คลังเก็บป้ายกำกับ: โฟมกันกระแทก

ชวนขนลุก! พบห่อผ้ายันต์มัดสายสิญจน์โผล่กลางสระ พระเผยสะกดวิญญาณ

กรณีนายนิคม ชุนรัมย์ อายุ 40 ปี ชาว อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ไปตกปลาข้างสระน้ำโบราณด้านหลังโรงงานผลิต โฟมกันกระแทก,โฟมกันรอย อ.นางรอง แล้วเจอห่อผ้าแดงปริศนาเหมือนเป็นการเล่นของลอยน้ำมา ก่อนแจ้งให้เจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบ เหตุเกิดเมื่อช่วงเย็นวันที่ 21 เม.ย. ที่ผ่านมานั้น

ต่อมาตำรวจ สภ.นางรอง อ.นางรอง และหน่วยกู้ภัยสยามรวมใจปู่อินทร์ นางรอง เข้าไปตรวจสอบ โดยหน่วยกู้ภัยสยาม ลงสระน้ำไปหยิบห่อผ้าสีแดงดังกล่าวขึ้นมา เมื่อแกะห่อผ้าดู พบมีธูป 1 กำ เทียนสีเหลืองเล่มเล็กกว่า 10 เล่ม ดอกไม้ เงินเหรียญบาท จำนวน 10 เหรียญ และมะนาวผ่าครึ่งลูกอีกจำนวนหนึ่ง หน่วยกู้ภัยและเจ้าหน้าที่ตำรวจทำได้เพียงถ่ายภาพไว้เป็นหลักฐานแล้วห่อผ้าแดงวางลงในน้ำคืน

สร้างความมึนงงและสงสัยให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก หน่วยกู้ภัยจึงตัดสินใจโทรศัพท์สอบถาม พระครูปลัดวิชาญธรรมโชโค วัดป่าโคกปราสาท ต.หนองปล่อง อ.ชำนิ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งมีความรู้ด้านนี้ โดยพระครูปลัดพูดไว้เป็น 2 ข้อ คือ 1.เป็นห่อสะกดวิญญาณคนที่ตายจากการถูกฆาตกรรม คนที่ก่อเหตุเขาใช้มะนาว และผ้ายันต์ปิดธาตุทวารไม่ให้ออกไปไหน เมื่อจิตออกไปไหนไม่ได้ ก็จะไปออกมาบอกคนอื่นว่า ตนถูกใครกระทำได้

2.อาจจะเป็นคนที่มีญาติพี่น้องเล่นไสยศาสตร์ แล้วบุคคลนั้นเสียชีวิต ทายาทจะทำพิธีแบบนี้เพื่อไม่ให้ไสยศาสตร์นั้นมาเข้าตัวญาติพี่น้องหรือทายาท โดยใช้มะนาวซึ่งเป็นความเชื่อว่าให้คุณไสยจืดจางเป็นการสะกดวิญญาณไว้

นายนิคม ชุนรัมย์ คนตกเบ็ดที่พบคนแรก เล่าว่า ปกติตนจะมาตกเบ็ดบริเวณนี้เป็นประจำ ซึ่งได้มาตกจุดนี้เป็นวันที่สองแล้ว วันแรกไม่เจอ สาเหตุที่แจ้งเจ้าหน้าที่เพราะตนเห็นเป็นผ้าที่ผิดปกติ ผ้าสีแดงแต่เป็นเหมือนผ้าแดงมีลายยันต์ และมีสายสิญจน์พันเอาไว้

อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ชาวบ้านใน อ.นางรอง ยังวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆนานาว่า สระแห่งนี้เป็นสระเก่าแก่ ไม่เคยมีเรื่องลักษณะนี้มาก่อน ทำไมถึงมามีเรื่องตอนที่มีโรคโควิด-19 ระบาดอยู่ในขณะนี้ วอนหากคนที่เป็นเจ้าของห่อผ้าสีแดง ออกมาเปิดถึงให้ชาวบ้านรับรู้ ผ่านทางไหนก็ได้ เพื่อชาวบ้านจะได้เข้าใจและสบายใจ

สลด! ว่าที่เจ้าบ่าว เครียดถูกแฟนจับได้ แอบสูบบุหรี่ ผูกคอดับคาห้อง

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 14 มี.ค. ร.ต.อ.ภูวิชพนธ์ สุกใส รอง สว.(สอบสวน) สภ.ดอนหัวฬ่อ จ.ชลบุรี รับแจ้งมีเหตุคนผูกคอเสียชีวิตภายในห้องพักเลขที่ 95 หมู่ 11 ต.นาป่า อ.เมือง จ.ชลบุรี จึงรีบรุดไปตรวจสอบพร้อมกู้ภัยมูลนิธิธรรมรัศมีมณีรัตน์

ที่เกิดเหตุเป็นหอพักไม่มีชื่อ 3 ชั้น ห้องที่เกิดเหตุอยู่ชั้น 2 ภายในห้องพบศพนายวรวิทย์ ชลารักษ์ อายุ 36 ปีพนักงานร้านจำหน่า โฟมกันกระแทก,โฟมกันรอย ชาว จ.ปราจีนบุรี ใช้สายไฟจากปลั๊กผูกคอภายในห้องน้ำ และพบกระดาษเขียนไว้ว่า “ ชีวิตยังมีพรุ่งนี้ให้เริ่มต้นใหม่เสมอ” กู้ภัยจึงได้นำร่างผู้เสียชีวิตออกมาจากห้องน้ำเพื่อนำไปที่ รพ.ชลบุรีเพื่อชันสูตรพลิกศพ

จากการสอบถาม น.ส.วินิดา อยู่คง อายุ 28 ปี ชาว จ.ปราจีนบุรี แฟนสาวของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ตนได้ติดต่อกับแฟนหนุ่มมาตลอด พอมาวันนี้ติดต่อไม่ได้ จึงเดินทางมาหาที่ห้องพัก โทรหาก็ไม่รับ จึงเปิดห้องเข้าไปดูก็พบว่าผูกคอเสียชีวิตเเล้ว ตนก็ยังงงว่าทำไม ทั้งๆ ที่จะแต่งงานกันภายในเดือน เม.ย.นี้

น.ส.วินิดา กล่าวอีกว่า ผู้เสียชีวิตชอบสูบบุหรี่ ก่อนจะแต่งงาน ตนจึงขอร้องให้เลิกบุหรี่ เขาก็เลิกได้สักพัก แต่ตนมาจับได้ว่าแอบสูบบุหรี่ จึงต่อว่าไป แฟนหนุ่มก็ตอบว่าเครียด จนมาเกิดเหตุวันนี้ ไม่คิดว่าจะมาจากไปแบบนี้เลย

ด้านตำรวจจะสอบสวนแฟนสาวของผู้เสียชีวิตอีกครั้งและจะด้ให้ญาตินำร่างผู้เสียชีวิตไปดำเนินการตามประเพณีต่อไป

รู้แล้วเป็นใคร! ศพถูกฆ่ายัดกระเป๋า ทิ้งน้ำปิง กลุ่มเพื่อนมาด้วยกันเผ่นกลับไปแล้ว

ศพถูกฆ่ายัดกระเป๋า / กรณีพบศพถูกฆ่ายัดในกระเป๋าเดินทางลอยเกยหาดทรายกลางแม่น้ำปิงใกล้กับโรงงานผลิต โฟมใกันกระแทก,โฟมกันรอย บ้านท่าไม้แดงใต้ หมู่8 ต.ลานดอกไม้ อ.เมือง จ.กำแพงเพชร บริเวณหาดทรายเกาะกลางแม่น้ำปิง เป็นศพชายไม่ทราบชื่อ อายุประมาณ 40 ปี ผมสั้นผิวขาว สูงประมาณ 170 เซนติเมตร ชุดที่สวมใส่เป็นแบบแบรนด์เนม เสื้อยืดแขนสั้นยี่ห้ออามานีสีขาว กางเกงขาสั้นลายสก๊อตสีขาวดำเควินไคล์ สภาพศพขดในกระเป๋าขึ้นอืด ข้อมือขวาถูกมัดด้วยเชือกไนล่อนผูกติดกับลำตัว ข้อเท้ามีสายรัดพลาสติกรัดติดกันไว้ทั้งสองข้าง ร่างกายพบรอยฟกช้ำ ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 27 ก.พ. พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีพบศพชายยัดใส่กระเป๋าเดินทางในแม่น้ำปิง พื้นที่ จ.กำแพงเพชร ว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องมาโดยตลอด ซึ่งขณะนี้ในเบื้องต้นพิสูจน์ด้านอัตลักษณ์บุคคลแล้ว พบว่าศพดังกล่าวนั้นเป็นชายสัญชาติจีน อายุประมาณ 30 ปี โดยแจ้งที่พักกับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองในพื้นที่ จ.ชลบุรี ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนของพื้นที่พบศพ ก็จะดำเนินการสืบสวนขยายผลและประสานการปฎิบัติข้อมูลกับ สตม. ตามขั้นตอนของกฎหมาย

ล่าสุดตำรวจพิมพ์ลายนิ้วมือนิ้วเท้าของผู้ตาย ให้ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองตรวจสอบในระบบไบโอเมททริกพบว่า ชายที่ถูกฆ่า คือนายจุน หวัง อายุ 30 ปี สัญชาติจีน เดินทางเข้าไทยเมื่อวันที่ 12 ก.พ.ที่ผ่านมา ขณะที่ รองผู้บัญชาการตำรวจภาค 6 เรียกประชุม ตำรวจในสังกัดกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกำแพงเพชร เพื่อวางแนวทางคลี่คลายคดี

จากการสืบสวนสอบสวน ตำรวจพบรถต้องสัยผ่านพื้นที่ด่านห้วยยะอุ อ.แม่สอด จ.ตาก และในพื้นที่ที่เกิดเหตุ และยังพบว่ากลุ่มเพื่อนที่เดินทางมากับผู้ตายขณะนี้เดินทางออกจากประเทศไทยไปแล้ว ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนกำลังเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี

อีกทั้งพนักงานสอบสวนจะดำเนินการแจ้งข้อมูลที่เกี่ยวข้องไปยังกองการต่างประเทศ (บก.ตท.), สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย, สตม. เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

รองโฆษก ตร.กล่าวต่อว่า คงต้องให้เวลาเจ้าหน้าที่ตำรวจในการทำงาน สืบสวนสอบสวนและพิสูจน์ทราบถึงตัวคนร้ายที่ก่อเหตุ พร้อมติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป พร้อมกันนี้หากประชาชน มีข้อมูลหรือเบาะแส สามารถแจ้งได้ที่หมายเลขสายด่วน 191 และ 1599 ได้ตลอด 24 ชม.


สลด! พบซาก วาฬบรูด้า ยาว 13 เมตร เกยตื้นที่บางปู ตัวแรกของปี เตรียมส่งชันสูตร

วาฬบรูด้า วันที่ 26 ม.ค. น.ส.ชลาทิพ จันทร์ชมพู ผอ.ศูนวิจัยทรัพย์พยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนบน ฝั่งตะวันออก ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า พบซากวาฬบรูด้า ลอยมาเกยตื้นอยู่บริเวณป่าชายเลน ท้ายซอยบางสำราญ 1 หมู่ 4 ถนนสุขุมวิท ต.บางปูใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่จากรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เข้าไปตรวจสอบ

บริเวณที่พบซากวาฬนั้นห่างจากฝั่งประมาณ 30 เมตร ตรวจสอบเบื้องต้นคาดว่าวาฬเป็นวาฬเพศเมียเนื่องจากพบเต้านมและช่องของอวัยวะพศ สภาพโตเต็มวัย ความยาวตั้งแต่หัวถึงหางประมาณ 13 เมตร น้ำหนักประมาณ 5 ตัน สภาพเริ่มเริ่มเน่าเปื่อย คาดวาน่าจะเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 1 อาทิตย์

ทั้งนี้จาการสอบถาม นายนพดล ฮวดใช้ อายุ 40 ปี อาชีพขายส่ง โฟมกันกระแทก,โฟมกันรอย ที่อาศัยอยูบริเวณดัวกล่าว ทราบว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาระหว่างตนนอนอยู่บ้านพัก ได้กลิ่นเหม็นเน่าคลายกับซากปลาโชยมาอย่างรุนแรง แต่ก็ยังไม่ได้ออกไปดู กระทั่งช่วงสายวันนี้ตนได้ออกมาเดินเลาะชายฝั่งป่าชายเลน เพื่อหาต้นต่อของกลิ่นจนมาพบซากวาฬบรูด้าดังกล่าว

ด้าน น.ส.ชลาทิพ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 22 ม.ค.ที่ผ่านมา ทางศูนย์ได้รับแจ้งจากเรือประมงว่า พบซากวาฬบรูด้าลอยอยู่กลางอ่าวไทย ซึ่งห่างจากเกาะสีชังประมาณ 8 กม. แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ได้นำเรือไปตรวจสอบตามพิกัดก็ไม่พบ กระทั่งวันนี้ชาวบ้านได้มาพบซากวาฬซึ่งน่าจะเป็นตัวเดียวกันถูกคลื่นซัดลอยมาติดอยู่ที่ริมป่าชายเลน จ.สมุทรปราการ ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตนั้นยังไม่สามารถสรุปได้

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้นำเนื้อเยื่อไปตรวจสอบหาพันธุกรรมของวาฬตัวดังกล่าวว่าเป็นฝูงใด เนื่องจากเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถนำวาฬออกไปผ่าพิสูจน์ได้ โดยในช่วงเช้าวันที่ 27 ม.ค.ซึ่งจะเป็นช่วงน้ำขึ้น เจ้าหน้าที่จะได้นำเรือมาลากซากวาฬตัวดังกล่าวออกจากป่าชายเลน

ก่อนที่จะนำไปขึ้นฝั่งบริเวณโรงเรียนเทศบาล 2 ต.บางปูใหม่ เพื่อพาชันสูตรซากหาสาเหตุการตาย ทั้งนี้จากข้อมูลของศูน์วิจัย ปัจจุบันวาฬที่พบว่าวาฬบรูด้าที่พบหากินในอ่าวไทยที่สามารถระบุตัวและตั้งชื่อได้นั้นมีอยู่ประมาณ 50 ตัว แต่อาจจะมีการสืบพันธ์และได้ลูกขึ้นเพิ่มขึ้นมามากว่าจำนวนที่พบ ส่วนวาฬตัวนี้นับว่าเป็นตัวแรกของปี 2563 ที่พบซาก

หากินกับคนตาย! พ่อ นศ.สาวสอง โดดน้ำดับช้ำ เจอหลอกเงินประกันงานศพลูกชาย

นศ.สาวสอง / กรณี นายชฎาธร จันทร์คง หรือ อลิส อายุ 24 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ที่เสียชีวิตจากเหตุกระโดดคลองสะพานบางยี่โร อ.หลังสวน จ.ชุมพร เมื่อวันที่ 18 ม.ค. ที่ผ่านมา โดยอาจารย์โพสต์ตามหาลูกศิษย์ ชื่อเล่น อลิส หายออกจากหอพัก เมื่อเวลา 08.56 น. พร้อมรถจักรยานยนต์ ติดต่อไม่ได้ ก่อนที่จะพบจดหมายของผู้ตาย ซึ่งเป็นสาวประเภทสอง เขียนบรรยายถึงความสิ้นหวัง ผิดหวัง ไม่ได้ทำให้พ่อแม่ภูมิใจ ทั้งยังเป็นสิ่งที่พ่อแม่ไม่อยากให้เป็น ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 22 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 21 ม.ค. ที่ผ่านมา ที่วัดถ้ำวารีริน (วัดบางเหลียว) หมู่ 2 ต.คีรีวง อ.ปลายพระยา จ.กระบี่ นายธวัช บุญนวล อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี และคณะนักศึกษา ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลศพ นายชฎาธร จันทร์คง หรือ อลิส อายุ 24 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ที่เสียชีวิตจากเหตุกระโดดคลองสะพานบางยี่โรใกล้โรงงานผลิต โฟมกันกระแทก,โฟมกันรอย อ.หลังสวน จ.ชุมพร เมื่อวันที่ 18 ม.ค. ที่ผ่านมา

โดยนายถาวร จันทร์คง อายุ 54 ปี พ่อน้องอลิส นำเอกสารหลักฐานขอเงินประกันชีวิตของลูกชายมามอบให้ สร้างความมึนงงแก่นายธวัชความสงสัย เพราะไม่เคยติดต่อขอเอกสารดังกล่าว และตั้งข้อสังเกตว่าอาจถูกกลุ่มมิจแาชีพหลอก

นายถาวร กล่าวว่า ช่วงเที่ยงวันที่ 20 ม.ค. มีคนโทรศัพท์อ้างว่าเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาลูกชาย แจ้งว่าลูกชายทำประกันชีวิตไว้กับมหาวิทยาลัยปีละ 1,500 บาท เมื่อเสียชีวิตจะได้เงินชดเชย 200,000 บาท โดยให้พ่อเตรียมเอกสารไว้จะเดินทางมารับในวันที่ 21 ม.ค. แต่จะต้องจ่ายเงินค่าดำเนินการก่อน 4,500 บาท ตนจึงโอนเงินไปยังบัญชีของอาจารย์ทันที โดยไม่คิดว่าจะถูกหลอก

“ช่วงเที่ยงวันนี้ได้โทรหาเบอร์ผู้ที่อ้างเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาอีกครั้งแต่โทรไม่ติด ไม่ได้คิดอะไร เพราะตอนเย็นอาจารย์จะมางานศพแล้ว แต่เมื่ออาจารย์ที่ปรึกษาถามว่า เอกสารอะไรจึงรู้ว่าถูกหลอกแล้ว รู้สึกเสียใจและไม่คิดว่าคนร้ายจะกล้ามาหากินกับคนที่กำลังเสียใจ ในการสูญเสียลูกชายคนที่รักไป โดยจะไปแจ้งความดำเนินคดีให้ถึงที่สุด” นายถาวร กล่าว

นายธวัช บุญนวล อาจารย์ที่ปรึกษา กล่าวว่า เมื่อพ่อของอลิสนำเอกสารมาให้ และเล่าให้ฟังขอยืนยันว่าทางมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ไม่เคยมีนโยบายในการเรียกเก็บเงินจากผู้ปกครองทุกกรณี จึงรู้สึกเสียใจที่มีคนร้ายหากินบนความทุกข์โศกเศร้าของคนอื่น ขอให้ตำรวจเร่งติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็ว เพราะปัจจุบันมีคนร้ายที่หากินโดยออกอุบายต่างๆ ให้เหยื่อหลงเชื่อและโอนเงินเป็นจำ

ฆ่าเสร็จแจ้งตร. ผัวโหดบีบคอเมียดับ นั่งมองศพไม่สะทกสะท้าน ชาวบ้านเผยเหมือนคนละเมอ

วันที่ 17 ม.ค. พ.ต.ท.ธีวัฒน์ ธรรมสอน พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพะเยา รับแจ้งเหตุสามีบีบคอภรรยาเสียชีวิต ภายในบ้าน ต.บ้านต๋อม อ.เมืองพะเยา จ.พะเยา จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลพะเยา

ที่เกิดเหตุเป็นอาคารตึก 3 ชั้น 2 คูหาใกล้กับโรงงานผลิต โฟมกันกระแทก,โฟมกันรอย ชื่อห้างหุ้นส่วนจำกัด ศ.รุ่งโรจน์อะไหล่ โถงชั้นล่างติดกับโต๊ะบัญชี พบนายศักดิ์สิทธิ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 60 ปี สวมเสื้อคอโปโลสีเทา กางเกงขายาวสีดำ นั่งอยู่บนเก้าอี้รับแขกแสดงอาการปกติ ส่วนที่พื้นห้องพบศพผู้เสียชีวิต 1 ราย คือ นางศรีคำ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 59 ปี

นายบุญส่ง (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 57 ปี น้องชายผู้ตาย กล่าวว่า สองสามีภรรยาเคยมีปัญหากันมาก่อนแล้ว พี่สาวของตนได้เดินทางเข้ากรุงเทพฯ ไปอยู่กับลูกสาวนานประมาณ 1 สัปดาห์ เพิ่งกลับมาเมื่อวันจันทร์ที่ 13 มกราคม 2563 ที่ผ่านมา เนื่องจากเป็นห่วงลูกชายอีกคนที่อยู่เฝ้าร้านเกรงว่าจะมีปัญหากับพ่อ

นายบุญส่ง กล่าวต่อว่า ก่อนเกิดเหตุดังกล่าว เมื่อเวลา 17.30 น. ตนยังนำปลาแดดเดียวมาให้พี่สาวรับประทานมื้อเย็น แต่ถูกปฏิเสธว่าไม่อยากกิน เดี๋ยวต้มบะหมี่สำเร็จรูปทาน สักพักได้ยินชาวบ้านละแวกใกล้เคียงบอกว่าพี่สาวถูกสามีฆ่าตาย รู้สึกเสียใจมากทั้งที่บอกแล้วว่าไม่ควรกลับมา เพราะนายศักดิ์สิทธิ์เป็นคนที่ควบคุมตัวเองไม่ได้

ด้านเพื่อนบ้านบอกว่า บางวันก็เห็นเจ้าของร้านแบตเตอรี่ เดินข้ามถนนไปมาเหมือนคนละเมอ ขณะที่ทางญาติ นายศักดิ์สิทธิ์ ก็บอกตำรวจว่า นายศักดิ์สิทธิ์ มีอาการทางจิตด้วย

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้กู้ภัยนำศพไปชันสูตรที่โรงพยาบาลพะเยา เพื่อหาหลักฐานการตายอย่างแท้จริงต่อไป พร้อมควบคุมตัวนายศักดิ์สิทธิ์ ไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.เมืองพะเยา ก่อนแจ้งข้อกล่าวหา เนื่องจากผู้ต้องหาเป็นคนโทรแจ้งตำรวจและไม่คิดหลบหนี





ชนโลงแตก! รถตู้ขนหีบศพข้ามเกาะกลางชนแท็กซี่ ผงะ!โลงศพกระจายกลางถนน

ชนโลงแตก / เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 13 ม.ค. ศูนย์วิทยุ สภ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถตู้เสียหลักข้ามเกาะกลางถนน ไปชนรถแท็กซี่ที่ขับสวนทางมา มีของหลวงได้รับความเสียหายและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบนถนนสายบ้านแพ้ว-พระประโทน หลักกม.ที่ 10 ต.หลักสาม อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.บ้านแพ้ว และอาสามูลนิธิการกุศลสมุทรสาคร เข้าให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

ซึ่งจากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรถตู้ยี่ห้อโตโยต้า สีบอร์นเงิน หมายเลขทะเบียน นค2195 นครปฐม สภาพด้านหน้าได้รับความเสียหาย กระจกแตก ท้ายรถพบโลงศพและ โฟมกันกระแทก,โฟมกันรอย ที่บรรทุกมา ตกหล่นลงมาบนพื้นถนนและยังมีอุปกรณ์สำหรับใช้ในงานศพ เช่น ดอกไม้จันทน์ ด้ายแดง สาญสิญจน์ ฯลฯ อยู่ในรถด้วย

ส่วนคนขับยังไม่ทราบชื่อ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ทางเจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิการกุศลสมุทรสาครให้การช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลบ้านแพ้วไปก่อนหน้านี้แล้ว นอกจากนี้ ยังพบรถแท็กซี่ สีชมพู หมายเลขทะเบียน ทษ542 กรุงเทพมหานคร สภาพด้านหน้าได้รับความเสียหาย ชนเบียดอัดติดอยู่กับรถตู้ที่บรรทุกโลงศพ ทราบชื่อผู้ขับคือนายศักดิ์ ลุเอี่ยม อายุ 53 ปี ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด ยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

นายศักดิ์ คนขับรถแท็กซี่เล่าว่า ตนรับผู้โดยสารมาจากในตัวเมืองมหาชัย เพื่อจะมาส่งที่โรงพยาบาลบ้านแพ้ว แต่เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุรถตู้ที่บรรทุกโลงศพ ซึ่งขับสวนทางอยู่คนละฝั่งเกิดเสียหลักเพราะถนนลื่นจากฝนที่ตกลงมา ทำให้รถหมุนก่อนจะข้ามเกาะกลางถนน พุ่งมาเฉี่ยวชนกับรถของตน โชคดีที่ผู้โดยสารที่นั่งมาในรถของตน 2 คน ไม่ได้รับบาดเจ็บ

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจให้รถยกมายกรถทั้ง 2 คันออกจากที่เกิดเหตุ พร้อมกันนี้ก็จะให้คนขับรถทั้ง 2 คันและผู้ที่เห็นเหตุการณ์ไปให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวนที่ สภ.บ้านแพ้ว ขณะที่ชาวบ้านที่อยู่ใกล้ๆ ก็ช่วยกันยกเสาไฟฟ้าเกาะกลางถนนที่ถูกชนจนหักโค่นออก เพื่อไม่ให้กีดขวางการจราจร รวมถึงโลงศพที่ตกลงมาบนถนน จนทำให้คนที่ขับรถผ่านไปผ่านมาตกใจด้วย เพราะคิดว่ามีศพอยู่ข้างในอีกด้วย