คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าววงการไปรษณีย์

ญาติใคร? ชาย 69 ปี ขี่จยย.ชนท้ายหมดสติ พบลอตเตอรี่ 121 ใบ ถูกรางวัลเกือบ 3 แสน

กู้ภัยประกาศตามหาตัวญาติชายวัย 69 ปี ขี่จยย.ชนท้าย นอนหมดสติคาที่ ที่รถพบสลากกินแบ่งรัฐบาลจำนวน 121 ใบ ถูกรางวัลกว่า 3 แสนบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (19 ต.ค.) เมื่อเวลา 12.00 น. ได้รับการประสานจาก นายไพรัช รัตนบุญเกตุ อายุ 40 ปี เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู ว่าเมื่อช่วงเช้ามืด เวลา 05.30 น. วันนี้ (19 ต.ค.) ได้รับแจ้งเหตุมีรถ จยย.ชนท้ายรถ จยย. ที่เกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 ราย อีก 2 รายได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เหตุเกิดบริเวณใต้ทางด่วน ถนนงามวงศ์วาน ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี ฝั่งมุ่งหน้าแยกแครายเเถวย่าน โรงงานผลิตกล่องกระดาษ กล่องกระดาษสำเร็จรูป

ที่เกิดเหตุรถ จยย.ยี่ห้อแพนทอม สีดำ ทะเบียน 530 กทม. ทราบผู้ขับขี่คือ นายวิพร อายุ 69 ปี นอนหมดสติอยู่กลางถนน ได้รับบาดเจ็บ  เจ้าหน้าที่จึงปฐมพยาบาลเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า

จากการตรวจสอบใต้เบาะรถ จยย.ของผู้ได้รับบาดเจ็บ พบสลากกินแบ่งรัฐบาลจำนวน 121 ใบ ซึ่งเป็นสลากที่ถูกรางวัลทั้งหมด เป็นเลขท้าย 2 ตัว คือเลข 38 และถูกเลขท้าย 3 ตัวหน้าและ 3 ตัวท้ายหลังของงวดวันที่ 16 ต.ค. ที่ผ่านมา คิดเป็นมูลค่าเกือบ 3 แสนบาท จึงได้ทำบันทึกส่งมอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการบันทึกเป็นหลักฐาน 

ส่วนรถ จยย.คู่กรณีเป็นรถ จยย.ยี่ห้อยามาฮ่า สีน้ำเงิน ไม่ทราบรุ่นและทะเบียน ผู้ขับขี่และผู้ซ้อนท้ายเป็นหญิง 2 ราย ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย

นายไพรัช เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู ชี้จุดเกิดเหตุนายไพรัช เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู ชี้จุดเกิดเหตุ
นายไพรัช เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู กล่าวว่า ในตอนนี้ยังไม่ทราบว่า นายวิพร ผู้ได้รับบาดเจ็บอาการเป็นอย่างไร ทางครอบครัวทราบเรื่องแล้วหรือยัง จึงอยากฝากให้ทางญาติของผู้ได้รับบาดเจ็บเดินทางไปติดต่อกับร้อยเวรเจ้าของคดีหรือที่โรงพยาบาล เพื่อขอรับสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ถูกรางวัลทั้งหมดด้วย

ซึ่งตนคาดว่านายวิพรน่าจะเป็นยี่ปั้วที่รับซื้อสลากกินแบ่งที่ถูกรางวัลเลขท้ายสองตัวสามตัว ระหว่างที่ขับขี่รถ จยย.เพื่อจะนำสลากกินแบ่งที่ถูกรางวัลมาขึ้นเงินที่กองสลากแต่เช้ามืด ก็มาประสบอุบัติเหตุเสียก่อน

ผู้โดยสารสาวคลั่งรัดคอคนขับแท็กซี่ รถเสียหลักหัวทิ่มคลอง ยังอาละวาดไม่หยุด

สาวคลั่งนั่งแท็กซี่มาดีๆ พุ่งรัดคอคนขับจนรถเสียหลักตกคลอง กระโดดลงไปซ่อนในพงหญ้า บริเวณหลังโรงงานผลิต ถุงฟอยด์ ถุงเมทัลไลท์ ท่าทางเหมือนเมายา

(20 ต.ค.63) เมื่อเวลา 20.00 น. ร.ต.อ.ศุภฤกษ์ อัศวภูมิ รองสว.(สอบสวน) สภ.บางบัวทอง รับแจ้งเหตุผู้โดยสารคลุ่มคลั่งพยายามจะทำร้ายคนขับแท็กซี่ เหตุเกิดบนถนนสะพานนนทบุรี-บางบัวทอง ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี จึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและชุดปราบปราม มูลนิธิร่วมกตัญญู รีบรุดไปตรวจสอบ

พบรถแท็กซี่ โตโยต้า รุ่นอัลติส สีขาว-ชมพู สภาพเสียหลักหัวรถทิ่มตกลงข้างทาง โดยคนขับคือนายประสิทธิ์ อายุ 52 ปี ยืนหน้าตาตื่นอยู่ข้างรถ พร้อมบอกว่าผู้โดยสารเป็นหญิงลักษณะเหมือนเมายา ที่พยายามทำร้ายตน กระโดดหนีลงไปในคลองซ่อนตัวในพงหญ้า เจ้าหน้าที่จึงเรียกให้ขึ้นมา

โดยหญิงสาวโผล่ขึ้นมาในสภาพหมดแรง นอนคว่ำหน้าทราบชื่อต่อมาคือ น.ส.กนกวรรณ อายุ 40 ปี จึงรีบนำตัวส่ง รพ.บางบัวทอง ตลอดเวลานางสาวกนกวรรณ ก็ยังอาละวาด พูดจาเพ้อเจ้อต่างๆ นานา อีกทั้งเมื่อมาถึงโรงพยาบาลยังทำลายข้าวของ

สอบถามนายประสิทธิ์ คนขับแท็กซี่ เล่าว่า ตนขับรถมาถึงวัดสวนแก้ว ของพระพยอม มีเจ้าหน้าที่ตำรวจโบกรถตนให้พานางกนกวรรณ ไปส่งลำลูกกา คลอง 2 จ.ปทุมธานี ระหว่างทางก็นั่งเฉยๆ แต่แล้วจู่ๆ ก็ตะโกนใส่ตนว่า “มึงตายซะ” จากนั้นเอาสายกระเป๋ารัดคอตนจนหายใจไม่ออก แล้วยังกัดหูตนอย่างแรง ตนจึงกัดมือเพิ่ือให้เขาปล่อยจังหวะนั้นรถก็เสียหลักจนเกือบตกคลอง น.ส.กนกวรรณ จึงเปิดประตูก่อนกระโดดลงไปในคลอง ตนจึงโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนมาถึงที่เกิดเหตุแล้วนำตัวส่งโรงพยาบาล ซึ่งเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สอบสวนนางสาวกนกวรรณอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยให้แพทย์ตรวจร่างกายก่อน หากพบว่ามีสารเสพติดในร่างกาย ก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ผู้การกาฬสินธุ์เผย ใกล้รู้ตัวคนทำ ด.ช.วัย 3 ขวบ เสียชีวิตปริศนาแล้ว

ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์เผยตำรวจยังคงลงพื้นที่ สางคดีเด็กชายวัย 3 ขวบ เสียชีวิตปริศนาอย่างต่อเนื่อง เบื้องต้นคาดเป็นคนใกล้ชิดและใกล้ตัวรู้คนทำแล้ว รอเพียงผลชันสูตรแพทย์ยืนยัน เพื่อนำมาพิจารณาในการขออนุมัติหมายจับต่อไป 

จากกรณีเจ้าหน้าที่อายัดศพ ด.ช.เอ (นามสมมุติ) อายุ 3 ขวบ 5 เดือน ชาว อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ ก่อนส่งไปผ่าชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียด หลังพบบาดแผลขัดแย้งกับการสอบประวัติผู้ป่วยก่อนเสียชีวิต โดยเฉพาะหน้าผากมีอาการบวมปูด ขอบตาบวมมีรอยเขียวช้ำ และกระดูกข้อต่อบริเวณศอกแขนข้างซ้ายหลุด สงสัยว่าเด็กอาจถูกทำร้ายร่างกายหรือไม่ กระทั่งนายทรงพล ใจกริ่ม ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ และ พล.ต.ต.สมนึก มิควาฬ ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์สั่งการให้ตรวจสอบและหาสาเหตุการเสียชีวิตให้กระจ่างชัดโดยเร็วที่สุด ขณะที่ตำรวจเข้าเก็บหลักฐานและเรียกแม่แท้ๆและพ่อเลี้ยงมาสอบปากคำ เบื้องต้นให้การว่าเด็กลื่นล้มในห้องน้ำ

ล่าสุดเมื่อ‪เวลา 09.00 น.วันที่ 16 ตุลาคม 2563 พล.ต.ต.สมนึก มิควาฬ ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.กุฉินารายณ์ นำโดย พ.ต.อ.สมชาย ภูกองชนะ ผกก.สภ.กุฉินารายณ์ ได้ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งทาง พล.ต.ท.ยรรยง เวชโอสถ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ได้กำชับและส่งทีมสืบสวนภาค 4 ลงพื้นที่เพื่อร่วมกันคลี่คลายคดี ล่าสุดคดีมีความคืบหน้าไปพอสมควร ซึ่งหลังจากได้ข้อมูลจากทางแพทย์เบื้องต้นสาเหตุน่าจะเกิดจากกระทำของคนจนเด็กเสียชีวิต อีกทั้งจากการลงพื้นที่แกะรอยข้อมูลจากกล้องวงจรปิด และโทรศัพท์แล้วนำมาเชื่อมโยงกับเหตุการณ์

พล.ต.ต.สมนึก กล่าวอีกว่า ทั้งนี้จากข้อมูลในการลงพื้นที่พบว่ามีความขัดแย้งกับคำให้การของพยานและญาติหลายคน โดยเฉพาะ แม่ พ่อเลี้ยงประกอบอาชีพอยู่โรงงาน ซองไปรษณีย์พลาสติก ถุงไปรษณีย์พลาสติก และยายของเด็กไม่ตรงกัน ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่พบข้อมูลสำคัญจากกล้องวงจรปิดพบมีการพาเด็กไปสถานที่จุดหนึ่งก่อนจะเสียชีวิต ซึ่งจะแกะรอยตามและเก็บหลักฐานเพิ่ม อย่างไรก็ตามขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงรอผลการชันสูตรอย่างเป็นทางการจากแพทย์ คาดว่าจะรู้ตัว และรู้สาเหตุในเร็วๆนี้  โดยเบื้องต้น คาดว่าน่าเป็นคนใกล้ชิดที่ทำให้เด็กเกิดบาดแผล มีอาการบาดเจ็บ จนทำให้เสียชีวิตดังกล่าว อาจจะเป็นการตั้งใจ หรือไม่ตั้งใจก็ตามต้องมีการพิสูจน์ ซึ่งตำรวจจะประสานกับแพทย์ พร้อมกับสอบปากคำ เพื่อนำมาพิจารณาในการของอนุมัติออกหมายจับต่อไป 

หวิดดับ! คุณป้าขับรถไม่แข็ง ถอยหลังตกคลองจมเกือบมิดคัน เดชะบุญเปิดกระจกไว้

คุณป้าขับรถไม่แข็ง ถอยหลังตกคลองจมเกือบมิดคัน รถถูกน้ำพัดไปติดสะพาน เปิดกระจกไว้เลยหนีรอด

(10 ต.ค.63) เจ้าหน้าที่กู้ภัยฮุก 31 จุดปักธงชัย ได้รับแจ้้งเหตุรถเก๋งตกคลอง หลังโรงงานผลิต ถุงฟอยด์ ถุงเมทัลไลท์ ที่หน้าสำนักสงฆ์บ้านหนองกระสอบ ต.ดอน อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา จึงไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบ รถเก๋ง ฮอนด้า ซิตี้ สีขาว ทะเบียน 2152 นครราชสีมาตกลงไปในคลองน้ำ จมเกือบทั้งคัน เหลือเพียงช่วงท้ายของรถ ที่โผล่พ้นน้ำขึ้นมา สภาพรถถูกกระแสน้ำพัดติดอยู่กับสะพานไม้ที่ใช้ข้ามคลอง โชคดีที่ไม่มีผู้ได้อันตราย

จากการสอบถามผู้ขับรถคันดังกล่าวเป็นหญิงอายุ 50-60 ปี กำลังจะถอยรถออกมาจากซอยใกล้กับคลองน้ำ และเนื่องจากไม่ชำนาญในการขับรถ พร้อมกับขณะนั้นมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องทำให้ถนนลื่น จึงพลาดถอยหลังตกคลองน้ำ โชคดีที่ยังเปิดกระจกด้านข้างไว้ขณะที่ถอย เมื่อรถตกลงคลองน้ำจึงปีนออกมาจากตัวรถได้ทัน ก่อนที่รถจะจมน้ำ จากนั้นรถได้ถูกน้ำพัดไปติดกับสะพานไม้ เจ้าหน้าตรวจสอบร่างกายคนขับไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด 

จบแล้ว ก๊าซแอมโมเนียโรงงานน้ำแข็งเขาค้อรั่ว เจ้าหน้าที่ปิดวาล์วสำเร็จ

สถานการณ์โรงงานเขาค้อก๊าสแอมโมเนียรั่วยุติแล้ว หลังใช้เวลาราว 10 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ปิดวาล์วสำเร็จ

ความคืบหน้ากรณีโรงงานผลิต ถุงห่อมะม่วง ถุงห่อผลไม้ ต.แคมป์สน อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ เกิดเหตุการณ์ก๊าสแอมโมเนียรั่วไหล จนต้องมีการระดมเจ้าหน้าที่พร้อมรถดับเพลิง 7 คัน สับเปลี่ยนกันเข้าฉีดละอองน้ำ เพื่อจะควบคุมสถานการณ์ตั้งเมื่อช่วงเย็นวานนี้ (7ต.ค.)

หลังจากตรวจสอบพบว่าสาเหตุที่ทำให้ก๊าสแอมโมเนียรั่วไหลเกิดจากวาล์วปิดเปิด ที่บริเวณถังเก็บก๊าสขนาดราว 1 ตันเกิดการชำรุดจนไม่สามารถซ่อมแซมได้ ขณะเดียวกันทางสำนักงานป้องกันบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เขต 9 ยังจัดส่งรถหุ่นยนต์ ร่วมสนับสนุนการฉีดละอองน้ำ เพื่อลดความเข้มข้นพร้อมลดการฟุ้งกระจายของสารแอมโมเนียที่รั่วกระจายออกมาอีกด้วย

กระทั่งเมื่อเวลา 24.00 น.ของคืนที่ผ่านมา ทางคณะเจ้าหน้าที่ซึ่งนำโดย นายภาคภูมิ ภูมี นายอำเภอเขาค้อ สามารถควบคุมสถานการณ์จนกลับสู่ภาวะปกติได้สำเร็จ โดยเจ้าหน้าที่สามารถปิดวาล์วที่ถังก๊าสได้ รวมระยะเวลาราว 10 ชั่วโมง สำหรับการเข้าระงับเหตุการณ์ความปั่นป่วนที่เกิดจากก๊าสแอมโมเนียโรงน้ำแข็งยั่งยืนเขาค้อรั้วไหลในครั้งนี้

นายภาคภูมิ ภูมี นายอำเภอเขาค้อ กล่าวว่า หลังจากสารแอมโมเนียเริ่มเบาบางลง ทางเจ้าหน้าที่จึงเข้าไปทำการปิดวาล์วที่ถังก๊าสได้สำเร็จ โดยถังก๊าสที่ 1 ก๊าสได้รั่วกระจายไปจนหมดถัง ส่วนถังที่ 2 ก๊าสรั่วจนเริ่มเบาบางลง อย่างไรก็ตาม ในเช้าวันนี้ ทางทีมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะเข้าตรวจสอบ พร้อมประเมินความเสียหายและผลกระทบโดยละเอียดอีกครั้ง

ทั้งนี้ มีรายงานถึงความเสียหายในเบื้องต้นว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 ราย ได้แก่ พนักงานลูกจ้างโรงงานน้ำแข็งและเจ้าหน้าที่รปภ.ที่ช่วยระงับเหตุ ขณะเดียวกันมีการอพยพราษฎรในรัศมี 300 เมตร จำนวน 48 ราย ไปพักที่วัดแคมป์สน ส่วนสาเหตุก๊าสแอมโมเนียรั่วไหล เกิดจากรอยรั่วจากวาล์วถังก๊าซในโรงงานขนาดบรรจุประมาณ 2 ตัน ตรวจสอบแล้วไม่สามารถปิดได้เนื่องจากชำรุดเสียหาย

เจ้าของรถสุดแค้นมอเตอร์ไซค์หาย ตามสืบเองจากชลบุรีถึงแพร่ ล็อกคนร้ายส่งตำรวจ

ตำรวจบอกให้ไปหาหลักฐานก็หาจนเจอ สืบจนรู้ว่าหนีไปไหน สุดท้ายเจ้าของรถต้องไปจับโจรกันเอง

(28 ก.ย.63) ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งแชร์คลิปเจ้าของรถจักรยานยนต์ที่ได้ออกตามหารถของตนเอง ซึ่งได้หายไปจากที่ทำงานใน จ.ชลบุรี ใช้เวลา 5 วัน จนสามารถตามจับกุมคนร้ายได้ที่ จ.แพร่ โดยตั้งแต่รถหายก็ตามสืบและจับเอง ก่อนนำตัวมาส่งพนักงานสอบสวนเจ้าของพื้นที่ที่เกิดเหตุ 

ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยังผู้เสียหายเพื่อติดต่อเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดย ทางด้าน นางณัฐพร 33 ปี ภรรยาเจ้าของรถ กล่าวว่าสามีคือ นายทองใบ อายุ 32 ปี เมื่อวันที่ 21 กันยายน 63 ขณะที่กำลังทำงานประกอบ กล่องกระดาษ กล่องกระดาษสำเร็จรูป คนร้ายซึ่งเป็นคนในหมู่บ้านได้เข้ามาขอยืมรถ แต่ไม่ได้ให้ยืมและไม่ได้สนใจอีก มารู้อีกทีตอนรถหายไป โดยเบื้องต้นก็คาดว่าคนร้ายเป็น นายพิชญะ อายุ 19 ปี คนที่มาขอยืมรถ จึงออกตามหา ถามเพื่อนของคนร้ายก็ไม่ทราบ จึงออกตระเวนตามสถานที่ ที่คาดว่าคนร้ายไปก็ไม่พบ

จากนั้นได้ตัดสินใจแจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ทางเจ้าหน้าที่กลับให้ไปหาหลักฐานเพิ่มเติม จึงกลับไปหาจนเจอกล้องวงจรปิดบันทึกภาพคนร้ายกับรถจักรยานยนต์ของตนที่หายไป จึงนำหลักฐานไปให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ และออกหาข้อมูลเพิ่มเติม จนทราบว่าคนร้ายนั้นหลบหนีไปที่ จ.แพร่

โดยทาง ผกก. ได้สั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ไปตามตัว แต่เนื่องจากยังไม่มีหมายจับจึงไม่กล้าไปจับ ทางตนจึงตัดสินใจเดินทางไปกับพี่ชายและแฟน ก่อนที่จะตามจับตัวคนร้ายไว้ได้ ก่อนนำมาให้ตำรวจดำเนินคดี

แต่เบื้องต้นตำรวจได้ดำเนินคดีข้อหาเสพยาเสพติด ส่วนรถจักรยานยนต์นั้นทราบว่าหลังก่อเหตุได้ขับหนีไปทางจันทบุรี แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จังหวัดระยองจับกุมและตรวจยึดรถไว้ 

ชื่นชมช่างสักฝีมือดี แก้ไขรอยสักรูปงูเขียวหัวโม่ง เป็นพญานาคสวยงาม

ลูกค้าสาวดีใจ ช่างโจ้-ร่มไม้ แทททู อาสาแก้รอยสักให้ใหม่

กรณีหญิงสาวชาว จ.นครศรีธรรมราช ร้องเรียนผ่านสื่อออนไลน์ เกี่ยวกับผลงานของช่างสักชื่อดัง ข้างร้านจำหน่าย ถุงห่อมะม่วง ถุงห่อผลไม้ ที่มีความผิดเพี้ยนไปจากรูปต้นแบบ จากเดิมที่ต้องการสักรูปพญานาค แต่กลับได้รอยสักคล้ายงูเขียวหัวโม่ง ซ้ำฝ่ายภรรยาของช่างสักยังโพสต์ต่อว่าลูกค้าสาวรายนี้จนทำให้เกิดความเสียหาย เรื่องราวดังกล่าวเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ตามมาอย่างมาก

ล่าสุด ช่างโจ้ จาก ร่มไม้ แทททู สตูดิโอ เสนอตัวผู้เป็นแก้ไขรอยสักให้กับลูกค้าสาว โดยขนอุปกรณ์จากกรุงเทพฯ เดินทางไปยัง จ.นครศรีธรรมราช และใช้เวลาแก้ไขงานสักนานหลายชั่วโมง กระทั่งมีการเปิดเผยภาพ ผลงานรอยสักรูปพญานาคที่ได้รับการแก้ไขอย่างสวยงาม สร้างความประทับใจให้กับผู้ที่ติดตามข่าวอย่างมาก

พี่ชายโหดบุกทำร้ายนักเรียน 3 คน ในโรงเรียน หลังน้องสาวกลับมาฟ้องว่าถูกเพื่อนแกล้ง

น้องสาวกลับบ้านมาฟ้องว่าเพื่อนแกล้ง พี่ชายบุกคิดบัญชีถึงโรงเรียน ทำร้ายนักเรียนหญิง-ชาย 3 คน ได้รับบาดเจ็บ

(21 ก.ย.63) ที่หน้าสถานีตำรวจภูธรเมืองสตูล นางสาวรอนาตี พนักงงานจำหน่าย ถุงฟอยด์ ถุงเมทัลไลท์ อายุ 23 ปี ได้พาน้องสาวคือ นางสาวฟา (นามสมมติ) อายุ 15 ปี พร้อมด้วยเพื่อนๆ ของน้องสาว ที่โดนทำร้ายร่างกายเช่นกันคือเด็กชายอายุ 14 ปี และเด็กหญิงอายุ 13 ปี ซึ่งโดนนายวรวุฒิเข้ามาตบตีชกต่อยท้อง และจับหัวโขกกระแทกกับพื้นถนน เหตุดังกล่าวนี้เกิดขึ้นภายในโรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอเมือง จังหวัดสตูล

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน สภ.เมืองสตูล ได้นำตัว นายวรวุฒิ อายุ 23 ปีมาที่สถานีตำรวจเพื่อสอบปากคำ และนำไปตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด ทั้งนี้นายวรวุฒิยอมรับว่า ตบตีเด็กเยาวชนทั้ง 3 จริง เพียงแต่ด้วยความโมโหที่ทั้ง 3 คนรังแกน้องสาว แต่ไม่ได้ทำรุนแรงถึงขนาดที่เจ้าตัวบอกว่า ตบต่อย ท้องและกดหัวลงพื้นที่ พร้อมต่อสู้ในชั้นศาลต่อไป

นางสาวฟา อายุ 15 ปี ผู้ที่โดนทำร้ายร่างกาย เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ตนเองเล่นกับเพื่อนๆ ในโรงเรียนเมื่อช่วงวันเสาร์ที่ผ่านมา หนึ่งในนั้นคือ นางสาววี (นามสมมติ) น้องสาวของนายวรวุฒิ โดยเล่นหยอกล้อกัน และเกิดมีปากเสียงกันถึงขั้นตบตี นางสาวฟามีปากเสียงกับนางสาววี โดยนางสาวีร้องไห้วิ่งกลับบ้านไปฟ้องพี่ชาย 

จากนั้นนายวรวุฒิก็ได้ขับรถมายังโรงเรียน ซึ่งตอนนั้นนางสาวฟาก็ไม่ได้วิ่งหนีแต่อย่างใด พี่ชายของอีกฝ่ายได้ลงมา ต่อยหน้า จิกหัว จับหัวนางสาวฟาฟาดอย่างแรงกับพื้น หลังจากนั้นก็ได้มีการข่มขู่ว่าไม่ให้ไปแจ้งความ หากเจออีกรอบหน้าจะเอาให้ตาย และผู้ก่อเหตุยังได้ไปทำร้ายร่างกายเพื่อนของนางสาวฟาอีก 2 คน ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน

สาวมือแทงเพื่อนบ้าน เผยชนวนเหตุฆ่ากันตาย ฟางเส้นสุดท้ายถูกด่าว่า “ขายตัว”

สองสาวคู่อริเปิดศึกคนหนึ่งตายอีกคนเจ็บ ผู้ก่อเหตุสารภาพ อารมณ์ไม่ดีที่ทะเลาะกับแฟน ยังถูกผู้ตายหาว่าขายตัว

สืบเนื่องจากวานนี้ (18 ก.ย.63) นางสาวแสงจันทร์ อายุ 45 ปี ถูกนางสาวรัศมี อายุ 37 ปี ใช้มีดปลายแหลมแทงเข้าที่บริเวณหน้าท้อง หลังทั้งสองคนมีปากเสียงและใช้อาวุธมีดฟันกัน หน้าห้องพักภายในซอยหนองหล่ม ข้างโรงงานผลิต ซองไปรษณีย์พลาสติก ถุงไปรษณีย์พลาสติก เลขที่ 248 หมู่ 11 ต.เมือง อ.เมืองเลย โดนผู้ก่อเหตุได้หลบหนีไปก่อนตัดสินใจเดินกลับมามอบตัวกับตำรวจ

ล่าสุด พ.ต.ท.พรชัย  ประพิณ สว.(สอบสวน) สภ.เมืองเลย จ.เลย ได้นำตัวนางสาวรัศมี อายุ 37 ปี มาสอบปากคำเพิ่มเติมถึงเหตุจูงใจที่มีการทะเลาะวิวาทจนนำไปสู่การใช้อาวุธมีดฟันกันจนนางสาวแสงจันทร์ คู่กรณีเสียชีวิต ซึ่งนางสาวรัศมี ผู้ก่อเหตุเปิดเผยว่า ตนเองรู้จักกับผู้ตายผิวเผิน มีคนแนะนำตนเองให้มาเช่าห้องที่นี่ ซึ่งจากการพูดคุยกันไม่กี่ครั้งเหมือนนิสัยไปกันไม่ได้ ต่างคนต่างอยู่มากกว่า ซึ่งวันที่เกิดเหตุตนเองมีปัญหากับแฟน จากนั้นเดินผ่านหน้าห้องของผู้ตายที่อยู่ถัดไปอีก 2 ห้อง ผู้ตายกล่าวหาว่าไปมองหน้าเขา ซึ้งตอนนี้ตนกำลังทะเลาะกับแฟนและอยู่ในอารมณ์ที่โมโห จึงตอบกลับไปว่าถ้าไม่ให้มองหน้าก็กลับเข้าห้องไป มีธุระอะไรหรือเปล่า เรากำลังทะเลาะกับแฟน ถ้าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องก็กลับห้องไป

จากนั้น ผู้ตายเกิดความโมโหจึงไปคว้ามีดมา และได้ยินจากปากผู้ตายกล่าวหาว่าตนไปขายตัวที่แคมป์ ซึงก่อนหน้าไม่รู้เรื่องนี้มาก่อนเลย คำว่าขายตัวทำให้ความโกรธของตนถึงจุดเดือด ผู้ตายเอามีดพร้ามาท้าทาย ส่วนตนเองก็ถือมีดปลายแหลม จนมีการทะเลาะวิวาทใช้มีดฟันและแทงกันตามในคลิปกล้องวงจรปิด หลังเกิดเรื่องญาติที่อยู่รังสิตกำลังอยู่ระหว่างเดินทางมาที่โรงพัก เพื่อขอประกันตัวและยังไม่ทราบว่าต้องใช้หลักทรัพย์เท่าไหร่

พ.ต.ท.พรชัย ประพิณ สว.(สอบสวน) สภ.เมืองเลย จ.เลย นำตัวนางสาวรัศมี แสงพันธ์ อายุ 37 ปี มาสอบปากคำเพิ่มเติม และมีการแจ้งข้อกล่าวหา “ฆ่าผู้อื่น” และจะมีการส่งฝากขังเช้าวันพรุ่งนี้

เมียนมาเคอร์ฟิว อ.เมียวดี หลังยอดป่วยโควิด-19 พุ่ง เจอเด็กติดเชื้ออ้างกลับจากอยุธยา

เมียวดีประกาศเคอร์ฟิวหลังยอดติดเชื้อพุ่งวันละกว่า 200 ราย พบเด็กชาย 2 ขวบติดเชื้อโควิด-19 เดินทางมาจากอยุธยา  

(16 ก.ย.63) สถานการณ์โรคโควิด-19 ในประเทศเมียนมายังคงน่าเป็นห่วง  รายงานสถานการณ์ยอดผู้ติดเชื้อประจำวันที่ 15 กันยายน 2563 เมียนมาอยู่ในลำดับที่ 133  มีผู้ติดเชื้อ 3,195 ราย เพิ่มขึ้น 263 ราย เสียชีวิต 32 ราย เพิ่มขึ้น 12 ราย รักษาหาย 790 ราย

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2563 นายเพียวส่อโก่โก่ นายอำเภอเมียวดี สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ตรงข้ามพื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก เซ็นประกาศคำสั่งภายใต้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ไม่อนุญาตให้ประชาชนออกนอกบ้านตั้งแต่เวลา 24.00 น.- 04.00 น. ไม่ว่าจะเดี่ยวหรือกลุ่ม เว้นแต่ว่าได้รับอนุญาตจากทางเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้เพื่อเป็นการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 ที่กำลังระบาดอยู่ในเมียนมาขณะนี้

รายงานระบุว่า พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 1 ราย เป็นเด็กอายุ 2 ขวบ เดินทางมาจากประเทศไทย พร้อมกับมารดาๆ ประกอบอาชีพโรงงาน กล่องกระดาษ กล่องกระดาษสำเร็จรูป โดยข้อมูลระบุว่าเดินทางมาจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เข้าเมียนมาโดยใช้ช่องทางสะพานแห่งที่สอง เมื่อวันที่ 4 กันยายน ที่ผ่านมา

“ผู้ว่าฯ อยุธยา แจ้งขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก “การ์ดอย่าตก” รอฟังข่าวจาก ศบค.จากกรณีที่ประเทศพม่าประกาศเคอร์ฟิว ‘เมียวดี’ อ้างพบแม่-ลูก เดินทางกลับจากไทยติดเชื้อโควิด ต้นทางที่อยุธยานั้น

ล่าสุด นายภานุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า. จังหวัดกำลังประสานขอข้อเท็จจริงเรื่องนี้ จากกรมควบคุมโรค สธ. ซึ่งกำลังขอข้อมูลเกี่ยวกับผู้ป่วยจากทางการเมียนมา เมื่อได้รับแจ้งจากกรมควบคุมโรค สธ.แล้ว จะแจ้งให้ทราบต่อไปจึงขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก ” การ์ดอย่าตก ” ร่วมกันฉีดวัคซีนให้ตนเอง โดยการสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือ ลงทะเบียนผ่านแอปไทยชนะทุกครั้งเมื่อไปสถานที่ต่างๆ”