เสาร์. เม.ย. 20th, 2024

รวบอดีตช่างประจำหอพัก ปาดคอสาวใส่ทอง อ้างไม่ได้ตั้งใจไปฆ่า แต่คนตายตื่นมายืนจ้อง กำมีดด้วยมือเปล่า จนต้องปิดปาก

จากกรณีที่มีคนร้ายบุกเข้าไปฆ่าปาดคอสาวในห้องพักย่านพักประแดง ซึ่งพบว่าลงมือก่อเหตุอย่างโหดเหี้ยมและมีทรัพย์สินหลายรายการหายไปทั้งเงินสดและทองรูปพรรณ เหตุเกิดเมื่อเช้ามืดของวันที่ 13 เมษายน 2566

ช็อกทั้งคอนโด ฆ่าปาดคอสาวหมกห้อง แฟนหนุ่ม-เพื่อนบ้าน เผยเคยเตือนแล้ว
ล่าสุด เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 15 เมษายน 2566 พ.ต.อ.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ หัวหน้าทีมคลี่คลายคดี พร้อมกับ ผู้กำกับสืบจังหวัดสมุทรปราการ และเจ้าหน้าที่ชุดฉลามขาวและฝ่ายสืบสวน ร่วมกันคุมตัว นายนิรันดร์ อายุ 27 ปี ชาวจังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาฆ่าปาดคอ นางสาววารินทร์ เสียชีวิตภายในห้องพักย่านอำเภอพระประแดง ภายหลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามไปจับกุม คนร้ายรายนี้ได้ที่ห้องเช่าใกล้เคียง สภ.บางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อช่วงสี่โมงเย็นที่ผ่านมา กล่องเอกสาร กล่องใส่เอกสาร

โดยจากการตรวจสอบภายในห้องพักยังพบ สร้อยคอทองคำของผู้ตาย และเงินสดบางส่วนที่เหลือจากการขายข้อมือทองคำ ตำรวจจึงสอบขยายผล ซึ่งเจ้าตัวให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ที่ลงมือก่อเหตุจริง

จากนั้นรับสารภาพว่าได้นำกระเป๋าซึ่งภายในมีสิ่งของที่ใช้ก่อเหตุไปโยนทิ้งในป่าหญ้าริมบ่อปลา ในหมู่ที่ 5 ตำบลบางเพรียง อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ ตำรวจจึงคุมตัวมาชี้จุดที่ทิ้งกระเป๋า ในเวลาต่อมา ท่ามกลางการดูแลความปลอดภัยและป้องกันผู้ต้องหาหลบหนี อย่างเข้มงวด

ซึ่งจากการตรวจสอบกระเป๋าสะพายหลังที่ผู้ต้องหารายนี้นำมาโยนทิ้ง พบตลับใส่ทอง กระเป๋าสตางค์ของผู้ตาย รวมถึงกระเป๋าใส่เอกสาร ซึ่งจากการตรวจสอบพบบัตรประชาชนของผู้ตาย นอกจากนั้น ยังมีมีดพับยาวประมาณ 10 นิ้ว รวมด้าม ซุกซ่อนในกระเป๋าดังกล่าว ในสภาพที่มีดยังเปื้อนเลือดอยู่ รวมถึงเสื้อผ้าที่ผู้ต้องหาสวมใส่ในวันก่อเหตุ ซึ่งยังมีคราบเลือดติดอยู่ ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานจึงรวบรวมทั้งหมดไปตรวจสอบอีกครั้ง

นาย นิรันดร์ หรือนิด ผู้ต้องหารายนี้ให้การด้วยสีหน้าเรียบเฉยไม่สะทกสะท้านกับสิ่งที่ตนเองลงมือทำไป เจ้าตัวบอกว่า ยอมรับว่าก่อเหตุจริง โดยปีนเข้าจากด้านหลังห้องพัก เพื่อจะเข้าไปก่อเหตุลักทรัพย์ เพราะเข้าใจว่าตอนนั้นไม่มีใครอยู่ในห้อง แต่พอเข้าไป ตอนแรกมองไม่เห็นคน พอตนเองรื้อสิ่งของ ทำให้คนตายสะดุ้งตื่นขึ้นมายืนจ้องมองตนเอง ตนเองจึงชักมีดข่มขู่ว่าอย่างร้องเสียงดัง แต่ผู้ตายเอามือมากำที่มีดจนถูกบาด จังหวะนั้นตนจึงจ้วงแทงผู้ตายไปหลายครั้ง ก่อนจะปาดคอซ้ำ เพื่อหวังปิดปาก

จากนั้นก็ค้นเอาทรัพย์สินภายในห้องทั้งหมดหลบหนีออกมา หลังเกิดเหตุเอาข้อมือทองคำไปขายได้เงินมาหกหมื่นบาท ใช้จ่ายไปบ้างแล้วจนเหลือเงินประมาณสี่หมื่นบาท และไปเปิดห้องเช้าที่บางเสาธงกระทั่งถูกตามไปจับกุม

พ.ต.อ.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมคลี่คลายคดีนี้ กล่าวว่า หลังจากลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้ว จึงมีการแบ่งทีมการทำงาน ใช้ทุกมิติของการทำงานตำรวจ ระดมทีมชุดสืบฝีมือดีแบ่งกันทำงาน กระทั่งได้ผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ จากกองพิสูจน์หลักฐาน ที่ค่อนข้างเร็วจึงทำให้สามารถทราบตัวผู้ต้องหารายนี้ จากนั้นจึงกระจายกำลังควานหาตัวจนกระทั่งไปจับกุมตัวได้ดังกล่าว ซึ่งจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ที่ผ่านมา ผู้ต้องหารายนี้ เคยรู้จักรกับคนตายมาก่อน และเคยเป็นช่างที่ตึกเกิดเหตุ จึงรู้ทุกซอกทุกมุม อีกทั้งก่อนหน้านี้ เคยพักอยู่ที่ห้องติดกันกับผู้ตาย ปัจจุบันห้องดังกล่าวเป็นห้องร้าง ทำให้คนร้ายรายนี้รู้ช่องทางลงมือก่อเหตุ

อีกทั้งผู้ต้องหาเคยทำงานที่เดียวกับคนตาย และรู้ว่าคนตายมีความสนิทสนมกับเจ้าของโรงงาน จึงย้อนกลับมา อ้างว่าจะมาขอให้คนตายฝากงานให้ทำ แต่ตนเองไม่ปักใจเชื่อ เพราะจากพฤติกรรมแล้ว เชื่อว่ามีการวางแผนอย่างเป็นระบบ ที่จะลงมือก่อเหตุ ส่วนแรงจูงใจ มาจากที่ผู้ตายใส่ทองค่อนข้างเยอะ ซึ่งหลังจากนี้จะขยายผลต่อและคาดว่าจะนำตัวไปทำแผนในวันพรุ่งนี้