อาทิตย์. ก.ค. 14th, 2024

“บ่าวหน้าลาย” ร่ำไห้สำนึกผิด พลั้งมือฆ่าเมียตาย ยันไม่ได้ทำพิธีสะกดวิญญาณตอนทิ้งศพ เผยก่อนถูกจับ วิญญาณเมียมาหา

วันที่ 7 กันยายน 2566 เวลาประมาณ 11.00 น. ที่ สภ.เขาพนม จ.กระบี่ ทาง พ.ต.ท.เนติวุฒิ ดีแก้ว รอง ผกก.สืบสวน พ.ต.ท.จรัญ แนบเพชร เจ้าของคดี พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวนายธรรมนูญหรือ “บ่าว หน้าลาย” ออกจากห้องขังไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังจากเมื่อช่วงเย็นวานนี้ ทางตำรวจได้ไปตรวจค้นบ้านที่เข้าจับกุมตัวนายบ่าว ที่ อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช และได้พบอาวุธปืนลูกซองสั้นที่นายบ่าวซุกซ่อนไว้ในบ้าน หลังจากได้เปิดปากสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง

จากนั้นวันนี้ ทางตำรวจได้จำลองเหตุการณ์ที่ข้างสภ. ที่เกิดเหตุทะเลาะวิวาทกันในรถและใช้อาวุธปืนยิง นางสุกัญญา หรือ น้องแพร ภรรยา โดยนายธรรมนูญเล่าว่า ตอนนั้นกำลังจะขับรถกลับบ้านที่ อ.ฉวาง พร้อมนางสุกัญญา แต่ได้เกิดมีปากเสียงกัน จึงโมโหหยิบอาวุธปืนขึ้นมา แต่ไม่ได้มีเจตนาจะยิง ปืนมันลั่นไปโดนภรรยา ตอนนั้นไม่รู้ว่าเสียชีวิตไหม แต่ตนก็ตกใจบวกกับทำอะไรไม่ถูก จึงได้ตัดสินใจนำร่างไปทิ้งไว้ข้างถนน

ต่อมาในจุดที่ 2 เป็นจุดที่นำร่างของน้องแพรมาทิ้งไว้ ริมถนนหลังโรงงานถุงคุกกี้ซีลกลาง ซองคุกกี้ซีลร้าง ที่หมู่ 4 ต.เขาดิน อ.เขาพนม โดยเล่าว่า ตอนนั้นได้อุ้มร่างน้องแพรไปวางไว้ที่ริมถนน พร้อมเสื้อแขนยาวสีแดงและหมวก หลังจากชี้ทำแผนฯเสร็จ นายธรรมนูญก็ได้คุกเข่าและยกมือขึ้นมาไหว้ขอขมาตรงจุดที่พบศพของน้องแพร และหลั่งน้ำตาออกมา บอกว่าตนนั้นเสียใจ

ส่วนประเด็นเรื่องเหรียญ 5 สะกดวิญญาณ ตนนั้นไม่รู้เรื่องด้วย และไม่ได้ทำพิธีสะกดวิญญาณใด ๆ ทั้งสิ้น

และท้ายสุดในจุดที่ 3 เป็นจุดที่นายธรรมนูญอ้างว่าได้นำปลอกกระสุนมาทิ้งไว้ ซึ่งเป็นบ้านญาติของนายธรรมนูญ ที่แม่และลูกชายมาขออาศัยอยู่ที่หมู่ 2 ต.เขาดิน อ.เขาพนม ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ตรวจพบปลอกกระสุนที่ถูกฝังดินไว้บริเวณหลังบ้านตามที่นายธรรมนูญอ้าง จากนั้นนายธรรมนูญได้เข้าไปกราบขอขมาแม่ที่นอนป่วยอยู่ภายในบ้าน พร้อมกับกอดแม่ ร้องไห้ขอโทษแม่ที่ตนนั้นทำตัวไม่ดีให้แม่ผิดหวัง และบอกให้แม่รักษาตัวให้ดี ขณะที่แม่ซึ่งมีอาการป่วยหลายโรค พูดไม่ออกได้แต่ร่ำไห้อย่างหนัก ทางตำรวจจึงได้นำตัวกลับสภ.เพื่อฝากขังต่อศาลจังหวัดกระบี่

ขณะที่นายธรรมนูญ หรือบ่าวหน้าลาย เผยว่า ก่อนหน้าที่ตัวเองจะถูกจับกุมนั้นได้เดินทางมาหาแม่ที่บ้านหลังดังกล่าวในช่วงกลางดึก เมื่อลงจากรถก็ปรากฏว่าได้เห็นน้องแพรมายืนร้องไห้อยู่ที่ต้นมะม่วงหน้าบ้าน แต่ไม่ได้พูดอะไร ตัวเองก็รีบเข้าบ้าน ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมานี้ ตนรู้สึกเสียใจกับสิ่งที่ทำไปอย่างมากพร้อมที่จะชดใช้กรรมที่ทำขึ้น