คลังเก็บป้ายกำกับ: โฟมกันรอย

สลด! พบซาก วาฬบรูด้า ยาว 13 เมตร เกยตื้นที่บางปู ตัวแรกของปี เตรียมส่งชันสูตร

วาฬบรูด้า วันที่ 26 ม.ค. น.ส.ชลาทิพ จันทร์ชมพู ผอ.ศูนวิจัยทรัพย์พยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนบน ฝั่งตะวันออก ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า พบซากวาฬบรูด้า ลอยมาเกยตื้นอยู่บริเวณป่าชายเลน ท้ายซอยบางสำราญ 1 หมู่ 4 ถนนสุขุมวิท ต.บางปูใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่จากรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เข้าไปตรวจสอบ

บริเวณที่พบซากวาฬนั้นห่างจากฝั่งประมาณ 30 เมตร ตรวจสอบเบื้องต้นคาดว่าวาฬเป็นวาฬเพศเมียเนื่องจากพบเต้านมและช่องของอวัยวะพศ สภาพโตเต็มวัย ความยาวตั้งแต่หัวถึงหางประมาณ 13 เมตร น้ำหนักประมาณ 5 ตัน สภาพเริ่มเริ่มเน่าเปื่อย คาดวาน่าจะเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 1 อาทิตย์

ทั้งนี้จาการสอบถาม นายนพดล ฮวดใช้ อายุ 40 ปี อาชีพขายส่ง โฟมกันกระแทก,โฟมกันรอย ที่อาศัยอยูบริเวณดัวกล่าว ทราบว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาระหว่างตนนอนอยู่บ้านพัก ได้กลิ่นเหม็นเน่าคลายกับซากปลาโชยมาอย่างรุนแรง แต่ก็ยังไม่ได้ออกไปดู กระทั่งช่วงสายวันนี้ตนได้ออกมาเดินเลาะชายฝั่งป่าชายเลน เพื่อหาต้นต่อของกลิ่นจนมาพบซากวาฬบรูด้าดังกล่าว

ด้าน น.ส.ชลาทิพ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 22 ม.ค.ที่ผ่านมา ทางศูนย์ได้รับแจ้งจากเรือประมงว่า พบซากวาฬบรูด้าลอยอยู่กลางอ่าวไทย ซึ่งห่างจากเกาะสีชังประมาณ 8 กม. แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ได้นำเรือไปตรวจสอบตามพิกัดก็ไม่พบ กระทั่งวันนี้ชาวบ้านได้มาพบซากวาฬซึ่งน่าจะเป็นตัวเดียวกันถูกคลื่นซัดลอยมาติดอยู่ที่ริมป่าชายเลน จ.สมุทรปราการ ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตนั้นยังไม่สามารถสรุปได้

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้นำเนื้อเยื่อไปตรวจสอบหาพันธุกรรมของวาฬตัวดังกล่าวว่าเป็นฝูงใด เนื่องจากเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถนำวาฬออกไปผ่าพิสูจน์ได้ โดยในช่วงเช้าวันที่ 27 ม.ค.ซึ่งจะเป็นช่วงน้ำขึ้น เจ้าหน้าที่จะได้นำเรือมาลากซากวาฬตัวดังกล่าวออกจากป่าชายเลน

ก่อนที่จะนำไปขึ้นฝั่งบริเวณโรงเรียนเทศบาล 2 ต.บางปูใหม่ เพื่อพาชันสูตรซากหาสาเหตุการตาย ทั้งนี้จากข้อมูลของศูน์วิจัย ปัจจุบันวาฬที่พบว่าวาฬบรูด้าที่พบหากินในอ่าวไทยที่สามารถระบุตัวและตั้งชื่อได้นั้นมีอยู่ประมาณ 50 ตัว แต่อาจจะมีการสืบพันธ์และได้ลูกขึ้นเพิ่มขึ้นมามากว่าจำนวนที่พบ ส่วนวาฬตัวนี้นับว่าเป็นตัวแรกของปี 2563 ที่พบซาก

หากินกับคนตาย! พ่อ นศ.สาวสอง โดดน้ำดับช้ำ เจอหลอกเงินประกันงานศพลูกชาย

นศ.สาวสอง / กรณี นายชฎาธร จันทร์คง หรือ อลิส อายุ 24 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ที่เสียชีวิตจากเหตุกระโดดคลองสะพานบางยี่โร อ.หลังสวน จ.ชุมพร เมื่อวันที่ 18 ม.ค. ที่ผ่านมา โดยอาจารย์โพสต์ตามหาลูกศิษย์ ชื่อเล่น อลิส หายออกจากหอพัก เมื่อเวลา 08.56 น. พร้อมรถจักรยานยนต์ ติดต่อไม่ได้ ก่อนที่จะพบจดหมายของผู้ตาย ซึ่งเป็นสาวประเภทสอง เขียนบรรยายถึงความสิ้นหวัง ผิดหวัง ไม่ได้ทำให้พ่อแม่ภูมิใจ ทั้งยังเป็นสิ่งที่พ่อแม่ไม่อยากให้เป็น ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 22 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 21 ม.ค. ที่ผ่านมา ที่วัดถ้ำวารีริน (วัดบางเหลียว) หมู่ 2 ต.คีรีวง อ.ปลายพระยา จ.กระบี่ นายธวัช บุญนวล อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี และคณะนักศึกษา ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลศพ นายชฎาธร จันทร์คง หรือ อลิส อายุ 24 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ที่เสียชีวิตจากเหตุกระโดดคลองสะพานบางยี่โรใกล้โรงงานผลิต โฟมกันกระแทก,โฟมกันรอย อ.หลังสวน จ.ชุมพร เมื่อวันที่ 18 ม.ค. ที่ผ่านมา

โดยนายถาวร จันทร์คง อายุ 54 ปี พ่อน้องอลิส นำเอกสารหลักฐานขอเงินประกันชีวิตของลูกชายมามอบให้ สร้างความมึนงงแก่นายธวัชความสงสัย เพราะไม่เคยติดต่อขอเอกสารดังกล่าว และตั้งข้อสังเกตว่าอาจถูกกลุ่มมิจแาชีพหลอก

นายถาวร กล่าวว่า ช่วงเที่ยงวันที่ 20 ม.ค. มีคนโทรศัพท์อ้างว่าเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาลูกชาย แจ้งว่าลูกชายทำประกันชีวิตไว้กับมหาวิทยาลัยปีละ 1,500 บาท เมื่อเสียชีวิตจะได้เงินชดเชย 200,000 บาท โดยให้พ่อเตรียมเอกสารไว้จะเดินทางมารับในวันที่ 21 ม.ค. แต่จะต้องจ่ายเงินค่าดำเนินการก่อน 4,500 บาท ตนจึงโอนเงินไปยังบัญชีของอาจารย์ทันที โดยไม่คิดว่าจะถูกหลอก

“ช่วงเที่ยงวันนี้ได้โทรหาเบอร์ผู้ที่อ้างเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาอีกครั้งแต่โทรไม่ติด ไม่ได้คิดอะไร เพราะตอนเย็นอาจารย์จะมางานศพแล้ว แต่เมื่ออาจารย์ที่ปรึกษาถามว่า เอกสารอะไรจึงรู้ว่าถูกหลอกแล้ว รู้สึกเสียใจและไม่คิดว่าคนร้ายจะกล้ามาหากินกับคนที่กำลังเสียใจ ในการสูญเสียลูกชายคนที่รักไป โดยจะไปแจ้งความดำเนินคดีให้ถึงที่สุด” นายถาวร กล่าว

นายธวัช บุญนวล อาจารย์ที่ปรึกษา กล่าวว่า เมื่อพ่อของอลิสนำเอกสารมาให้ และเล่าให้ฟังขอยืนยันว่าทางมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ไม่เคยมีนโยบายในการเรียกเก็บเงินจากผู้ปกครองทุกกรณี จึงรู้สึกเสียใจที่มีคนร้ายหากินบนความทุกข์โศกเศร้าของคนอื่น ขอให้ตำรวจเร่งติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็ว เพราะปัจจุบันมีคนร้ายที่หากินโดยออกอุบายต่างๆ ให้เหยื่อหลงเชื่อและโอนเงินเป็นจำ

ฆ่าเสร็จแจ้งตร. ผัวโหดบีบคอเมียดับ นั่งมองศพไม่สะทกสะท้าน ชาวบ้านเผยเหมือนคนละเมอ

วันที่ 17 ม.ค. พ.ต.ท.ธีวัฒน์ ธรรมสอน พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพะเยา รับแจ้งเหตุสามีบีบคอภรรยาเสียชีวิต ภายในบ้าน ต.บ้านต๋อม อ.เมืองพะเยา จ.พะเยา จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลพะเยา

ที่เกิดเหตุเป็นอาคารตึก 3 ชั้น 2 คูหาใกล้กับโรงงานผลิต โฟมกันกระแทก,โฟมกันรอย ชื่อห้างหุ้นส่วนจำกัด ศ.รุ่งโรจน์อะไหล่ โถงชั้นล่างติดกับโต๊ะบัญชี พบนายศักดิ์สิทธิ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 60 ปี สวมเสื้อคอโปโลสีเทา กางเกงขายาวสีดำ นั่งอยู่บนเก้าอี้รับแขกแสดงอาการปกติ ส่วนที่พื้นห้องพบศพผู้เสียชีวิต 1 ราย คือ นางศรีคำ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 59 ปี

นายบุญส่ง (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 57 ปี น้องชายผู้ตาย กล่าวว่า สองสามีภรรยาเคยมีปัญหากันมาก่อนแล้ว พี่สาวของตนได้เดินทางเข้ากรุงเทพฯ ไปอยู่กับลูกสาวนานประมาณ 1 สัปดาห์ เพิ่งกลับมาเมื่อวันจันทร์ที่ 13 มกราคม 2563 ที่ผ่านมา เนื่องจากเป็นห่วงลูกชายอีกคนที่อยู่เฝ้าร้านเกรงว่าจะมีปัญหากับพ่อ

นายบุญส่ง กล่าวต่อว่า ก่อนเกิดเหตุดังกล่าว เมื่อเวลา 17.30 น. ตนยังนำปลาแดดเดียวมาให้พี่สาวรับประทานมื้อเย็น แต่ถูกปฏิเสธว่าไม่อยากกิน เดี๋ยวต้มบะหมี่สำเร็จรูปทาน สักพักได้ยินชาวบ้านละแวกใกล้เคียงบอกว่าพี่สาวถูกสามีฆ่าตาย รู้สึกเสียใจมากทั้งที่บอกแล้วว่าไม่ควรกลับมา เพราะนายศักดิ์สิทธิ์เป็นคนที่ควบคุมตัวเองไม่ได้

ด้านเพื่อนบ้านบอกว่า บางวันก็เห็นเจ้าของร้านแบตเตอรี่ เดินข้ามถนนไปมาเหมือนคนละเมอ ขณะที่ทางญาติ นายศักดิ์สิทธิ์ ก็บอกตำรวจว่า นายศักดิ์สิทธิ์ มีอาการทางจิตด้วย

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้กู้ภัยนำศพไปชันสูตรที่โรงพยาบาลพะเยา เพื่อหาหลักฐานการตายอย่างแท้จริงต่อไป พร้อมควบคุมตัวนายศักดิ์สิทธิ์ ไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.เมืองพะเยา ก่อนแจ้งข้อกล่าวหา เนื่องจากผู้ต้องหาเป็นคนโทรแจ้งตำรวจและไม่คิดหลบหนี





ชนโลงแตก! รถตู้ขนหีบศพข้ามเกาะกลางชนแท็กซี่ ผงะ!โลงศพกระจายกลางถนน

ชนโลงแตก / เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 13 ม.ค. ศูนย์วิทยุ สภ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถตู้เสียหลักข้ามเกาะกลางถนน ไปชนรถแท็กซี่ที่ขับสวนทางมา มีของหลวงได้รับความเสียหายและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบนถนนสายบ้านแพ้ว-พระประโทน หลักกม.ที่ 10 ต.หลักสาม อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.บ้านแพ้ว และอาสามูลนิธิการกุศลสมุทรสาคร เข้าให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

ซึ่งจากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรถตู้ยี่ห้อโตโยต้า สีบอร์นเงิน หมายเลขทะเบียน นค2195 นครปฐม สภาพด้านหน้าได้รับความเสียหาย กระจกแตก ท้ายรถพบโลงศพและ โฟมกันกระแทก,โฟมกันรอย ที่บรรทุกมา ตกหล่นลงมาบนพื้นถนนและยังมีอุปกรณ์สำหรับใช้ในงานศพ เช่น ดอกไม้จันทน์ ด้ายแดง สาญสิญจน์ ฯลฯ อยู่ในรถด้วย

ส่วนคนขับยังไม่ทราบชื่อ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ทางเจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิการกุศลสมุทรสาครให้การช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลบ้านแพ้วไปก่อนหน้านี้แล้ว นอกจากนี้ ยังพบรถแท็กซี่ สีชมพู หมายเลขทะเบียน ทษ542 กรุงเทพมหานคร สภาพด้านหน้าได้รับความเสียหาย ชนเบียดอัดติดอยู่กับรถตู้ที่บรรทุกโลงศพ ทราบชื่อผู้ขับคือนายศักดิ์ ลุเอี่ยม อายุ 53 ปี ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด ยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

นายศักดิ์ คนขับรถแท็กซี่เล่าว่า ตนรับผู้โดยสารมาจากในตัวเมืองมหาชัย เพื่อจะมาส่งที่โรงพยาบาลบ้านแพ้ว แต่เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุรถตู้ที่บรรทุกโลงศพ ซึ่งขับสวนทางอยู่คนละฝั่งเกิดเสียหลักเพราะถนนลื่นจากฝนที่ตกลงมา ทำให้รถหมุนก่อนจะข้ามเกาะกลางถนน พุ่งมาเฉี่ยวชนกับรถของตน โชคดีที่ผู้โดยสารที่นั่งมาในรถของตน 2 คน ไม่ได้รับบาดเจ็บ

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจให้รถยกมายกรถทั้ง 2 คันออกจากที่เกิดเหตุ พร้อมกันนี้ก็จะให้คนขับรถทั้ง 2 คันและผู้ที่เห็นเหตุการณ์ไปให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวนที่ สภ.บ้านแพ้ว ขณะที่ชาวบ้านที่อยู่ใกล้ๆ ก็ช่วยกันยกเสาไฟฟ้าเกาะกลางถนนที่ถูกชนจนหักโค่นออก เพื่อไม่ให้กีดขวางการจราจร รวมถึงโลงศพที่ตกลงมาบนถนน จนทำให้คนที่ขับรถผ่านไปผ่านมาตกใจด้วย เพราะคิดว่ามีศพอยู่ข้างในอีกด้วย




เห็นศพปล่อยโฮ! พร่ำร้องบอกร่างเตือนแล้ว-ห้ามแล้ว สาว15แซงซ้ายเกี่ยว6ล้ออัดเสาไฟ

วันที่ 25 เม.ย. ร.ต.อ.หญิงอรวรรณ แสงทอง รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.เมืองลพบุรี รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนกับรถบรรทุก6ล้อ บนถนนนารายณ์มหาราช ตรงข้ามร้านจำหน่ายEPEโฟม และโฟมกันรอย ต.ทะเลชุบศร อ.เมือง จ.ลพบุรี มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ จึงประสานแพทย์ร.พ.พระนารายณ์มหาราช แล้วรุดไปตรวจสอบพร้อมหน่วยกู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุพบศพน.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 15 ปี นอนคว่ำหน้าจมกองเลือด สภาพศพมีบาดแผลฉกรรจ์ ใกล้กันมีร่างน.ส.บี (นามสมมติ) อายุ 17 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส นอนหายใจรวยริน หน่วยกู้ภัยรีบนำตัวส่งร.พ. ห่างออกไปมีรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีดำ-แดง ทะเบียน 1 กถ 6491 บุรีรัมย์ และรถบรรทุก 6 ล้อ อีซูซุ สีขาว ทะเบียน 90-0060 นครปฐม

สอบสวนพยานให้การว่า เห็นรถจักรยานยนต์ขี่ตามหลังรถบรรทุก เมื่อมาถึงจุดที่เกิดเหตุได้แซงซ้ายอย่างเร็ว แต่ปรากฎว่าแซงไม่พ้นรถเสียหลักพุ่งชนฟุตปาธแล้วไถลไปกระแทกกับเสาไฟฟ้าริมถนนอย่าแรง ต่อมาญาติๆน.ส.เอ เดินทางมาที่เกิดเหตุ เมื่อเห็นศพได้ทรุดร้องไห้โฮ พร้อมพูดว่า “เตือนแล้ว ห้ามแล้ว อย่าเอารถมาขี่บนถนนมันอันตราย แต่ก็ไม่เชื่อ ยังแอบเอาออกมาจนเกิดเหตุได้”

จากนั้นเจ้าหน้าที่นำศพส่งร.พ. ก่อนสอบสวนดำเนินการตามกฎหมาย และให้ครอบครัวรับศพกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป