เสาร์. เม.ย. 20th, 2024
ช็อก ลูกหนี้ติดเงิน 5 หมื่น ยิงหัวตัวเองต่อหน้าเจ้าหนี้ ทั้งที่บอกว่า ไม่มีก็ไม่ต้องคืน ตำรวจสืบไปสืบมา เจ้าหนี้กับลูกหนี้เคยคบกัน
เมื่อเวลา 20.30 น. (21 ก.พ.66) ร.ต.อ.วัฒนพงศ์ มูลสาลี รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองพิษณุโลก รับแจ้งมีเหตุคนถูกยิงด้วยอาวุธปืนเสียชีวิตภายในบ้านเช่า ซอยวัดเขื่อนขันธ์ ถนนพิชัยสงคราม ต.ในเมือง อ.เมืองพิษณุโลก ตรงข้ามโรงงานผลิตและจำหน่าย ฟอยล์อลูมิเนียม / ฟอยล์ห่ออาหาร ไปตรวจสอบพร้อมกับแพทย์เวร รพ.พุทธชินราช ตำรวจศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 6 และเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยข่าวภาพ
ถึงที่เกิดเหตุพบเป็นร้านรับทำประกันภัยรถยนต์และรถจักรยานยนต์ทุกชนิด ภายในร้านบริเวณด้านหลังโต๊ะทำงานพบศพคนตายนอนหงายจมกองเลือดอยู่ ทราบชื่อต่อมาคือ นางเกสร อายุ 47 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก สภาพศพสวมเสื้อยีนส์แขนยาวและกางเกงยีนส์ขายาว มีบาดแผลถูกยิงที่ศีรษะเหนือหูข้างขวา 1 รู และมีอาวุธปืนลูกโม่ขนาด .22 อยู่ที่บริเวณต้นขาข้างขวา
ตำรวจสอบสวน นายสมเกียรติ อายุ 58 ปี เจ้าของร้านให้การว่า วันนี้นางเกสรโทรศัพท์มาเคลียร์กับตนเรื่องที่เป็นหนี้อยู่ 5 หมื่นบาท ตนก็บอกว่าไม่มีก็ไม่เอาคืน ก่อนเกิดเหตุมาที่ร้านตนพร้อมกับ นางสาวจันทิมา ชาวบ้าน ต.บึงพระ อ.เมืองพิษณุโลก พอเข้ามาในร้านก็คุยเรื่องเงินที่เป็นหนี้ตนอยู่ ตนก็ยังยืนยันว่าไม่มีก็ไม่เอาคืน ไม่เป็นไร จู่ๆ นางเกสรก็ควักอาวุธปืนออกมายิงตนเองเสียชีวิตดังกล่าว
ด้าน นางสาวจันทิมา ให้การว่า ผู้เสียชีวิตรู้จักกับตนไปมาหาสู่กันประจำ ส่วนใหญ่จะอยู่ที่กรุงเทพฯ วันนี้มาหาตนที่บ้านเพื่อจะนอนพักค้างคืนด้วย ช่วงกลางวันก็เห็นโทรศัพท์เคลียร์กับเจ้าหนี้อยู่ พอค่ำก็ให้ตนขับขี่รถจักรยานยนต์พามาหานายสมเกียรติที่เป็นเจ้าหนี้ ระหว่างที่คุยกันตนก็เดินออกมาข้างนอกแล้วได้ยินเสียงปืนดังในร้านจึงเข้าไปดู ก็พบว่านางเกสรเสียชีวิตไปแล้ว
เบื้องต้นตำรวจคาดว่า นางเกสร เกิดอาการเครียดที่หาเงินมาชดใช้ นายสมเกียรติไม่ได้ ทำให้ตัดสินใจใช้อาวุธปืนยิงตนเองเสียชีวิต ตำรวจและแพทย์เวรจึงให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำร่างคนตายส่งให้แพทย์ชันสูตรโดยละเอียดอีกครั้งที่นิติเวช รพ.พุทธชินราช พิษณุโลก ก่อนติดต่อญาติให้มารับศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี และทำการตรวจเก็บหาคราบเขม่าดินปืนที่มือและแขนของนายสมเกียรติ รวมทั้งนางสาวจันทิมาไว้เป็นหลักฐาน และเชิญตัวทั้งสองคนไปสอบสวนปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.เมืองพิษณุโลก เพื่อจะได้คลี่คลายคดีและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
นางประภา อายุ 50 ปี กล่าวกับผู้สื่อข่าวขณะมารอรับศพของนางเกสร น้องสาว ที่นิติเวชโรงพยาบาลพุทธชินราช ว่า เรื่องนี้ตนและญาติติดใจสาเหตุการเสียชีวิตของน้องสาวเป็นอย่างมาก ทำไมถึงไปยิงตัวเองตายที่บ้านเจ้าหนี้อย่างนั้น ซึ่งหากเครียดเรื่องหนี้สินจริงก็ควรที่จะยิงตัวเองที่บ้านตนเองมากกว่า อีกอย่างหนึ่งก็ไม่เคยทราบว่าน้องสาวของตนเอง มีปีนไว้ในครอบครองมาก่อน จึงอยากให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนหาสาเหตุของการเสียชีวิตของน้องสาวให้กระจ่าง หากเป็นการฆ่าตัวตายจริงก็จะยอมรับ โดยเบื้องต้นจะนำศพน้องสาวไปบำเพ็ญกุศลที่วัดพันเสา อ.บางระกำ ต่อไป
ขณะที่ พ.ต.อ.ภาคภูมิ ปราบศรีภูมิ ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก เปิดเผยถึงคดีว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนกำลังสอบพยาน เก็บหลักฐานต่างๆ พร้อมทั้งรอผลการผ่าพิสูจน์ศพจากนิติเวช และผลคราบเขมาดินปืนที่มือ ทั้งจากผู้เสียชีวิตและผู้ที่อยู่ในที่เกิดเหตุทั้งหมด เพื่อหาสาเหตุของการเสียชีวิต นอกจากนี้ตำรวจยังสืบทราบว่าผู้เสียชีวิต ยังเคยคบหากับนายสมเกียรติ ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ และเป็นเจ้าของบ้านที่เกิดเหตุมาก่อนหลายเดือนและเลิกรากันไป แต่ก่อนเกิดเหตุผู้เสียชีวิต ได้มาอยู่บ้านเพื่อนก่อนจะชักชวนกันมาหานายสมเกียรติ เพื่อจะขอกลับมาคืนดี แต่สุดท้าย ก็ได้มีเหตุการณ์ฆ่าตัวเองจนเสียชีวิตดังกล่าว เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้เร่งสืบสวนหาข้อเท็จจริงอีกครั้ง เพื่อให้ญาติคลายข้อสงสัยสาเหตุการเสียชีวิตในที่สุด