คลังเก็บผู้เขียน: admin

รุ่นน้อง ม.4 ถูกรุ่นพี่ ม.6 ซ้อมจนบาดเจ็บ สั่งให้โกหกว่ารถล้ม แฉครูไม่อยากให้แจ้งความ

โรงเรียนดังฉาว รุ่นน้อง ม.4 ถูกรุ่นพี่ ม.6 ทำร้ายร่างกายจดบาดเจ็บ ครูไม่อยากให้แจ้งความขอให้จบแบบเงียบๆ 

(11 ก.ย.63) เกิดเหตุทะเลาะวิวาทของนักเรียน โรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่ง บริเวรข้างโรงงาน ซองไปรษณีย์พลาสติก ถุงไปรษณีย์พลาสติก ย่านธนบุรี ดำเนินการสอบสวนและดำเนินการตามระเบียบของโรงเรียนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยผู้บาดเจ็บเป็นนักเรียนรุ่นน้อง ชั้น ม.4 ถูกรุ่นพี่ ม.6 ที่โรงเรียนซ้อมจนบาดเจ็บ หลังเรื่องราวถูกเผยแพร่ไปในโลกออนไลน์ ได้มีผู้เข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก ขณะที่ทางพี่ชายของผู้ได้รับบาดเจ็บได้ออกมาร้องขอความเป็นธรรม

น้องเจมส์ ผู้บาดเจ็บเล่าว่าวันที่ 8 กันยายน 2563 เวลา 14.10 น. หลังเลิกเรียนตนได้ขี่รถไปส่งเพื่อนผู้หญิงที่หน้าหมู่บ้านแถวเลียบทางด่วน ระหว่างขี่รถกลับพบคู่กรณีซึ่งเป็นรุ่นพี่ที่โรงเรียนจอดทักทายให้ตนจอดรถถอดหมวกและถามว่าไปไหนมา ตนบอกว่าไปส่งเพื่อน คุยกันไม่กี่คำ ตนถูกต่อยเข้าที่หน้าหลายรอบตอนนั้นตนจำเหตุการณ์ไม่ค่อยหน้ามืดภาพตัด รู้สึกอย่างเดียวคือเจ็บที่บริเวณหัว

หลักจากตนถูกทำร้ายเสร็จ รุ่นพี่ได้นำตัวตนไปส่งที่คลินิกและได้ทำการขู่ตนให้บอกหมดและทุกคนว่าตนนั้นขี่รถล้มและรุ่นพี่มาเจอจึงช่วยเหลือ และนำตัวส่งโรงพยาบาลถ้าเกิดทุกคนจับได้ว่าโกหกไม่เนียนจะกลับมาเอาคืน

จากนั้นตนจึงโทรให้แม่มารับ แม่ถามว่าตนไปโดนอะไรมา แรกๆ ตนบอกไปว่ารถล้มเพราะกลัวไปโรงเรียนไม่ได้ แต่แม่และที่บ้านรับรู้ว่าตนถูกทำร้าย เพราะรถของตนไม่มีรอยรถล้มและคุณหมอที่โรงพยาบาลก็ยังบอกอีกว่าไม่ใช่แผลรถล้ม ตนเพิ่งออกจากโรงพยาบาลมาเมื่อวานนี้ และทางโรงเรียนยังไม่ได้มีการติดต่อหรือมีความชัดเจนให้กับตนเอง

ส่วนทางพี่ชายของน้องเจมส์ เล่าว่าหลังจากที่น้องถูกทำร้ายแม่ไปรับที่คลินิกและพาไปโรงพยาบาล มีครูที่โรงเรียนมาเยี่ยมน้องประมาณ 21.00 น. แต่ติดใจที่คุณครูพูดมาคำนึงว่า อยากให้เรื่องนี้จบไม่ต้องไปแจ้งความเพราะเป็นห่วงอนาคตของเด็กทั้งสองคน ตนอยากถามว่าน้องของตนเป็นผู้ถูกกระทำฝ่ายเดียว ทำไมทางโรงเรียนถึงพูดออกมาแบบนั้น น้องตนเป็นผู้ถูกกระทำมันไม่ใช่การทะเลาะวิวาท น้องตนไม่ได้โต้ตอบน้องตนต้องเป็นฝ่ายผิดและให้ถูกให้ออกจากโรงเรียนด้วยหรือ ตนของเรียกร้องความเป็นธรรมให้น้องตนด้วย ตอนนี้ตนได้ลงบันทึกประจำวันไว้แล้วและจะไปแจ้งความดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

ล่าสุด ผอ.โรงเรียนดังกล่าว ได้ชี้แจงทางไลน์ กลุ่ม ครู และเครือข่าย ผู้ปกครอง กรณีทะเลาะวิวาทของนักเรียน ที่เกิดขึ้นเมื่อวันอังคาร ที่ 8 ก.ย. ผ่านมา ว่า ทางโรงเรียนได้ดำเนินการสอบสวน และดำเนินการตามระเบียบของโรงเรียนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเหตุการณ์ดังกล่าว ทางโรงเรียนได้ดำเนินการดังนี้

1) เชิญผู้ปกครองของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ผู้ก่อเหตุมาพบ โดยสืบสวน จนนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 รับสารภาพทุกข้อกล่าวหา และยอมรับความผิด

2) ทางโรงเรียนได้พิจารณาโทษ กับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6

– พิจารณาตัดคะแนนความประพฤติ 115 คะแนน
– ทำทัณฑ์บน โดยห้ามกระทำผิดใน 4 กรณีหนักของทางโรงเรียน ในระหว่างศึกษาต่อ

3) ผู้ปกครองของนักเรียนทั้ง 2 ฝ่ายได้พูดคุยและเจรจาไกล่เกลี่ยกันเบื้องต้น ผู้ปกครองของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 รับผิด และยินยอมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายตลอดการรักษา

ทั้งนี้อาการของนักเรียนรุ่นน้องที่ถูกทำร้าย ยังคงหยุดพักรักษาตัวอยู่ ที่บ้านตามใบรับรองแพทย์ 7 วัน โดยทางโรงเรียนไม่คิดเป็นวันลา เหตุการณ์ดังกล่าว ทางโรงเรียนได้มอบหมายให้กลุ่มบริหารงานบุคคล ติดตาม อย่างใกล้ชิด และไม่ได้นิ่งนอนใจ

ชายฮ่องกงสุดอึด! แข็งใจขับรถไปโรงพยาบาล หลังโดนยิงเข้ากลางอก

ตำรวจฮ่องกงเผยว่า นายยิม (ไม่เปิดเผยชื่อจริง) อายุ 45 ปี ถูกยิงเข้าที่กลางอกเมื่อช่วงเช้ามืดวันนี้ (8 ก.ย.) ตรงข้ามร้านจำหน่าย ถุงฟอยด์ ถุงเมทัลไลท์ ขณะนั่งอยู่ในรถที่กำลังจอดติดไฟแดงบนถนนออสติน ใกล้ย่านจอร์แดน หลังจากมีคนขับจักรยานยนต์คันหนึ่งมาจอดด้านข้าง และก่อเหตุดังกล่าว

ตำรวจเล่าอีกว่า เหยื่อรายดังกล่าวแข็งใจขับรถไปยังโรงพยาบาลควีนเอลิซาเบธ ในย่านเหย่าหม่าเต และยังพาตัวเองออกจากรถได้เพื่อรับการรักษา แต่ขณะนี้ยังไม่ทราบชะตากรรม

หลังจากนั้น ตำรวจเข้าไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ บริเวณถนนออสติน ในช่วงที่ใกล้กับถนนกวางตุ้ง และพบปลอกกระสุนตกอยู่ และขณะนี้กำลังหาตัวผู้ก่อเหตุ

อย่างไรก็ตาม ระหว่างทางที่ชายที่ถูกยิงพยายามขับรถไปโรงพยาบาล ด้านข้างของรถก็ครูดเข้ากับรถแท็กซี่ 3 คัน แต่โชคดีที่ไม่มีผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ

อัดอั้นมาก พระนิสิตแชทไลน์จีบอาจารย์ ขอเปิดใจหมดเปลือกก่อนสึก

พระนิสิตแชทไลน์จีบอาจารย์ ขอแฉกลับอาจารย์สาว จวกมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมหลายอย่าง โอดตนไม่ใช่พระอิฐพระปูน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (2 ก.ย.) พระอำพล พระนิสิตที่แชทไลน์จีบอาจารย์มหาวิทยาลัยสงฆ์แห่งหนึ่ง ใกล้ร้านจำหน่าย ตัวตัดเทป ที่ตัดเทป ที่ จ.ลำปาง จนเป็นข่าวโด่งดัง ซึ่งได้เดินทางมาจำพรรษาอยู่ภายในพุทธสถานมหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย ตำบลบ้านดู่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ได้เปิดเผยถึงเหตุการณ์ที่เป็นข่าวโด่งดังว่า ตนเองอัดอั้นมากที่ไม่เคยมีโอกาสพูด เห็นการนำเสนอข่าวเพียงด้านเดียว และวันนี้เต็มใจที่จะพูดในทุกประเด็น โดยเฉพาะประเด็นที่แชทไลน์จีบอาจารย์

พระอำพล เปิดเผยว่า ตนเองตั้งใจว่าอีก 2 ปี ก็จะสึกออกมาเป็นฆราวาสแล้ว และการได้เห็นอะไรหลายๆ อย่างก็คิดว่าตนเองแค่แชทไลน์ ไม่ได้ถูกเนื้อต้องตัวหรือล่วงเกินอะไรเลย เพราะตนเองก็เคยเห็นอาจารย์คนดังกล่าวทำตัวไม่เหมาะสมหลายอย่าง ทั้งการใช้พระนิสิตขนสัมภาระ และการขับรถโดยให้พระนิสิตรูปหนึ่งนวดหัวไหล่ ขณะไปส่งตนเองที่วัด และหลังพระรูปดังกล่าวลงไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อ ตนเองก็เลยพูดสอบถามว่ามีแฟนหรือยัง อาจารย์คนดังกล่าวบอกว่ายังไม่มี และพูดจาด้วยโดยไม่ได้รังเกียจ

ต่อมาตนจึงแชทไลน์ไปถามและบอกจุดประสงค์ และขอยืนยันสิ่งที่ทำลงไปด้วยสติสัมปัญชญะครบถ้วนทุกอย่าง ตนเองก็เป็นคนธรรมดาไม่ได้เป็นพระอิฐพระปูน ส่วนการบวชก็ตั้งใจจะศึกษาธรรมะนี่แหละ แต่แค่การแชทตนเองไม่ได้ทำผิดเหมือนพระรูปอื่นๆ ที่เป็นข่าวอยู่มากมาย สำหรับเหตุการณ์แชทไลน์เกิดมาประมาณ 2-3 เดือนแล้ว

ส่วนกรณีพระผู้ใหญ่ในจังหวัดลำปาง ขอให้ลาสิกขาบทนั้น วันนี้ตนเองจะเดินทางไปจังหวัดลำปาง เพื่อลาสิกขาบทและจะอยู่ที่จังหวัดลำปาง เพื่อเคลียร์ปัญหาและเตรียมขึ้นศาลที่อาจารย์คนดังกล่าวฟ้องร้องก่อนหน้านี้ด้วย ซึ่งนับจากนี้ไปตนเองขออยู่กับความเป็นจริง ส่วนกรณีการอัฟรูปลงยูทูปส่วนใหญ่จะเอามาจากของคนอื่นที่ดังๆ และบางคลิปได้อัฟลงมานานแล้ว

สำหรับพระอำพล หรือ พระจ๊อด เป็นชาวจังหวัดเชียงราย บวชมาแล้ว 14 พรรษา ตอนนี้พระอำพลได้เตรียมเก็บสัมภาระของใช้บอกว่าจะเอาไปไว้ที่บ้าน ก่อนจะเดินทางไปยังจังหวัดลำปางในวันพรุ่งนี้ เพื่อลาสิกขาบท

คู่รักสุดอึ้งนั่งกิน “บิงซู” ร้านริมถนน สาวปริศนาเดินผ่าน ก้มมางาบจากถ้วยหน้าตาเฉย

สาวถอดเสื้อเดินผ่านร้านบิงซู กระซิบ “ขอกินแหน่” ก่อนก้มมางาบครีมจากถ้วยลูกค้าแล้วเดินไปหน้าตาเฉย

ในโลกออนไลน์มีพูดถึงคลิปจากคู่รักคู่หนึ่งได้โพสต์วิดีโอความยาวประมาณ 13 วินาที พร้อมแคปชั่นขำขันระบุว่า “หมดกันบิงซูแสนอร่อยของแฟนฉัน คนเมามาจากไหนไม่รู้ งาบวิบปิ้งครีมไปทั้งถ้วย แล้วจากไปอย่างไม่ใยดี พร้อมติดแฮชแท็ค #อยู่พัทยาต้องระวังตัว555” ทำให้มีการแชร์และเข้ามาคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก บางคอมเมนต์มองเป็นเรื่องตลก ขณะที่บางคนเตือนให้ระวังอันตรายจากผู้ก่อเหตุ

ล่าสุด (28 ส.ค.63) ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบคู่รักเจ้าของคลิป ทราบชื่อคือ คุณพัท อายุ 29 ปี และคุณน้ำ อายุ 26 ปี เจ้าของร้านจำหน่าย ถุงแก้วฝากาว ถุงแก้วแถบกาว ได้เปิดเผยให้ผู้สื่อข่าวพร้อมเสียงหัวเราะว่า ทั้งคู่ชอบรับประทานบิงซู หรือน้ำแข็งไสสไตล์เกาหลีเป็นประจำอยู่แล้ว หลังจากปิดร้านในห้างเวลาประมาณ 22.00 น. ของวันที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมา ตนเองและแฟนก็ได้ออกไปนั่งกินบิงซูที่ร้านประจำริมถนนพัทยาใต้ แฟนนั้นมักจะชอบตักกินขอบๆก่อน แล้วจะเก็บวิบปิ้งครีมไว้กินที่หลัง

แต่จังหวะที่กำลังถ่ายภาพเล่นกันอยู่นั้น ได้มีผู้หญิงสวมกางเกงขายาว เสื้อชั้นในตัวเดียว ถอดเสื้อพาดบ่า เดินเข้ามาทางด้านหลัง พร้อมกระซิบบอกว่า “ขอกินแหน่” ก่อนจะก้มลงใช้ปากงับที่วิบปิ้งครีม ด้วยความตกใจก็รีบกระโดดหนี แล้วหญิงคนดังกล่าวก็เดินจากไปพร้อมเอะอะโวยวาย ใช้เสื้อไล่ฟาดไปตลอดทาง ซึ่งหลังเกิดเหตุตนเองมองว่าคล้ายเป็นคนเร่ร่อนสติไม่สมประกอบ จึงไม่ติดใจเอาความ ยังเรียกให้กลับมากินต่อ แต่หญิงคนดังกล่าวก็ไม่ได้สนใจ เดินต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

แต่อย่างไรก็ตามถือว่าโชคดีที่ไม่ได้ถูกทำร้ายได้รับบาดเจ็บ แต่ก็อยากฝากให้เจ้าหน้าที่ที่เกียวข้องตรวจสอบแล้วควบคุมกลุ่มคนเหล่านี้ให้อยู่ในสถานที่ที่เหมาะสมเพื่อป้องกันการเกิดเหตุร้ายกับนักท่องเที่ยวด้วย

พ่อร่ำไห้! ลูกผ่าคลอดดับอนาถ ผลนิติเวช 2 รพ.ไม่ตรงกัน แถมตัดไส้ติ่งโดยไม่แจ้ง

กรณีครอบครัวติดใจสาเหตุการเสียชีวิต สาวผ่าคลอด 2 สัปดาห์ กลับมาพักฟื้นที่บ้าน จู่ๆ ชักตาค้างดับสลดก่อนถึงโรงพยาบาล หมอ รพ.ราชบุรีบอกมดลูกอักเสบ เป็นหนอง แต่ล่าสุดพบผลตรวจนิติเวช 2 โรงพยาบาลไม่ตรงกัน

รายการโหนกระแสวันที่ 25 ส.ค. “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ในฐานะผู้ดำเนินรายการ ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.20 น. ทางช่อง 3 กดเลข 33 ได้สัมภาษณ์เปิดใจ อภิชาติ แย้มอยู่ เจ้าของร้านจำหน่าย ถุงฟอยด์ ถุงเมทัลไลท์ พ่อ “หมวย” ผู้ตาย มาพร้อม “อารีรัตน์ แย้มอยู่” แม่ผู้ตาย และ “นพ.อานนท์ เรืองอุตมานันท์” สูตินารีแพทย์ โรงพยาบาลมงกุฏวัฒนะ และ “ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร” ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม

ระทึก! รถบรรทุกหกล้อเกี่ยวสายไฟฟ้า คนขับถูกช็อต-ไฟลุกพรึ่บที่ตัว ล้มทั้งยืน

เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา (20 ส.ค.63 ) ตำรวจ สภ.วิชิต ได้รับแจ้งเหตุรถบรรทุกหกล้อเกี่ยวสายไฟฟ้าทำให้คนขับรถ ถูกไฟฟ้าช็อต ไฟลุกร่าง ขณะหนีออกมาจากรถ และฟุบลงกับพื้น บาดเจ็บสาหัส บริเวณใกล้สามแยกถนนเจ้าฟ้าตะวันตกตัดกับถนนเหมืองเจ้าฟ้า หน้าร้านจำหน่าย ซองไปรษณีย์พลาสติก ถุงไปรษณีย์พลาสติก (สามแยกไฟแดง ฮอนด้าเก่า) หมู่ 2 ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต ถ.เจ้าฟ้าตะวันตก

จากการตรวจสอบของตำรวจ พบว่ารถบรรทุกคันดังกล่าวมีโครงเหล็กสูงจากตัวรถประมาณ 2.5 เมตร บริเวณปลายเหล็กเกี่ยวติดกับสายไฟฟ้าแรงสูงที่พาดผ่านแยกไฟแดง บริเวณพื้นเกาะกลางถนน ด้านข้างรถพบรอยไหม้ ส่วนผู้บาดเจ็บทราบชื่อภายหลัง คือ นายปิยะ พุ่มนวล ซึ่งเป็นผู้ขับขี่รถยนต์บรรทุก 6 ล้อ

ด้านกล้อง CCTV ในบริเวณใกล้เคียง ปรากฏภาพก่อนเกิดเหตุขณะที่รถบรรทุกหกล้อ ยี่ห้อฮีโน่ รุ่น Victor 500 สีขาว ทะเบียน 53 -3078 กรุงเทพมหานคร วิ่งมาจากฝั่งตัวเมืองภูเก็ต มุ่งหน้าสู่พื้นที่ตำบลฉลอง เมื่อมาถึงจุดดังกล่าวซึ่งเป็นไฟแดง รถบรรทุกได้ชะลอรถและจอด ก่อนค่อยๆ เคลื่อนรถไปถึงจุดที่มีสายไฟห้อยอยู่

จากนั้นคนขับรถได้เปิดประตูและรีบก้าวลงมา แต่ระหว่างนั้นได้เกิดไฟลุกพรึบที่เท้าและลำตัว ทำให้คนขับรถล้มคว่ำลงบนเกาะกลางถนนในทันที ก่อนที่ชายอีกคนซึ่งนั่งรถมาด้วยจะรีบกระโดดออกจากรถทางฝั่งประตูคนขับ วิ่งข้ามเกาะกลางไปอีกฝั่งของถนน

ก่อนจะเดินย้อนกลับเข้ามาเพื่อจะให้การช่วยเหลือ แต่ขณะกำลังยืนดูสถานการณ์อยู่ใกล้ๆ ผู้ได้รับบาดเจ็บ ก็เกิดเหตุซ้ำ ยางรถระเบิด มีควันพุ่งออกจากตัวรถ ทำให้หนีกันคนละทิศละทาง ขณะที่ผู้ได้รับบาดเจ็บซึ่งนอนอยู่บนเกาะกลางรีบคลานออกห่างจากตัวรถ แต่ไม่มีแรงจึงต้องกลิ้งตัวออก ก่อนจะมีคนมาช่วยพยุงพาเข้าข้างทาง และประสานเจ้าหน้าที่รับตัวส่งโรงพยาบาล

หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้ประสานเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าทำการตัดกระแสไฟฟ้า ก่อนนำรถเข้าจอดข้างทางเพื่อไม่ให้กีดขวางการจราจร ก่อนทำการสอบสวนหาสาเหตุในภายหลัง โดยขณะนี้ผู้ได้รับบาดเจ็บ อาการปลอดภัยแล้ว

นร.ขอนแก่น ถูกชี้เป้าเป็นแกนนำม็อบ โดนโทรขู่ถึงผู้ปกครอง โวยครูเอาข้อมูลส่วนตัวไปเผย

วันที่ 15 สิงหาคม 2563 หลังจากกรณีที่เมื่อเย็นวันที่ 13 ส.ค. 63 ที่ผ่านมา นักเรียนโรงเรียนดังในจังหวัดขอนแก่น ใกล้โรงงานผลิต กล่องกระดาษ กล่องกระดาษสำเร็จรูป ได้มีการนัดรวมตัวเพื่อที่จะทำการชูกระดาษเปล่า หน้าโรงเรียน ช่วงเวลา 16.00 น. แต่ทางโรงเรียนก็ได้ให้นักเรียนกลับบ้านกะทันหันพร้อมให้เหตุผลที่ว่า มีนักเรียนติดไข้เลือดออก จึงได้ให้ทางเทศบาลมาพ่นยุงภายในโรงเรียนในช่วง 13.00 น. ทำให้กิจกรรมดังกล่าวได้มีการยกเลิกไป จากนั้นได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์ข้อความว่า

ผมขออนุญาตพูดนะครับ ผมเป็นหนึ่งคนที่ถูกทางเจ้าหน้าที่คุกคาม ทางเจ้าหน้าที่ได้มาตามตัวผม 2 รอบ และได้ทำการโทรไปข่มขู่กับทางผู้ปรกครอง ซึ่งเป็นเหตุให้นักเรียนบางส่วนที่ถูกคุกคาม(ตัวผมด้วย) ไม่อยากกลับเข้าไปในโรงเรียนนักเรียนบางส่วน ได้เขียนใบลาขอกลับบ้านที่ต่างจังหวัด และยังหวาดกลัวถึงอันตรายหรือบทลงโทษที่ทางเจ้าหน้าที่ หรือ ทางคุณครูในโรงเรียนจะทำ

และวันนี้ทางอาจารย์ได้กล่าวหาผมว่า ผมเป็นผู้ปลุกระดม หรือยุแยงปลุกปั่นให้นักเรียนของโรงเรียนมีการเรียกร้องสิทธิ์ อีกเรื่องหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ทำให้มีการเข้าใจผิดและโดนทางเจ้าหน้าที่มาพยายามติดต่อผ่านทุกช่องทาง เช่นทางผู้ปกครอง ซึ่งข้อมูลส่วนที่ให้ทางเจ้าหน้าที่ เป็นข้อมูลส่วนตัวของนักเรียนที่ไม่ควรนำมาเผยแพร่ อีกทั้งครูที่ได้นำข้อมูลมาให้ก็เป็นคุณครูที่ไม่เห็นด้วย(คุณครูที่เห็นด้วยและให้กำลังใจก็ยังมีอยู่นะครับ)

ทำให้วันนี้พอผมถึงบ้านทางผู้ปกครองได้โทรมาสอบถามข้อเท็จจริงกับเรื่องที่เกิดขึ้น และได้พูดคุยกัน แต่ถึงขณะนี้ตัวผมก็ยังรู้สึกไม่ปลอดภัย ซึ่งโรงเรียนก็เปรียบเหมือนบ้านหลังที่สองของเหล่านักเรียน แต่ตอนนี้ไร้ซึ่งความปลอดภัยและเป็นส่วนตัว ขอให้ช่วยแชร์หน่อยนะครับ ขอบคุณครับ หวังว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้กับโรงเรียนอื่น และไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้กับโรงเรียนที่กำลังจะจัดนะครับ #โตไปไม่โกง #โรงเรียนของเราน่าอยู่ #บ้านหลังที่สอง #ยุงลาย #กระดาษเปล่า #กระเบื้องบน

ผู้สื่อข่าวสัมภาษณ์กับน้องเอ(นามสมมุติ) หลังมีโพสต์ดังการมีการแชร์ออกไปเป็นวงกว้าง ยอดแชร์กว่า 1,400 ครั้ง ซึ่งน้องเอก็ได้เล่าให้กับทางผู้สื่อข่าวฟังว่า เมื่อวานที่ผ่านมาอาจารย์ได้มีการนัดตนเข้าไปพูดคุย เรื่องการนัดจัดกิจกรรมชูกระดาษเปล่า จึงได้ชี้แจงกับทางอาจารย์ว่าตนเองนั้นไม่มีส่วนรู้เห็นเกี่ยวข้องกับการกิจกรรมแต่อย่างใด ซึ่งทางอาจารย์ก็รับฟัง แต่ว่าทางอาจารย์นั้นได้นำชื่อของตนเข้าที่ประชุมเรียบร้อยแล้ว และสรุปออกมาว่าตนเองนั้นเป็นคนที่ปลุกปั่นยุยงให้จัดกิจกรรมดังกล่าว แต่ความเป็นจริงแล้วตนเองนั้นไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะมีการจัดกิจกรรมนี้ขึ้น

หลังจากเสร็จการประชุมนั้น ทางโรงเรียนก็ได้มีการกดกริ่งสัญญาณ และมีการประกาศว่าวันนี้จะมีการฉีดยุงในช่วงเวลา 13.00 น. ให้นักเรียนกลับบ้านก่อนเวลาดังกล่าว โดยก่อนหน้านี้ในที่ประชุม อาจารย์ได้เผลอหลุดปากออกมาว่า จะหาวิธีให้เด็กนักเรียนกลับบ้านก่อนเวลา 16.00 น. หลังจากนั้นนักเรียนก็ได้ทยอยกลับ และขณะที่ตนเองกำลังกลับนั้น ทางผู้ปกครองก็ได้โทรมาหาและบอกว่ามีเรื่องอยากจะคุยด้วย ซึ่งทางพ่อของตนนั้นก็ได้บอกว่าได้มีผู้ใหญ่ที่รู้จักกันโทรมา และบอกกับตนว่าเรื่องที่กำลังทำมันไม่ใช่เรื่องเล็กๆแล้วแต่มันคือเรื่องใหญ่ และเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน จึงได้บอกกับทางพ่อว่าจริงๆแล้วตนเองไม่ได้รู้เรื่องเกี่ยวกบัการจัดกิจกรรมดังกล่าวเลยแม้แต่น้อย แต่ไม่มีใครมาตามตัวที่บ้านแต่อย่างใด มีเพียงแค่เบอร์ปริศนาพยายามติดต่อมา และก็ไม่เข้าใจว่าทำไมทางอาจารย์จึงให้ข้อมูลส่วนตัวของเด็กนักเรียนให้กับทางเจ้าหน้าที่ เพราะว่ามีทั้งเบอร์โทรศัพท์ของตน เบอร์โทรของผู้ปกครอง ที่อยู่บ้าน ชีพ และเงินเดือน

นอกจากนี้ยังมีเพื่อนภายในโรงเรียนโดนเหตุการณ์เช่นเดียวกัน ประมาณ 3 คน หลังจากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นทางโรงเรียนก็ไม่ได้ออกมาพูดหรือว่าชี้แจงเกี่ยวกับกรณีที่เกิดขึ้นและทำให้ตนรู้สึกไม่ปลอดภัย ทางโรงเรียนจึงให้ตนพักและรู้สึกว่าโอเคเมื่อไหร่จึงกลับมาเรียนหนังสือตามปกติ

อุกอาจกลางห้าง! โจรควงปืนยาวชิงทอง 38 บาท มูลค่านับล้าน นาทีเดียวซิ่งกระบะหนี

โจรชุดดำฉายเดี่ยวควงปืนยาวบุกห้าง ชิงทองร้านเยาวราชได้ 38 บาท มูลค่านับล้าน ซิ่งรถกระบะหนี

วานนี้ (10 ส.ค.63) เมื่อเวลา 16.40 น. ร.ต.อ.วัชระ กรพิทักษ์  ร้อเวร สภ.ท่าตะโก ได้รับแจ้งจากร้านทางเยาวราช กรุงเทพฯ สาขาท่าตะโก  ตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้า สาขาเทศบาลท่าตะโก อำเภอท่าตะโก จังหวัดนครสวรรค์ ว่า เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยาวจี้ชิงทองรูปพรรณไปได้หนักกว่า 38 บาท จึงเดินทางรุดยังที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.สมบูรณ์ ทองลอย ผกก.สภ.ท่าตะโก รอง ผกก.สภ.ท่าตะโก สารวัตรป้องกันและปราบปราม สารวัตรสืบสวนสอบสวน เพื่อตรวจสอบยังที่เกิดเหตุเร่งสกัดจับคนร้ายทันที 

ในที่เกิดเหตุพบว่า ร้านทองที่ถูกชิงทรัพย์ ตั้งอยู่ห่างจากประตูทางเข้าออกของห้างไปประมาณ 30 เมตร ใกล้ร้านจำหน่าย ถุงห่อมะม่วง ถุงห่อผลไม้ โดยมีพนักงานขายทองให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ว่า คนร้ายเป็นชายรูปร่างสูง อายุประมาณ 40 ปี สวมเสื้อแขนยาวสีดำ กางเกงขายาว สวมมาสก์สีดำ ใช้รถยนต์กระบะสีขาว ยกสูง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จอดไว้ลานจอดรถหน้าร้าน จากนั้นคนร้ายก็เดินตรงเข้ามายังร้านทองดังกล่าว ในมือถือปืนยาวพรางด้วยผ้าสีขาวพันอาวุธปืนเดินเข้ามา บังคับพนักงานขายทองในร้านให้หยิบทองใส่ถุงส่งมาให้

หลังเกิดเหตุ ร.ต.อ.วัชระ กรพิทักษ์ ร้อยเวร สภ.ท่าตะโก ได้รับแจ้งรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.สมบูรณ์ ทองลอย ผกก.สภ.ท่าตะโก รอง ผกก.ปราบปราม รอง ผกก.สส. สว.สส.สว.ป. สภ.ท่าตะโก เร่งตรวจสอบในพื้นที่พร้อมระดมอาสาสมัคร สายตรวจ ตั้งจุดสกัดเส้นทางการหลบหนีทั่วทั้งอำเภอแต่ไร้วี่แวว 

พ.ต.อ.สมบูรณ์ กล่าวว่า เบื้องต้นได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และจากการตรวจสอบที่เกิดเหตุและกล้องจงจรปิด พบว่าคนร้ายได้จอดรถกระบะสี่ประตูสีขาว ใช้กระดาษปิดแผ่นป้ายทะเบียนไว้ จอดรถไว้หน้าห้างสรรพสินค้าห่างจากประตูห้างสรรพสินค้าไม่มากนักลักษณะเหมือนจะติดเครื่องยนต์ไว้ จากนั้นคนร้ายได้เดินถือปืนยาวที่ห่อด้วยผ้าสีขาว เดินตรงมาที่ร้านทองเยาวราชกรุงเทพ สาขาห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี ซึ่งตั้งอยู่ห่างประตูห้างสรรพสินค้า ประมาณ 30 เมตร ตรงมาหน้าเคาน์เตอร์โยนถุงผ้า พร้อมใช้อาวุธปืนยาวจี้บังคับพนักงานขายในร้าน ให้กวาดทองรูปพรรณใส่ถุงให้ไม่เช่นนั้นจะยิงให้ตาย

มือยิงบ่อนพระราม 3 ติดต่อมอบตัว ตำรวจล่าคนทำลายหลักฐาน เก็บกล้องวงจรปิดเหี้ยน!

หลังจากเพจ “Red Skull Forever” ได้เผยภาพสถานที่เกิดเหตุ จากกรณีที่มีเหตุยิงกันในบ่อนพระราม 3 ข้างร้านจำหน่าย กล่องกระดาษ และ กล่องกระดาษสำเร็จรูป พบชัดเจนว่ามีกล้องวงจรปิดหลายตัว และมีชายหลายรายกำลังเคลียร์สถานที่ มีการนำบันได ถือสว่าน และยกเก้าอี้ ในขณะที่ศพผู้ตายยังอยู่ในจุดเกิดเหตุ ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เนื่องจากก่อนหน้านี้ ตำรวจแถลงว่าภายในสถานที่เกิดเหตุไม่พบกล้องวงจรปิด

ล่าสุด (6 ส.ค.63) พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยความคืบหน้า เหตุการณ์ยิงกันภายในบ่อนย่านพระราม 3 ก่อนจะเดินทางไปชี้แจงคณะกรรมาธิการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร กับกรณีที่เกิดขึ้นว่า ผลการตรวจสอบของคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง เบื้องต้นพบว่าสถานที่เกิดเหตุเป็นบ่อนการพนันจริง และทราบว่าเปิดมาระยะหนึ่งแล้ว แต่จะเปิดมานานเท่าไหร่นั้นอยู่ระหว่างตรวจสอบย้อนหลัง

ส่วนคลิปหลังเกิดเหตุภายในบ่อนที่มีการขนของและหรือย้ายกล้องวงจรปิดนั้น ก็ได้สั่งการให้เร่งติดตามตัวคนเพราะถือว่าเป็นการทำลายพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ ก่อนเจ้าหน้าที่ไปถึง ซึ่งขณะนี้พอรู้เบาะแสแล้วอยู่ระหว่างติดตามตัวตัว อีกทั้งยังกำชับให้เร่งติดตามผู้ที่ยิงนายถาวร สีสด คู่กรณีของพันตำรวจตรีวัทธเศรษฐ์ สำเนียงประเสริฐ จนเสียชีวิต เบื้องต้นทราบเบาะแสะแล้วเช่นกัน อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอศาลอนุมัติหมายจับ อย่างไรก็ตามจะมาชี้แจงกับสื่อมวลชน หลังจากที่เขาชี้แจงกับคณะกรรมาธิการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ต่อไป

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวมีรายงานว่า เมื่อวานนี้ ผู้ก่อเหตุ คือ นายบอย บ้านครัว (ฉายาในวงการพนัน) ได้ติดต่อประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อขอเข้ามอบตัว พร้อมนำอาวุธปืนที่ไช้ก่อเหตุยิงนายถาวร สีสด อายุ 51 ปี เสียชีวิตภายในบ่อนการพนันย่านพระราม 3 ซอย 66 มามอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดย จากการสอบถามเบื้องต้น นายบอย ให้การว่า เป็นการยิงป้องกันตัวจากนายถาวร เพราะขณะเกิดเหตุ นายถาวรยิงปืนส่ายไปมา หากไม่ยิงสกัดอาจทำให้มีคนเสียชีวิตมากกว่านี้ ซึ่งก็สอดคล้องกับการตรวจสอบวิถีกระสุนของเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ที่พบว่าลักษณะการยิง เป็นรูปแบบสะเปะสะปะ ส่วนผู้ก่อเหตุมีคนเดียวหรือไม่ ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างการติดตามตัวบุคคลที่ปรากฎในคลิปคืนเกิดเหตุ ที่ช่วยกันขนย้ายสิ่งของ และถอดกล้องวงจรปิดจากที่เกิดเหตุ ก่อนแจ้งตำรวจท้องที่

ด้าน พล.ต.ต.สหรัฐ ศักดิ์ศิลปชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เรียกพนักงานสอบสวนชุดคลี่คลายคดียิงเสียชีวิต 4 ศพ ในบ่อนเฮียตี้ย่านพระราม 3 หลังได้รับมอบหมายจาก พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ระบุว่า ผบช.น.สั่งให้ดูแลการสอบสวนในคดีนี้ พร้อมสั่งการให้รวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด โดยจะมีการไปสอบปากคำพยานที่ได้รับบาดเจ็บ ที่ขณะนี้กำลังรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล อีกทั้งได้สั่งให้ตรวจสอบในทุกประเด็นที่สังคมสงสัย ทั้งผู้ที่ถอดกล้องวงจรปิด และผู้ที่ขนย้ายสิ่งของในจุดเกิดเหตุหลบหนี โดยในขณะนี้ได้ประสานฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่ติดตามรวบรวมหลักฐานให้ได้มากที่สุด

โดยในขั้นตอนการสืบสวนสอบสวนจะแยกคดีที่เกิดขึ้นให้ชัดเจน เช่น กรณีมีที่การเปิดบ่อนพนันหรือไม่ และกรณีที่มีการยิงกันจนเสียชีวิต ส่วนที่มีกระแสข่าวพันตำรวจโทอักษรย่อซอโซ่ เข้ามาพัวพันกับบ่อนพนันดังกล่าวนั้น ตนก็ไม่รู้สึกหนักใจอะไร

ทั้งนี้ ทางชุดสอบสวนได้รับการประสานจากนายบอย ซึ่งคาดว่าเป็นผู้ใช้อาวุธปืนยิงนายถาวร ว่าจะขอเข้าพบพนักงานสอบสวน แต่ในขณะนี้นายบอยยังไม่ปรากฎตัวแต่อย่างใด

“ไทรอัมพ์” โร่ชี้แจง ไม่เกี่ยวโรงงานที่นครสวรรค์ ลอยแพ 753 ชีวิต

ไทรอัมพ์ ร่อนสารชี้แจงด่วน ไม่เกี่ยวข้องกับโรงงานสิ่งทอนครสวรรค์ ที่ปิดกะทันหันลอยแพพนักงาน 753 คน หลังขายโรงงานไปตั้งแต่ปี 59

นางสาววันอาสาฬ์ ทีปังกร ผู้อำนวยการฝ่ายพาณิชย์ บริษัท ไทรอัมพ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าแบรนด์ชุดชั้นในไทรอัมพ์ ได้ออกเอกสารชี้แจงว่า ทางบริษัทไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับบริษัท บอดี้ แฟชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิต ซองไปรษณีย์พาสเทล และ ซองไปรษณีย์สีพาสเทล ตามที่เป็นข่าวอยู่ในขณะนี้

ทั้งนี้ Triumph ขอยืนยันว่า บริษัทไม่มีฐานการผลิตในประเทศไทย และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้น กับการปลดพนักงานตามที่เป็นข่าว

โดย บริษัทไทรอัมพ์ได้ขายการผลิต Body Fashion Thailand (BFT) ในประเทศไทย ให้กับผู้ประกอบการสิ่งทอ และเครื่องนุ่งห่ม นายโรเบิร์ต อึ้ง ตั้งแต่เดือนมกราคม 2559

ขณะที่ นายโรเบิร์ต อึ้ง เป็นเจ้าของกลุ่มบริษัทสิ่งทอระดับสากล ประกอบไปด้วย บริษัทในเครือกว่าสามสิบบริษัท และแบรนด์ อาทิเช่น Hanro หรือ Huber Trikot ซึ่งในขณะนั้นเครือข่ายของนายโรเบิร์ต อึ้ง เป็นผู้ผลิตหลัก ที่มีความน่าเชื่อถือ ให้กับไทรอัมพ์เป็นเวลาต่อเนื่องหลายปี โดยเครือข่ายมีโรงงานสองแห่งตั้งอยู่ที่อำเภอบางพลี จังหวัดกรุงเทพมหานคร และจังหวัดนครสวรรค์

การตัดสินใจถอดศูนย์การผลิตในประเทศไทยเมื่อปี 2559 ของไทรอัมพ์ เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ระยะยาว ในการปรับโครงสร้างห่วงโซ่การผลิตทั่วโลกของบริษัท เพื่อให้บริษัทสามารถมุ่งเน้นไปที่ลูกค้า และความท้าทายทางการตลาดต่างๆ ได้มากขึ้น

และด้วยมาตรการเดียวกันนี้ ไทรอัมพ์ได้ถอนฐานการผลิตในแถบทวีปยุโรปทั้งหมด ออกเช่นเดียวกัน สำหรับประเทศไทย พนักงานและผู้บริหารทั้งหมด 2,757 คน ถูกเข้าถือช่วงกิจการต่อ โดยไม่มีการปลดพนักงานหรือผู้จัดการใดๆ ออก