คลังเก็บป้ายกำกับ: ถุงแก้วเทปกาว

สาว2แทงดับ หนุ่มอุบล ฉุนฝากกดเงินบัตรคนจน ดันเอาไปซื้อเหล้ากินหมด

เมื่อเวลา 20.15 น. วันที่ 19 มี.ค. ร.ต.ท.หญิง จริยา ทองย้อย รองสารวัตรสอบสวน สภ.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุมีชายถูกอาวุธมีดแทงเสียชีวิต หน้าบ้านเลขที่ 39/26 ม.4 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ

หลังรับแจ้งได้รุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.ปัญญา คำเล็ก ผกก.สภ.สัตหีบ พ.ต.ท.สันติ ชูเชิด รอง ผกก.ส.ส. และ พ.ต.ท.สุพรรณ ใจหาญ สว.สส. พร้อมแพทย์เวร รพ.สัตหีบ กม.10 หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถาน

ที่เกิดเหตุพบศพนายเสถียร ธรรมมาทอง อายุ 49 ปีลูกจ้างร้านจำหน่าย ถุงแก้วเทปกาว,ถุงแก้วฝากาว ภูมิลำเนา จ. อุบลราชธานี ในสภาพนอนคว่ำหน้า จมกองเลือดข้างโต๊ะ ม้าหิน ตรวจสอบมีแผลถูกแทงที่ลำคอข้างขวาจำนวน 1แผล

ตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุ พบมีดปอกผลไม้ปลายแหลมความยาวประมาณ 4 นิ้ว ถูกทิ้งในกระป๋องใส่น้ำ บนโต๊ะม้าหิน สอบถามนายสุพจน์ กองทอง อายุ 47 ปี สาวประเภท 2 เพื่อนผู้ตาย ที่อยู่ในที่เกิดเหตุ อยู่ในอาการเมาสุรา ถามตอบไม่รู้เรื่อง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวไปสอบสวน

จากการสอบถามนาย เสรี รุ่งโรจน์ อายุ 44 ปี เจ้าของบ้านทราบว่าคนตายมาขออาศัยอยู่ที่บ้านมาหลายปีแล้วเป็นคนชอบกินเหล้า ในตอนเกิดเหตุตนไม่อยู่บ้านมีคนโทรศัพท์มาบอกว่ามีคนเสียชีวิตบริเวณหน้าบ้านจึงรีบมาดู โดยผู้ตายและกลุ่มเพื่อนที่อาศัยอยู่ด้วยกันชอบมีปากเสียงกันขณะนั่งดื่มสุราบริเวณนี้กันเป็นประจำ

ล่าสุด นายสุพจน์ รับให้สารภาพว่า เป็นคนใช้มีดแทงนายเสถียร โดยเล่าว่าตนและผู้ตายได้นั่งดื่มสุรากันจนมึนเมา ก่อนที่จะทะเลาะกัน เรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ บัตรคนจน ที่ตนฝากให้ผู้ตายไปกดเงินแต่ผู้ตายได้นำเงินไปซื้อสุรามาดื่มจนหมดซึ่งทำมาแล้วหลายครั้ง

วันนี้ตนเอ่ยปากทวงเงินอีกครั้งแต่ผู้ตายกับบอกไม่มีให้ ด้วยความโมโหจึงคว้ามีดแทงเข้าที่ลำคอผู้ตาย จนเสียชีวิตดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาฯ” ก่อนจะนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในวันที่20 มี.ค.ต่อไป

หนุ่มใหญ่ควบเก๋งไปรับลูก แหกโค้ง พุ่งชนปิกอัพ ดับคาซาก คู่กรณีสาหัส

หนุ่มใหญ่ควบเก๋งไปรับลูกที่โรงเรียน แหกโค้ง พุ่งชนปิกอัพ ตัวเองหงายท้องดับคาซาก คู่กรณีสาหัส เจ้าหน้าที่เตรียมสอบหาสาเหตุที่แท้จริง

แหกโค้ง วันที่ 2 มี.ค. พ.ต.ท.อิทธิศักดิ์ ชมศรีหาราชพร สารวัตร (สอบสวน) สภ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม ได้รับแจ้งเหตุมีรถชนกันบนถนนสายท่าอุเทน-โพนสวรรค์ ช่วงบ้านนาใน ต.นาใน อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์เวร ร.พ.โพนสวรรค์ เจ้าหน้าที่กู้ชีพศรีสัตตนครพนม รถกู้ชีพ อบต.นาใน และเจ้าหน้าที่กู้ภัยบัวเพชร

ที่เกิดเหตุเป็นถนน 2 เลน ฝั่งขาเข้าหน้าโรงงาน ถุงแก้วเทปกาว,ถุงแก้วฝากาว อ.โพนสวรรค์ พบรถเก๋งมาสด้า สีขาว หมายเลขทะเบียน กข-3623 นครปฐม พลิกคว่ำล้อชี้ฟ้า สภาพพังยับเยิน จากการตรวจสอบภายในรถพบผู้เสียชีวิตติดคาซาก ทราบคือชื่อ นายสำเนียง หมื่นศรี อายุ 53 ปี ชาว จ.ชลบุรี เจ้าหน้าที่จึงใช้เครื่องตัดถ่างงัดร่างออกมา

ใกล้กันพบรถกระบะนิสสัน สีน้ำเงินคาดบรอนซ์ทอง หมายเลขทะเบียน ป-9953 อุดรธานี สภาพหน้ารถพังยับเยิน โดยมี นายสมพงษ์ ทองมะโรง อายุ 60 ปี เป็นคนขับได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งรักษาที่ ร.พ.โพนสวรรค์

จากการสอบสวนทราบว่า นายสำเนียง ขับรถเก๋งออกมากจากตัวเมืองนครพนม มุ่งหน้าจะไปรับลูกที่โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งใน อ.โพนสวรรค์ ขณะขับมาถึงที่เกิดเหตุเป็นทางโค้ง อาจแหกโค้งและเสียหลัก เป็นจังหวะที่รถของ นายสมพงษ์ ออกมาจาก ต.โพนบก มุ่งหน้าจะไปทาง อ.ท่าอุเทน ก่อนเสียหลักชนประสานงานอย่างจัง จนรถพลิกคว่ำล้อชี้ฟ้าไปเกยค่อมกับท้ายรถกระบะ เป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้เร่งสอบสวนสาเหตุที่แน่ชัดอีกครั้ง ก่อนดำเนินการต่อไป

แม่พาลูกม.1 เก็บขยะขาย ถูกเพื่อนล้อ ไม่มีเงินต้องขาดเรียน ชุดนร.ตัวเดียวใส่ทั้งปี

เก็บขยะขาย – เมื่อวันที่ 18 ก.พ. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า ที่บ้านเลขที่ 83/3 ถนนวัดแจ้ง หมู่ที่ 5 ต.บางรัก อ.เมือง จ.ตรัง ได้มี น.ส.ปรียา วุ่นพันธ์ อายุ 37 ปี อาศัยอยู่กับครอบครัวทั้งหมด 7 คน มีลูกด้วยกันถึง 5 คน

โดยพ่อมีอาชีพ พนักงานโรงงานผลิต ถุงแก้วเทปกาว,ถุงแก้วฝากาว มีรายได้เพียงพอแค่ค่ากินรายวัน ทำให้ น.ส.ปรียา ให้ลูกชายคนโตคือ “น้องโก้” ด.ช.ภาณุเดช อายุ 14 ปี ที่กำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ออกไปช่วยเก็บขยะหลังเลิกเรียน ตั้งแต่เวลา 16.00 – 22.00 น. ทุกวัน โดยทิ้งให้ลูก ๆ อีก 4 คน อายุ 2 ขวบ 3 ขวบ 9 ขวบ และ 13 ขวบ อยู่บ้านตามลำพัง

น.ส.ปรียา กล่าวว่า เธอพาลูกชายไปเก็บของเก่าขายมานานกว่า 2 ปีแล้ว โดยใช้เวลาหลังเลิกเรียน ไม่มีวันหยุด แต่ละวันมีรายได้ตั้งแต่ 250-300 บาท ซึ่งไม่พอใช้จ่ายสำหรับลูกทั้ง 5 คน หามาได้ 300 ก็หมดทั้ง 300 ข้าวสารตกวันละ 1 กิโลกรัม หากเป็นวันหยุดต้องหุงวันละ 2 กิโลกรัม

บางวันลูก (น้องโก้) ต้องขาดเรียน เพราะต้องมาดูแลน้อง และไม่มีเงินให้ลูกไปโรงเรียน ตนก็หวังให้ลูกเรียนจบ มีงานทำ และมีอนาคตที่ดีกว่าพ่อแม่

ขณะที่ น้องโก้ กล่าวว่า ครูรู้ว่าตนต้องช่วยแม่เก็บขยะ ขณะที่เพื่อนก็ล้อว่าเป็นเด็กเก็บขยะ เนื้อตัวมอมแมม ส่วนที่โรงเรียนได้ช่วยหาทุนการศึกษาให้ ตนมีความฝันอยากเป็นช่างยนต์ เพราะรายได้ดี ไม่ต้องมาเก็บขยะขาย ตอนนี้อยากได้ทุนการศึกษา และเสื้อผ้าชุดนักเรียนทั้งของตัวเองและของน้อง ๆ อีก 2 คน เพราะมีกันคนละชุด ต้องกลับมาซักกันทุกวัน

ขณะเดียวกัน นางนิตยา มุทามาศ หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัว สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.ตรัง เข้าสอบถามความสมัครใจของผู้เป็นแม่ โดยยินดีรับเด็กวัย 2-3 ขวบไปดูแลโดยให้เธอไปรับส่งทุกเช้าเย็น เพื่อจะได้มีเวลาหาของเก่าในเวลากลางวัน ส่วนอีก 3 คน 9-14 ปีจะส่งไปเข้า โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ที่ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช เพื่อให้เด็กได้เรียนหนังสืออย่างเต็มที่ แต่ปรากฏว่าเธอปฎิเสธ โดยอ้างว่าจะขอเลี้ยงดูตามสภาพ ซึ่งหากน้องโก้ไปอยู่ที่อื่น เธอก็ไม่มีคนมาช่วยเก็บของเก่าขาย แต่ได้รับปากว่าจะไม่ปล่อยให้ลูกทั้ง 4 คน อยู่กันตามลำพังเกิน 2 ทุ่ม

สำหรับน้องโก้ ปัจจุบันได้เปิดบัญชีร่วมกับพระครูโอภาสธรรมวิมล เจ้าอาวาสวัดแจ้ง อ.เมืองตรัง โดยใช้ชื่อบัญชี พระครูโอภาสธรรมวิมลและ ด.ช.ภาณุเดช รัตนบุรี ธนาคารออมสิน สาขาตรัง หมายเลขบัญชี 020306711894 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 099-3140634


รวบสาวแสบ ตระเวนลักทรัพย์ในโรงเรียน คุ้ยกระเป๋าฉกเงินครู ตอนเคารพธงชาติ

เมื่อวันที่ 29 ม.ค. พ.ต.อ.พิภบ พัชรลภัส ผกก.สภ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร สั่งการให้ พ.ต.ท.ธนนท์ ล้นเหลือ รอง ผกก.สส.สภ.กระทุ่มแบน พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน สภ.กระทุ่มแบน นำตัว น.ส.สุมิตา หรือแนน จันเพชร (เป็นชื่อตามเฟซบุ๊ก) สัญชาติลาว ผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์ภายในโรงเรียนเทศบาลศรีบุณยานุสสรณ์ และโรงงานผลิต ถุงแก้วเทปกาว,ถุงแก้วฝากาว สาว อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยมีกล้องวงจรปิดจากโรงเรียนทั้งสองแห่ง เป็นหลักฐานสำคัญในการติดตามจับกุมตัวและดำเนินคดีกับผู้ต้องหารายนี้

นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ต้องหาคนดังกล่าวก่อเหตุในลักษณะเดียวกันในพื้นที่ สน.บางบอน โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สน.บางบอน ได้ขออนุมัติศาลอาญาธนบุรี ออกหมายจับที่ จ.19/2563 ลง 13 ม.ค.63 ไว้แล้ว

สอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ก่อเหตุลักทรัพย์ในโรงเรียนทั้งสองแห่งจริง โดยที่โรงเรียนเทศบาลศรีบุณยานุสสรณ์ อ.กระทุ่มแบน ก่อเหตุเมื่อวันที่ 7 ม.ค. 2563 อาศัยช่วงเวลาที่ครูและนักเรียน กำลังรวมแถวเพื่อเคารพธงชาติบริเวณด้านล่างของอาคารเรียน โดยผู้ต้องหาได้เดินขึ้นไปยังอาคารเรียนแต่ละห้อง

จากนั้นได้เดินสำรวจห้องเรียนจนกระทั่งมาถึงห้องที่เกิดเหตุ เป็นห้องเรียนอนุบาล 2/4 มี น.ส.สุรีรัตน์ สุคนธ์ อายุ 31 ปี เป็นครูประจำชั้น เมื่อไม่มีใครอยู่ทางผู้ต้องหาก็ได้รื้อค้นกระเป๋าของ น.ส.สุรีรัตน์ และได้ลักทรัพย์เป็นเงินประมาณ 6,000 บาท แล้วหลบหนีไป

ส่วนที่โรงเรียนวัดนางสาว ต.ท่าไม้ อ.กระทุ่มแบน ก่อเหตุวันที่ 27 ม.ค. 2563 ในช่วงเวลาเช้าเช่นกัน ขณะที่ครูและนักเรียนโรงเรียนวัดนางสาว กำลังรวมแถวเพื่อเคารพธงชาติบริเวณด้านล่างของอาคารเรียน ผู้ต้องหาได้เดินขึ้นไปยังอาคารเรียนแต่ละห้อง จากนั้นได้เดินสำรวจห้องเรียนจนกระทั่งมาถึงห้องที่เกิดเหตุ เป็นห้องประถม 4/2 มี น.ส.ปิยะธิดา อุบล อายุ 25 ปี เป็นครูประจำชั้น เมื่อผู้ต้องหาสบโอกาสจึงเข้าไปรื้อค้นกระเป๋าของ น.ส.ปิยะธิดา และลักทรัพย์เป็นเงินประมาณ 1,700 บาท แล้วหลบหนีไป

โดยภายหลังเกิดเหตุลักทรัพย์ในโรงเรียนทั้ง 2 แห่ง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.กระทุ่มแบน ได้ออกสืบสวนติดตามเพื่อจับกุมคนร้ายมาโดยตลอด จนทราบว่าผู้ต้องหาเดินทางมาพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ ต.แคราย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร จึงเข้าทำการควบคุมตัวผู้ต้องหามาสอบปากคำและแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อหาลักทรัพย์ ก่อนจะส่งตัวไปให้ทาง สน.บางบอน ดำเนินคดีตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี