ศุกร์. ธ.ค. 9th, 2022

เมื่อวันที่ 13 มี.ค. 65 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจาก นางฐาณิษาพร นพเดชพิสิษฐ์ อายุ 46 ปี ซึ่งเป็นมารดาของผู้ป่วยโควิด 19 ที่มีอาการไม่รุนแรง สามารถรักษาตัวที่บ้านได้ ในระบบ Home Isolation หรือการดูแลตนเองที่บ้านได้ โดยใช้สิทธิผู้ประกันตนตามมาตรา 33 เข้ารับการรักษาตามสิทธิในโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอศรีราชา จ.ชลบุรี โดยมีข้อห้ามว่าห้ามออกจากที่พัก ห้ามผู้ใดมาเยี่ยมบ้าน ห้ามรับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่น ซึ่งทางโรงพยาบาลจะจัดอาหารให้กับผู้ที่ได้รับเชื้อจำนวน 3 มื้อต่อวัน จัดส่ง 10 วัน รวม 30 มื้อ เป็นอาหารปรุงสุกพร้อมรับประทาน

โดยมีรายการเมนูอาหารแจ้งมาด้วยว่า ในแต่ละวันจะได้อาหารอะไร เช่น วันแรกมื้อเช้าจะเป็น ต้มจืดเต้าหู้หมูสับ+ผัดกระเพราหมูสับ มื้อกลางวันเป็น แกงเลียงกุ้ง ไข่ต้ม มื้อเย็นเป็น ต้มยำรวมมิตร+ไข่ดาว เป็นต้น ตั้งแต่วันที่ 6 มีนาคม 2565 ซึ่งปรากฏว่าในวันนี้มีผู้มาส่งอาหารในตอนเช้า นำอาหารมาส่งให้ตามปกติ พอเปิดออกมาพบว่าอาหารในกล่องทั้ง 3 กล่อง 3 มื้อ มีเพียง เพียง ข้าวเปล่าพร้อมแกง 1 ถุงและน่องไก่เล็ก 1 น่อง ส่วนอีกสองกล่องเป็นข้าวเปล่ากับกุนเชียง ไส้กรอกอย่างละ 1 ชิ้น ไม่ตรงตามรายการอาหารที่แจ้งไว้ในรายการอาหารที่โรงพยาบาลได้แจ้งมาในเบื้องต้น

นางฐาณิษาพร นพเดชพิสิษฐ์ เปิดเผยว่า เนื่องจากลูกสาวและลูกชายติดเชื้อโควิด จึงเข้ารับการรักษาตามสิทธิมาตรา 33 เข้ารักษาที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในอำเภอศรีราชา ซึ่งแพทย์ให้กลับมารักษาตัวอยู่ที่บ้านและจะจัดส่งอาหารมาให้ทั้ง 3 มื้อ รวมระยะเวลา 10 วัน ซึ่งเมื่อเช้านี้ได้มีผู้ส่งอาหารมาส่งอาหารตามปกติโดยจะแขวนไว้ที่รั้วหน้าบ้านแล้วให้ผู้ป่วยเดินออกมารับไปรับประทานเอง ปรากฏว่าลูกได้ส่งภาพอาหารกล่องมาให้พบว่าเป็นข้าวเปล่าพร้อมแกง 1 ถุงและน่องไก่เล็ก 1 น่อง ส่วนอีกสองกล่องเป็นข้าวเปล่ากับกุนเชียง ไส้กรอกอย่างละ 1 ชิ้น จึงสอบถามลูกเพื่อความมั่นใจว่าใช่หรือ ซึ่งในแต่ละวันจะได้อาหารไม่เหมือนกัน บางวันข้าวผัดก็ไม่มีหมู แต่วันนี้แย่สุด ซึ่งอาหารการกินดูแล้วมันผิดเพี้ยน ถ้าเปรียบเทียบถ้าเป็นเด็กน้อยยังไม่พอกินเลย จึงอยากสะท้อนออกไปว่าขณะนี้มีผู้ป่วยกี่คนที่จะต้องเจออาหารแบบนี้ ซึ่งสภาพร่างกายผู้ป่วยก็บอบช้ำอยู่แล้ว มาเจออาหารที่โรงทานยังดีกว่านี้เลย

คิดไปถึงว่าเป็นความผิดพลาดของผู้รับเหมาทำอาหารให้กับโรงพยาบาลหรือไม่ จึงตัดสินใจเผยแพร่ออกไปในเพจท้องถิ่น ซึ่งไม่คิดจะโจมตีใดๆ แต่อยากให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจัดการอาหารให้ดีกว่านี้ ซึ่งในวันที่ไปรับยา ทางโรงพยาบาลจะมีรายการอาหารมาให้ดูเลยว่า วันไหนอาหารมีอะไรบ้าง ซึ่งตรงกับรายการบ้าง ไม่ตรงบ้าง ซึ่งได้โทรไปสอบถามที่ไลน์ติดต่อของโรงพยาบาล ซึ่งเป็นข้อความตอบกลับมาว่า ทางร้านจะรีบมาเปลี่ยนอาหารให้ ซึ่งอาหารที่ส่งให้ในแต่ละวันจะจัดส่งให้ในตอนเช้า 3 กล่อง ให้ผู้ป่วยบริหารจัดการเองว่ากล่องไหนจะกินมื้อไหน ซึ่งตนเองรู้สึกว่าเป็นการสะท้อนจิตใจผู้ป่วยได้ ลองคิดดูว่าสภาพร่างกายผู้ป่วยแล้วได้รับอาหารไม่ดี แล้วผู้ป่วยจะเอาเรี่ยวแรงที่ไหน สารอาหารก็ไม่ครบ ด้วยตัวยาก็ทำให้ร่างกายเพลียอยู่แล้ว ก็ควรได้อาหารที่ดี ในปริมาณที่เพียงพอ

โดยลูกชายได้บอกว่า ต้องโดนหักค่าประกันสังคมเดือนละ 554 บาท ลูกสาว ม.39 ถูกหักเดือนละ 432 บาท จึงอยากวิงวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า เราไม่ได้คาดหวังว่าในเงินที่จ่ายเงินสมทบไป เราจะได้เต็มอัตรากลับมา แต่ว่าในใบที่โรงพยาบาลส่งกลับมาให้เราแจ้งว่า คุณจะได้รับสิทธิในการรักษา กับค่าอาหารรวมวันละ 400 บาท แล้วคิดอย่างไรกับอาหารที่ได้รับมา ซึ่งไม่สมน้ำสมเนื้อกันเลย จึงอยากวิงวอนในส่วนของโรงพยาบาลถ้าจ่ายอาหารผ่านผู้รับเหมาโปรดเห็นใจผู้ป่วยเหล่านั้นที่รอทานอาหารจากคุณอยู่ แล้วได้แบบนี้ ก็ขอให้ทำให้สมน้ำสมเนื้อหรือมีสารอาหารครบถ้วน มีขนม กล่องเบเกอรี่

กล่องเค้ก บ้างก็จะดีมากและช่วยตรวจสอบให้หน่อย

ซึ่งหลังจากที่ นางฐาณิษาพร นพเดชพิสิษฐ์ ได้โพสต์ไปในเพจท้องถิ่นก็มีผู้ป่วยได้ตอบกลับมาว่าโดนเหมือนกัน บางวันได้ข้าวมันไก่ไม่มีน้ำจิ้ม บางวันข้าวบูด เป็นต้น ซึ่งก็แจ้งไปให้โรงพยาบาลได้ทราบในไลน์กลุ่มส่งอาหารของโรงพยาบาลก็ได้รับการตอบกลับมาว่าจะนำอาหารมาเปลี่ยนให้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว