรีวิทยา 2 แยก 10 เมื่อวันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา

พ.ต.ท.พรทวี เปิดเผยว่า คดีนี้มีหญิง อายุ 30 ปี เข้าแจ้งความให้ติดตามจับกุมชายไม่ทราบชื่อ ขี่รถจักรยานยนต์ตามมาจากถนนสตรีวิทยา 2 เมื่อเข้ามาภายในซอยสตรีวิทยา 2 แยก 10 แล้วได้หยุดรถแล้วเปิดโชว์อวัยวะเพศโชว์ให้ดู เมื่อตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่าหลังก่อได้เข้าไปในร้านสะดวกซื้อเเถวบริษัทผลิตเเละจำหน่ายฟิล์มยืดหรือฟิล์มพันพาเลทคุณภาพดีรายใหญ่ แล้วยังจับอวัยวะเพศตลอดเวลาพร้อมทั้งจับจองผู้หญิงที่พบเห็น จากนั้นเจ้าหน้าที่ออกสืบสวนจนพบว่า พักอาศัยอยู่ที่วันชัยคอนโด ย่านลาดพร้าว จึงไปดักเฝ้าและจับกุมตัวไว้ได้

จากการสอบสวน รับสารภาพว่า เป็นลูกจ้างก่อสร้างทั่วไปโดยพักอาศัยอยู่บริเวณแถวนี้ วันเกิดเหตุเห็นผู้เสียหายอยู่คนเดียว จึงขี่จักรยานยนต์ตามไปแล้วเปิดโชว์อวัยวะเพศโชว์ให้ดู เมื่อตรวจสอบประวัติยังพบว่า นายจำเรียง มีหมายจับศาลจังหวัดตาก เลขที่จ.15/2558 ลงวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2558 ข้อหากระทำความรุนแรงในครอบครัว และกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี ซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีของตนโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ในพื้นที่ สภ.สามเงา จ.ตาก

เมื่อประสานไปยังตำรวจ สภ.สามเงา ก็ทราบว่า นายจำเรียงถูกกล่าวหาและดำเนินคดีในข้อหา กระทำชำเราลูกเลี้ยงของตัวเองแล้วหลบหนีมาทำงานก่อสร้างในกรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหากระทำอนาจารต่อหน้าธารกำนัล เปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 1,000 บาท แล้วประสาน สภ.สามเงา มารับตัวไปดำเนินคดีในข้อหากระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปีต่อไป

ปคบ. ผนึก อย. จับโรงงานผลิตเครื่องสำอางปลอม ส่งขายตลาดนัดทั่วปท.

ปคบ. ผนึก อย. จับโรงงานผลิตเครื่องสำอางปลอม ส่งขายตามตลาดนัดทั่วประเทศ ตรวจยึดของกลางมูลค่า 10 ล้านบาท พร้อมแจ้งดำเนินคดี ผู้ต้องหา 1 ราย แนะวิธีตรวจสอบของจริง-เก๊

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 29 ต.ค. นายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ เลขาธิการ อย. และพ.ต.อ.ศิร์ธัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์ รอง ผบก.ป. รรท.ผบก.ปคบ. , พ.ต.อ.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผกก.4 บก.ปคบ. , พ.ต.ท.สุรเชษฐ์ เดชะพันธ์ สว.กก.4 บก.ปคบ. พร้อมกำลัง เข้าตรวจสอบสถานที่ผลิตเครื่องสำอางปลอม ที่หมู่บ้านมีนทอง เลขที่ 69/14 ซอยนิมิตรใหม่ 49 ถนนนิมิตรใหม่ แขวงสามวาตะวันออก เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร

ที่เกิดเหตุเป็นอาคารที่พักอาศัยอยู่เเถวบริษัทผลิตเเละจำหน่ายซองกันกระแทกหรือซองเอกสารกันกระแทก มีรั้วรอบขอบชิดเนื้อที่ 100 ตารางวา แบ่งเป็นตัวบ้าน 2 ชั้น 50 ตารางวา อีก 50 ตารางวา ทำเป็นโกดังชั้นเดียวทรงสูง ในส่วนที่เป็นโกดัง พบว่ากำลังลักลอบผลิตครีมเถื่อน หลายรายการ และยังพบอุปกรณ์การผลิต หม้อผสม และพบวัตถุดิบที่เป็นสารห้ามใช้ในเครื่องสำอาง เช่น สเตอรอยด์ จำนวนมาก

ด้านนายแพทย์ธเรศ กล่าวว่า จากการตรวจค้น พบว่ามีสารต้องห้ามใช้ อาทิ สารปรอท สเตอรอยด์ และยังพบเครื่องสำอางค์ปลอม เครื่องสำอางค์ไม่ได้จดแจ้ง ประมาณ 30 รายชื่อการค้า ทั้งนี้ทาง อย.ได้ทำเอกสารเผยแพร่ เป็นแผ่นพับ ประชาสัมพันธ์ ว่าเครื่องสำอางค์มีชื่อ ยี่ห้อใดบ้าง และมีอันตรายอย่างไร

อย.พยายามติดตาม หาเบาะแส จากผู้แจ้ง ทางสายด่วน 1556 ขณะนี้ผู้บริโภค สามารถเข้าไปที่แอพพลิเคชั่น เช็คตรวจเลข อย. ดาวน์โหลด ฟรี เมื่อดาวน์โหลดแล้ว สามารถแสกน ตรวจสอบได้ทันที และแนะนำว่า การเลือกซื้อ ให้เลือกยี่ห้อที่เชื่อถือได้ ให้ดูฉลาก เลขจดแจ้ง 10 หลัก และให้ดูว่า มีที่อยู่ที่ผลิตที่ชัดเจน และให้ขอเอกสารการซื้อขายเป็นหลักฐาน เพื่อมาดำเนินคดีภายหลัง

ส่วนวิธีการตรวจสอบด้วยตัวเอง ให้นำมาทาที่ใต้ท้องแขน เป็นเวลา 24 ช.ม. หากเป็นของปลอม และมีสารต้องห้ามใช้ จะขึ้นผื่น ปวดแสบปวดร้อน บวม อย่างไรก็ตาม หากไม่มั่นใจให้ส่งตรวจสอบ ที่สาธรณสุขทุกจังหวัด

สำหรับแหล่งที่พบว่านำไปขาย จะเป็นตามตลาดนัด แผงลอย ตามส่วนภูมิภาค จะขายในราคาถูก ซึ่งอันตรายจากเครื่องสำอางค์ปลอม ผสมสารต้องห้าม บางรายจะสะสมในร่างกาย มีผลกับปลายเส้นประสาทอักเสบ

บางราย ทำให้ไตเสื่อม บางรายที่ใช้สารทำให้ขาว กลับทำให้หน้าด่างถาวร รักษาไม่หาย สารทำให้ขาวเหล่านี้ เบื้องต้นจะทำให้ได้ผลเร็ว แต่ระยะยาวผผิวจะแตกลายงาถาวร แก้ไขไม่ได้ ส่วนเว็บที่ขายเครื่องสำอางค์ออนไลน์ จะประสาน ตำรวจ กับกระทรวงดิจิทัลฯปิดเว็บต่อไป

ด้าน พ.ต.อ.ศิร์ธัชเขต กล่าวถึงมูลค่าของกลางที่จับได้ว่า มีมูลค่าประมาณ 10 ล้านบาท เบื้องต้นจับกุม จับกุมนายสกนท์ หงษ์หาด อายุ 37 ปี แจ้งข้อหาดำเนินคดี

ตามพระราชบัญญัติ เครื่องสําอาง พ.ศ. 2558 ข้อหา “ผลิตเครื่องสำอางค์ไม่จดแจ้ง ผลิตเครื่องสำอางค์ที่แสดงฉลากไม่ครบถ้วน ทำให้เข้าใจผิด” ข้อหา “มีเครื่องสำอางค์ปลอมที่ไม่ปลอดภัย” มีโทษจำคุก 5 ปี ปรับห้าแสน หรือทั้งจำทั้งปรับ

จากการสอบสวนรับสารภาพว่าทำมาประมาณ 1 ปี จากนี้จะนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางดำเนินคดีที่ ผบก.ปคบ. ต่อไป

ญาติร่ำไห้รับศพ “ผอ.ร.พ.สต.” ผูกคอดับ สั่งเสียให้เปิดเพลงนี้..ในงานศพ

ญาติร่ำไห้รับศพ “ผอ.ร.พ.สต.” ผูกคอดับ สั่งเสียให้เปิดเพลงนี้..ในงานศพ เผยเหตุคิดสั้น

จากกรณี นายพงศ์ชิรการ ปีกรอด หรือหมอเชษ อายุ 45 ปี ผอ.รพ.สต.หอกลอง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก ผูกคอเสียชีวิต บริเวณทุ่งนาใกล้คลองน้ำทิ้ง ริมถนนสายเลี่ยงเมือง สี่แยกบ้านกร่าง ต.บ้านกร่าง อ.เมือง จ.พิษณุโลก ทิ้งจดหมายลาตายไว้ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุดวันที่ 25 ต.ค. ที่อาคารเก็บศพแผนกนิติเวช ร.พ.พุทธชินราช อ.เมือง จ.พิษณุโลก น.ส.ภัคจิรา โท้แก้ว อายุ 56 ปี พี่สาวพร้อมด้วยญาติและเพื่อนๆ ของนายพงศ์ชิรการ ได้เดินทางมาติดต่อเพื่อขอรับศพไปบำเพ็ญกุศล ซึ่งมีการจุดธูปอัญเชิญดวงวิญญาณก่อนเคลื่อนย้ายไปตั้งสวดพระอภิธรรมที่วัดช่างเหล็กที่อยู่ก่อนถึงโรงงานผลิตเเละจำหน่ายสายรัดพลาสติก สายรัดกล่องกระดาษรายใหญ่ ต.ท่างาม อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้าเสียใจของผู้ที่ทราบข่าวร้ายในครั้งนี้เป็นอย่างมาก

น.ส.ภัคจิรา กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า ตนไม่เคยรู้มาก่อนว่าหมอเชษ จะป่วยเป็นโรคร้ายเพราะไม่เคยพูดเรื่องส่วนตัวให้ที่บ้านฟัง เนื่องจากอาจจะกลัวว่าแม่ที่แก่ชราภาพด้วยวัยกว่า 80 ปี จะคิดมากจนเครียดวิตกกังวล ซึ่งระยะหลังหมอเชษมักไม่ชอบกลับบ้านจะนอนที่บ้านของป้าที่สนิทนับถือกันเป็นญาติ แต่ก็จะกลับมาเยี่ยมแม่อยู่เป็นประจำ หาเงินมาเลี้ยงดูจุนเจือครอบครัว ถือว่าเป็นเสาหลักของบ้าน

เมื่อมาทราบข่าวว่าหมอเชษผูกคอ สร้างความตกใจและเสียใจให้กับครอบครัวอย่างยิ่ง เพราะไม่มีลางบอกเหตุใดๆ เลย และไม่พบบาดแผลร่องรอยการถูกทำร้าย ทางครอบครัวไม่ติดใจในสาเหตุการตาย ทั้งนี้จะนำร่างไปตั้งสวดพระอภิธรรมเป็นเวลา 3 คืน ก่อนจะฌาปนกิจต่อไป

ด้าน น.ส.ลำพึง สุทธิศักดิ์ อายุ 69 ปี ซึ่งหมอเชษนับถือเหมือนญาติแท้ๆ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้หมอเชษเป็น ผอ.รพ.สต.ดงประคำ ก่อนจะย้ายมาเป็น ผอ.รพ.สต.หอกลอง ถือว่าทำงานด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจจนเป็นที่รักใคร่ของเพื่อนฝูง ลูกน้อง และชาวบ้านในพื้นที่ที่เดินทางมารักษาอาการเจ็บป่วย

ตนกับหมอเชษจะสนิทกันมากและพักอาศัยอยู่ด้วยกัน มีปัญหาเรื่องใดมักจะมาปรึกษาพูดคุยระบายให้ฟังอย่างเปิดอก กระทั่งระยะหลังเมื่อ 1 เดือนนี้ หมอเชษบ่นตลอดว่าปวดขาข้างขวาช่วงสะโพกลงไปถึงน่อง ปวดเข้าไปจนถึงกระดูกข้างในจนเดินเหินลำบากต้องใช้ไม้ค้ำพยุงตัว

สุดท้ายเมื่อวันที่ 21 ต.ค. ที่ผ่านมา จึงตัดสินใจพากันไปให้แพทย์ตรวจรักษาและวินิจฉัยโรคอย่างละเอียดที่คลินิกแห่งหนึ่ง โดยเข้าเครื่องดัชนีมวลกลาย (BMI) ปรากฏว่าตรวจพบชิ้นเนื้อร้ายที่ขาข้างขวา หรือเรียกว่าเป็นมะเร็งก้อนเนื้อ ต้องเข้ารับการให้คีโมและฉายแสง ทำให้หมอเชษเครียดคิดมาก กินไม่ได้นอนไม่หลับ อาจจะท้อแท้กับชีวิตที่เหลืออยู่ ก่อนจะหายออกไปจากบ้านเป็นเวลาถึง 3 วัน

จึงโทรสอบถามว่าไปอยู่ที่ไหนก็ได้รับคำตอบว่าเดินทางเข้ามาใน อ.เมืองพิษณุโลก เพื่อมาเปิดโรงแรมพักผ่อน จนสุดท้ายมาทราบจากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าหมอเชษคิดสั้นตัดสินใจขับรถเก๋งมาจอดไว้ที่ลานดินเปลี่ยวๆ ผูกคอตนเองกับต้นฉำฉาจนเสียชีวิตดังกล่าว

นอกจากนี้หมอเชษยังมีความสามารถเคยเป็นนักกีฬาวอลเลย์บอลตัวเยาวชน จ.พิษณุโลก และเป็นนักวอลเลย์บอลสังกัดสำนักงานสาธารณสุข เขต 2 ส่วนข้อความที่ระบุในจดหมายลาตายว่า “รักจริงให้ติงนัง” ซึ่งเป็นบทเพลงของนักร้องลูกทุ่งชื่อดัง “รุ่ง สุริยา” นั้นเป็นเพราะหมอเชษชอบร้องและฟังเพลงนี้เป็นอย่างมาก ปกติเป็นคนร่าเริงแจ่มใสสนุกสนานครื้นเครง มักพูดหยอกล้อกับตนว่าหากวันใดต้องตายก็ขอให้เปิดเพลงนี้ในงานศพด้วย และขออย่าให้โศกเศร้าเสียใจกันเลย ซึ่งตนก็ไม่คาดคิดว่าจะเกิดเรื่องหดหู่เช่นนี้ขึ้นจริง

ออกหมายจับแล้ว! รปภ.ทุบหัวหนุ่ม ฆ่ายัดกระสอบ-สะกดวิญญาณ ระดมตร.ล่า

ออกหมายจับแล้ว เพื่อนสนิท ทุบหัวหนุ่ม ฆ่ายัดกระสอบ ก่อนนำศพไปทิ้งข้างบ่อบำบัดน้ำเสีย และทำพิธีสะกดวิญญาณ เผยปมฆ่าโหด ระดมกำลังตำรวจไล่ล่า “บิ๊กแป๊ะ” กำชับทำทุกอย่างให้รอบครอบ รวดเร็ว และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

จากกรณีคนร้ายก่อเหตุทุบหัวหนุ่ม ฆ่ายัดกระสอบ ก่อนนำไปทิ้งข้างบ่อบำบัดเสีย และทำพิธีสะกดวิญญาณ ในพื้นที่สภ.สำโรงเหนือ บริเวณบ่อบำบัดน้ำเสียย่อยสำโรงเหนือที่อยู่เเถวโรงงานผลิตเเละจำหน่ายเทปใส สก๊อตเทปใสคุณภาพดีรายใหญ่ กรมควบคุมมลพิษ ถนนปู่เจ้าสมิงพราย ซอย 2 ต.เทพารักษ์ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ กระทั่ง ตรวจพบเป็นศพของ นายถาวร เขจรสาย อายุ 53 ปี เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย

ล่าสุดเมื่อวันที่ 3 ต.ค. พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เปิดเผยถึงความคืบหน้า ว่าได้รับรายงานเพิ่มเติมจาก สภ.สำโรงเหนือ ว่าพนักงานสอบสวนได้รวบรวมหลักฐานและยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อออกหมายจับ นายสมชาย แก้วอ่อน อายุ 66 ปี ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุ และศาลได้อนุมัติแล้วลงวันที่ 2 ต.ค. 2561 ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ซ่อนเร้น หรือทำลายศพ หรือส่วนของศพ เพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย

พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ผู้ต้องหาอยู่ระหว่างการหลบหนี โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้ระดมกำลังออกติดตามเพื่อจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ เบื้องต้นสันนิษฐานว่าการก่อเหตุครั้งนี้คาดว่ามาจากปัญหาการทะเลาะส่วนตัวของผู้ต้องหายและผู้ตาย แต่เจ้าหน้าที่ก็ยังไม่ได้ตัดประเด็นใดทิ้งไป อย่างไรก็ตาม ขณะนี้พนักงานสอบสวนรอผลการชันสูตรพลิกศพจากแพทย์ และผลตรวจวัตถุพยานจากพิสูจน์หลักฐานเพื่อประกอบคดี

รองโฆษก ตร. กล่าวอีกว่า ตนได้รายงานให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. รับทราบแล้ว ท่านได้กำชับพนักงานสอบให้ดำเนินการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน อย่างตรงไปตรงไปมา ด้วยความรอบครอบ รวดเร็ว เป็นธรรมสำหรับทุกฝ่าย อาศัยพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เป็นสำคัญ พร้อมทั้งฝ่ายสืบสวนให้เร่งรัดติดตามจับกุมตัวคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฏหมายโดยเร็ว เพื่อเยียวยาความเสียหาย และสร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคม

ทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชน มีข้อมูลหรือพบเบาะแสสำคัญที่เกี่ยวข้องกับคนร้ายในคดีดังกล่าว สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่ สภ.โรงเหนือ หมายเลขโทรศัพท์ 0-2758-4925 และ ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) หมายเลขโทรศัพท์ 1599

นักธุรกิจช็อก! แม่วัย80 ขี่จยย.ไปวัดตอนเช้า ถูกครูสาวขับเก๋งชนร่างกระเด็นดับสลด

นักธุรกิจสุดช็อก แม่วัย 80 ปีขับจักรยานยนต์จะไปทำบุญที่วัด เนื่องในวันสารทไทย แต่ยูเทิร์นรถแวะไปงานศพญาติ ก่อนถูก ครูสาว ขับเก๋งพุ่งชนเต็มแรง ร่างกระเด็นตกร่องกลางถนนเสียชีวิตคาที่ คู่กรณี เผยถูกจักรยานยนต์ขับตัดหน้าจนเกิดเหตุดังกล่าว

เมื่อเวลา 07.40 น. วันที่ 25 ก.ย. ร.ต.อ.นพดล ภัคดีสว่าง รอง สว.(สอบสวน) สภ.ท่าแซะ รับแจ้งเหตุรถเก๋งชนรถจักรยานยนต์ บริเวณถนนเพชรเกษม ม.1 ต.นากระตาม อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมหน่วยกู้ภัยสายชลมูลนิธิชุมพร

ที่เกิดเหตุถนนเพชรเกษมช่องทางขาขึ้นตรงจุดกลับรถแยกเข้าวัดนาหอยโข่งที่อยู่เเถวร้านจำหน่ายซองกันกระแทกหรือซองเอกสารกันกระแทกราคาถูก พบศพ นางอำพล แซ่ฮ่าน อายุ 80 ปี อยู่บ้านเลขที่ 13 ต.นากระตาม อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร สภาพศพใส่เสื้อคอปกแขนสั้นสีดำ นุ่งผ้าถุงสีดำสลับขาว แขนขาหักมีแผลฉกรรจ์ทั่วตัวนอนเสียชีวิตอยู่ในร่องน้ำกลางถนนใกล้จุดกลับรถ ใกล้ศพมีเครื่องยนต์รถจักรยานยนต์ของผู้ตายที่ถูกชนจนเครื่องหลุดกระเด็นมาตกอยู่ใกล้กับศพ ห่างกันพบโครงรถจักรยานยนต์ถูกชนยับเยิน

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุมีร่องรอยจุดเฉี่ยวชนกันบนถนนช่องทางขวาสุดติดกับจุดกลับรถและมีหลักเสาปูนขาวดำกั้นขอบร่องกลางถนนล้มหัก 2 ต้น ห่างกันพบรถเก๋ง ยี่ห้อนิสสัน อัลเมร่า ทะเบียน กง3198 ชุมพร จอดอยู่เลนขวาสุดใกล้ร่องน้ำกลางถนน สภาพด้านหน้าพังยับเยินป้ายทะเบียนหน้าหลุดตกอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ กระจกหน้ารถเก๋งด้านขวาฝั่งคนขับถูกแรงกระแทกจนยุบ

จากการสอบถาม นายณัฐพงษ์ พลสิงห์ เจ้าของร้าน เอ็ม.พี.โครเมี่ยม และเจ้าของสถานีวิทยุชุมชนแฮปปี้เรดิโอ กล่าวว่า นางอำพลเป็นแม่ของตน โดยเมื่อช่วงเช้าวันนี้ได้เตรียมตัวจะเดินทางไปวัดเนื่องในวันสารทไทย เพื่อทำพิธีรับตายายตามประเพณี

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า แต่ก่อนจะเดินทางไปวัดนั้น แม่ได้ขับรถจักรยานยนต์ออกจากบ้านซึ่งอยู่ใกล้กับจุดเกิดเหตุเพื่อจะไปงานศพญาติที่บ้านอีกหลังที่อยู่ฝั่งตรงข้าม เมื่อแม่ขับรถจักรยานยนต์ไปถึงเลนขวาและใกล้จุดกลับรถแล้ว รถเก๋งที่ขับมาด้วยความเร็วทางขวาสุดก็ได้พุ่งชนรถจักรยานยนต์ของแม่อย่างจัง เป็นเหตุให้แม่เสียชีวิตดังกล่าว

จากการสอบสวน น.ส.ฑนิฏา ดำรัสการ อายุ 35 ปี คู่กรณีที่ยืนรอเจ้าหน้าที่อยู่ที่เกิดเหตุ ให้การว่า ตนมีอาชีพเป็นครูอยู่โรงเรียนแห่งหนึ่ง ในอ.ท่าแซะ ขณะขับรถเก๋งออกมาจากบ้านพักซึ่งไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุ เพื่อจะไปสอนหนังสือที่โรงเรียน ถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นจุดกลับรถ นางอำพลได้ขับรถจักรยานยนต์ออกมาจากข้างทางแล้วตัดหน้ารถตนข้ามไปยังจุดกลับรถ ทำให้ตนเบรกและหักหลบไม่ทัน จึงพุ่งชนดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต และจะสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

สาวเล่าเกือบตาย! ใช้บัตรทองหาหมอเจอพยาบาลชุ่ย ฉีดยาผิด-ไม่เช็ดแผล ความดันพุ่ง!

สาวเล่าเกือบตาย! – โดยผู้ใช้เฟซบุ๊ก นัชชา นานา โพสต์ระบุว่า ขอแชร์ประสบการณ์วันนี้นะ เพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้อีกหลายๆคน (ใช้สิทธิ์บัตรทองรักษา) นาได้ไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลถลางที่อยู่เเถวร้านจำหน่ายเทปใส สก๊อตเทปพิมพ์ลายคุณภาพดี ราคาถูกใน ภูเก็ต เนื่องจากนาเป็นไข้หวัดมา 5 วันกับวันนี้แล้ว พยาบาลก็ซักประวัติเสร็จ ให้พบหมอ หมอก็ให้ไปเจาะเลือดแล้วให้ญาติไปเบิกยาฉีดมาเป็นยาแก้วิงเวียนศรีษะ1หลอด สำหรับฉีด แล้วหลังจากเจาะเลือดเสร็จหมอ ให้นาไปนอนห้องฉุกเฉินรอฉีดยา

สักครู่หนึ่งมีพยาบาลมาขอฉีดยา เค้าให้นาลอกแขนเสื้อขึ้นแล้วฉีดยาเข้าเส้นเลือด นาก็งงๆๆทำไม่พยาบาลที่นี้เค้าไม่ถามก่อนหรือคนไข้ชื่ออะไร มาฉีดแล้วก็ไป ก่อนฉีดก็ไม่ใด้เช็ดแฮลกอฮอล์ทำความสะอาดผิวก่อนฉีดเลย ฉีดเสร็จก็ไปเฉยๆๆไม่มีสำลีติดแผลอะไรเลย เค้าทำง่ายๆๆมาก ระหว่างนั้นนาก็นอนพักสัก10นาที มีพยาบาลมาอีกคนถามว่านี้คุณนัชชาหรือป่าวคะ (นาตอบใช้คะ)

พยาบาลถามแล้วคุณนามสกุลอะไรคะ (นาก็ตอบไป ) พยาบาลท่านนี้เค้าแจ้งว่าเดี๋ยวจะฉีดยาแก้วิงเวียนศรีษะให้นะคะ (นาตอบกลับไปว่าเมื้อกี้มีพยาบาลมาฉีดให้แล้วนิ) เค้าก็งง เค้าถามว่าคนไหนฉีด (นาก็ชี้ไปคนที่มาฉีดนาครั้งแรก) สักพักพยาบาลเค้าเรียกหมอมาถามแล้วถามพยาบาทที่มาฉีดยาให้นาว่าฉีดยาอะไรให้คนไข้ สรุปว่าพยาบาลท่านแรกมาฉีดยาผิดคน เค้ามาฉีดยาแก้ปวดแต่ฉีดผิดคน พยาบาลคนที่สองก็ฉีดยาแก้วิงเวียนศรีษะให้นา

สักพักคุณหมอที่อยู่ประจำการห้องฉุกเฉินมาขอโทษนา ว่าพยาบาลของเค้าผิด เค้าขอโทษจริงๆๆ ตอนนั้นนาเริ่มมีอาการมึนๆๆงง หมอก็ให้พยาบาลมาวัดความดัน ความดันขึ้น167 จากตอนแรกที่ไปซักประวัติความดันปกติ ตอนซักประวัตินาใด้แจ้งแล้วว่านาแพ้ยา

“ไอบูโปรเฟน” มันก็คือยาแก้ปวดชนิดหนึ่ง นากินใด้เฉพาะยาพาราธรรมดา พยาบาลก็ถามนะตอนซักประวัติว่าอาการแพ้เป็นยังไง นาก็เล่าให้เค้าฟังหมดว่าจะมีผื่นแดงขึ้นถามตัวแล้วจะดับเป็นผื่นดำ มันหน้ากลัวมากอยากจะมาแชร์ให้เพื่อนๆๆฟังไว ถ้าแพ้ยารุนแรง อาจถึงตายใด้

ก่อนกลับรองหัวหน้าโรงพยาบาลก็มาขอโทษแทนลูกน้อง เค้า ตอนนั้นอาการนามึนๆๆงงไปหมดสมองเบอๆ สำหรับนาก็ไม่ติดใจเอาความอะไร แต่มันเสี่ยงกับชีวิตคนไข้มากถ้าพยาบาลไม่มีความรอบครอบต่อหน้าที่ (เห้อฉีดยาผิดคน) มีด้วยหรา ถ้านาเป็นอะไรไปไครจะรับผิดชอบกับความผิดครั้งนี้

อย่างไรก็ดีหลังจากเรื่องราวดังกล่าวถูกเปิดเผย ผู้โพสต์คนดังกล่าวได้ออกมาระบุว่า เช้านี้ ทางโรงพยาบาลถลางใด้มาเยี่ยมและพูดคุย ถามอาการและแสดงความรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื้อวาน (ขอบคุณมากๆคะที่ทางโรงพยาบาลให้ความสำคัญ)

‘เอ็ม’ โผล่มอบตัว แทงหนุ่มดับกลางถนนเพชรบุรี โมโหตามจีบแฟนไม่เลิก

จากกรณีนายชัชวาลย์ พฤกษชาติ อายุ 35 ปี ถูกแทงด้วยอาวุธมีดเสียชีวิตบริเวณริมถนนแยกเพชรพระราม ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี กทม. เมื่อวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พญาไท ลงพื้นที่หาข่าวกระทั่งทราบว่าคนร้ายคือ นายภาณุพงศ์ หรือเอ็ม เขียวหวาน พนักงานโรงงานผลิตฟิล์มยืด ฟิล์มพันพาเลทรายใหญ่เเห่งหนึ่ง อายุ 30 ปี ส่วนสาเหตุเกิดเหตุจากความหึงหวงที่ผู้ตายแอบไปชอบแฟนของนายภาณุพงศ์ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุดวันที่ 20 ส.ค. นายภาณุพงศ์ ได้เดินทางเข้ามอบตัวกับตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.พญาไท หลังหลบหนีไปกบดานอยู่ที่ จ.เชียงใหม่ แต่ทนแรงกดดันไม่ไหวจึงติดต่อขอเข้ามอบตัว โดยมี พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิท รองผบก.น.1 พ.ต.อ.นิติวัฒน์ แสนสิ่ง ผกก.สน.พญาไท รวมกันสอบปากคำ

จากการสอบสวนนายภาณุพงศ์ ให้การรับสารภาพโดยอ้างว่า ก่อนเกิดเหตุได้ขี่รถจยย.ไปรับแฟนสาวที่ห้างพันทิพย์ และเจอผู้ตายพอดี จึงเกิดมีปากเสียงกัน เนื่องจากตนทราบมาว่าผู้ตายแอบมาชอบพอกับแฟนสาวตน หลังจากรับแฟนสาวออกมาแล้ว ผู้ตายขี่รถจยย.ตามมาหาเรื่องตนอีก จนเกิดมีปากเสียงกันอีกรอบ ก่อนที่ตนจะใช้มีดที่พกมาจ้วงแทงผู้ตายแล้วหลบหนีไป จ.เชียงใหม่ หลังจากนั้นคิดว่าหนีไม่รอดแน่ จึงเดินทางเข้ามอบตัวดังกล่าว

ต่อมาเมื่อเวลา 14.30 น.วันเดียวกัน พ.ต.ท.เกษม พิพิธกุล สว.(สอบสวน) สน.พญาไท ได้ควบคุมตัว นายภาณุพงศ์ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพจำนวน 3 จุด จุดแรกบริเวณหน้าห้างพันทิพย์ จุดที่สองบริเวณปากซอยเพชรบุรี 12 และจุดท้ายที่บริเวณริมถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ขาเข้า ใกล้แยกเพชรพระราม หน้าศุภาลัย พรีเมียร์ ราชเทวี ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุ หลังเสร็จสิ้นการทำแผน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนายภาณุพงศ์ กลับไปสอบปากคำเพิ่มเติมและส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

หนุ่มเลือดร้อน! จ่อยิงหัวพ่อเลี้ยงดับคาเปล เหตุกลัวโดนแย่งมรดกของแม่

วันที่ 1 ส.ค. พ.ต.ท.ประสาน พรศรี ร้อยเวร สภ.เชียงกลม รับแจ้งว่ามีเหตุฆาตกรรมด้วยอาวุธปืน ภายในหมู่บ้านโพนทอง ต.เชียงกลม อ.ปากชม มีผู้เสียชีวิต จึงได้แจ้งให้ผู้บังคับบัญชา พ.ต.อ. พิชญุตม์ พุฒศิริวัชรวิชญ์ ผกก.สภ.เชียงกลม พร้อมกับ พ.ต.ท.สุวิจักขณ์ เนติเจริญรุจน์ รอง ผกก.ป. และแจ้งศูนย์อาสากู้ภัยเลย จุด.เชียงกลม ร่วมตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบศพนายสอน ศรีสุทัศน์ อายุ 68 ปี พนักงาน รปภ. โรงงานผลิตเเละจำหน่ายเทปใส สก๊อตเทปติดกล่องคุณภาพดี ราคาถูก ถูกยิงศรีษะด้านหลัง บริเวณท้ายทอยด้วยอาวุธปืนแก๊ปยาว 1 นัด บนเปลเสียชีวิตคาที่ โดยผู้ก่อเหตุคือนายสุริยา แสงสุขเลิศ อายุ 38 ปี เป็นลูกเลี้ยงติดมากับมาภรรยา ยืนรอมอบตัวกับตำรวจในที่เกิดเหตุ

จากการสอบสวนให้การรับสารภาพว่า ได้ใช้ปืนแก๊ปยาวยิงผู้ตายจริง เนื่องจากไม่พอใจพ่อเลี้ยง ที่อยู่กับมารดามาประมาณ 4 ปี ชอบมีพฤติกรรมวุ่นวาย ตบตีมารดาเป็นประจำ ชอบหาเรื่องญาติพี่น้อง อีกทั้งกลัวว่าผู้ตายหรือพ่อเลี้ยงจะมาแย่งมรดกที่ได้รับจากมารดา จึงใช้อาวุธปืนยิงขณะนอนหลับในเปลหน้าบ้าน

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงจับกุมตัวพร้อมยึดปืนของกลางส่ง พงส. สภ.เชียงกลม ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

‘แสนไกร’นักมวยดังจนมุม! จอมยิงแสกหน้า ตร.ตามตะครุบซัลโวหนุ่ม19 เป็นศพที่ 3

จากกรณี นายวุฒิไกร ลักขษร อายุ 19 ปี นักมวยชื่อดังเจ้าของฉายา แสนไกร ศิษย์เจ้ยาว ใช้อาวุธปืนยิงแสกหน้า นายขจรพจน์ เรืองจำรัส อายุ 19 ปี เสียชีวิตกลางวันแสกๆ เเถวบริเวณร้านจำหน่ายสายรัดพลาสติก สายรัดกล่องคุณภาพดีปลีก-ส่งรายใหญ่ ส่วนเพื่อนอีก 2 คนบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดเมื่อวันที่ 14 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยตำรวจสภ.บ้านบัว จ.บุรีรัมย์ ขอศาลออกหมายจับไว้แล้วส่งชุดวืบสวนออกติดตามล่าจับกุมตัว ซึ่งญาติผู้ตายแฉด้วยว่า ก่อนหน้านี้นักมวยดังยังเคยใช้อาวุธปืนจ่อยิงวัยรุ่นเสียชีวิตมาแล้ว 2 ราย ส่วนลูกชายเป็นรายที่ 3 สร้างความหวาดผวาให้ครอบครัว

ความคืบหน้าล่าสุด วันที่ 30 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บ้านบัว จ.บุรีรัมย์ ตามจับกุมนายวุฒิไกร ได้แล้วหลังหนีไปหลบซ่อนตัวอยู่ที่จ.ระยอง จากนั้นนำตัวกลับมาสอบสวน และเตรียมนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสอบสวน ก่อนแจ้งข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่น ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น ร่วมมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอบโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน ยิงปืนโดยไม่ใช่เหตุ ร่วมกันพกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว