กระบะเสียหลัก พุ่งชนเสาไฟฟ้า เจ้าหน้าที่เทศบาล เจ็บสาหัส3 พบรองเท้าอุดเบรก

เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 25 ธ.ค. ร.ต.อ.ประสาท อมรพรรณพงษ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.พานทอง จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุรถกระบะ ชนเสาไฟฟ้าข้างโรงงานผลิต เทปใส,เทปกาว มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย บนถนนศุขประยูรขาเข้าชลบุรี ช่วงหมู่ 7 ต.มาบโป่ง อ.พานทอง จึงรีบรุดไปตรวจสอบพร้อมกู้ภัยธรรมรัศมีมณีรัตน์

ที่เกิดเหตุพบรถกระบะ มิตซูบิชิ ไทรตัล สีดำ ทะเบียน ผล 3090 ชลบุรี ข้างรถติดสติ๊กเกอร์ เทศบาลตำบลหนองตำลึง จ.ชลบุรี งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สภาพหน้ารถชนอัดติดกับเสาไฟฟ้าแรงสูงข้างทางสภาพพังยับครึ่งคัน

พบผู้ได้รับบาดเจ็บ อาการสาหัส ทั้งหมด 3 ราย นายสุวิทย์ สุดใจ อายุ 45 ปี คนขับหน้าผากแตก นายประวิทย์ คำผง อายุ 48 ปี บาดเจ็บศีรษะแตกฉกรรจ์ และนายกิตติพงษ์ กิติศรีวรพันธุ์ อายุ 26 ปี ทั้ง 3 ราย เป็นพนักของเทศบาลตำบลหนองตำลึงกู้ภัยเร่งปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนให้รถกู้ชีพโรงพยาบาลพานทองเร่งนำตัวผู้ได้รับบาดเจ็บรักษาโดยด่วน

จากการสอบถามเบื้องต้นไม่มีใครเห็นเหตุการณ์ ส่วนคนขับรถและผู้โดยสารมาด้วยได้รับบาดเจ็บทั้ง 3 ราย ไม่สามารถให้ข้อมูลได้ ตรวจสอบภายในรถพบว่ารองเท้าแบบสวมอุดอยู่ที่เบรก

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่าอาจจะเป็นไปได้ที่ทำให้คันเร่งค้าง รถเสียการทรงตัวจนเสียหลัก อย่างไรก็ตามตำรวจจะได้รอให้คนขับรถรักษาตัวจนหายดีแล้วจะเรียกตัวมาสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้งเพื่อจะได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


สลด! หนุ่มพลเมืองดี ขี่บิ๊กไบก์พุ่งอัดท้ายสิบล้อดับ เข็มไมล์กระเด็นค้าง 120!

เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 22 ธ.ค. พ.ต.ท.รพีพงศ์ จิตต์บุญธรรม สารวัตรเวร(สอบสวน) สภ.บางกรวย  รับแจ้งมีรถจักรยานยนต์พุ่งชนท้ายรถบรรทุก 10 ล้อ บนถนนนครอินทร์ขาเข้าใกล้วงเวียนพระราม 5 ต.บางขุนกอง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์, มูลนิธิร่วมกตัญญู และมูลนิธิสยามนนทบุรี

ที่เกิดเหตุพบศพ นายไผ่ สายวรณ์ อายุ 39 ปี ชาวจ.พระนครศรีอยุธยา อาชีพเป็นช่างซ่อมรถจักรยานยนต์บิ๊กไบก์ และส่งออก ถุงซิปล็อค,ซองซิปล็อค สภาพนอนเสียชีวิตอยู่บนถนน ห่างกัน 300 เมตร พบรถจักรยานยนต์บิ๊กไบก์ ยี่ห้อบีเอ็มดับเบิลยู รุ่นเอฟ 800อาร์ ทะเบียน 3กง8999 กทม. สภาพชนอัดติดท้ายรถบรรทุก 10 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่ ทะเบียน 70-2217 เพชรบุรี โดยมี นายจิรานุวัฒน์ เพชรวงศ์ อายุ 46 ปี เป็นคนขับยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้ ยังตรวจสอบพบเรือนไมล์ของรถจักรยานยนต์ที่หลุดตกหล่นบนพื้นถนน โดยพบว่าเข็มบอกความเร็วคาอยู่ที่ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

จากการสอบถาม นายจิรานุวัฒน์ กล่าวว่า ตนขับรถบรรทุกขุยมะพร้าวมาจาก จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อไปส่งยัง จ.ปทุมธานี ถึงจุดเกิดเหตุมีเสียงดังมาจากช่วงบริเวณท้ายของรถ ตนเข้าใจว่าระบบล้อหรือเพลาท้ายมีปัญหา จึงพยายามประคองรถขับต่อมาประมาณ 300 เมตร ซึ่งเห็นว่าเป็นที่ปลอดภัย จึงได้ทำการจอดพร้อมกับลงมาดูถึงได้เห็นว่าถูกรถจักรยานยนต์พุ่งชนท้ายติดคาอยู่ แต่ไม่เห็นตัวคนขับขี่ จึงได้เดินย้อนกลับไปดู กระทั่งพบร่างของคนขับนอนเสียชีวิต

จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ทราบว่า ผู้เสียชีวิตก่อนประสบอุบัติเหตุ ได้ไปช่วยปิดกั้นการจราจรและช่วยเหลือกู้ภัยเคลื่อนย้ายคนเจ็บจากสาเหตุอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์คันหนึ่งเกิดพลิกคว่ำ กระทั่งตัวเองมาเกิดประสบอุบัติเหตุเสีย

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการบันทึกภาพที่เกิดเหตุพร้อมสอบปากคำคนขับรถบรรทุกไว้ โดยจะต้องตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในระแวกใกล้เคียงอีกครั้ง ว่าจะสามารถบันทึกภาพไว้ได้หรือไม่ ส่วนผู้เสียชีวิตได้มอบให้ทางเจ้าหน้าที่นำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติรังสิตเพื่อชันสูตรต่อไป


แทบอ้วก! ลูกค้าถ่ายทันพนักงานชายยืนปัสสาวะตรงหัวมุมห้องครัว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักข่าวเดอะซัน เผยแพร่ข่าว คลิปวีดีโอพนักงานชายรายหนึ่งของร้านอาหารเม็กซิกันยอดนิยม Rancherito สาขาในเมืองดราเปอร์ รัฐยูทาห์ ประเทศสหรัฐอเมริกา กำลังยืนปัสสาวะตรงหัวมุมห้องครัวเเละก็ใส่ใน ถุงซิปล็อค เเละ ซองซิปล็อค ก่อนกลับไปทำงานตามปกติโดยไม่แสดงท่าทีมีพิรุธใดๆ โดยเรื่องราวดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังลูกค้ารายหนึ่งซึ่งกำลังขับรถเข้ามาสั่งอาหารเมื่อช่วงเช้าวันที่ 15 ธ.ค.62 ที่ผ่านมา ได้บันทึกภาพเป็นคลิปวีดีโอไว้ และนำไปเผยแพร่บนโลกออนไลน์

ทั้งนี้ภายหลังที่มีการเผยแพร่คลิปวีดีโอแล้ว เจ้าหน้าสาธารณสุขสหรัฐฯ ได้สั่งให้ปิดทำความสะอาดครั้งใหญ่ และทางร้าน Rancherito ได้แถลงข่าวว่า ได้ไล่พนักงานรายดังกล่าวซึ่งไม่เปิดเผยชื่อออกในทันที

นอกจากนี้แล้ว อดีตพนักงานรายนี้ยังถูกหน่วยงานของรัฐถอนใบอนุญาตในด้านผู้ดำเนินการทางอาหารด้วย โดยทาง เพอร์ลา ลี ผู้จัดการร้านยืนยันว่ามันเป็นเหตุการณ์ซึ่งเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว “ทุกๆ อย่างถูกทำความสะอาด ปราศจากเชื้อโรคแล้ว” ลี กล่าว

อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการทำความสะอาดร้านแล้ว เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตรวจสอบสุขอนามัยของร้านรอบใหม่ รวมทั้งทำการฝึกอบรมใหม่ให้แก่พนักงาน และร้านได้รับอนุญาตให้กลับมาเปิดบริการอีกครั้งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ทำแผนชายมือพิการฆ่า “น้องต่าย” สารภาพหมดเปลือก บีบคอตาย-จัดศพลงในท่อ

(26 พ.ย.62) พ.ต.อ.ฐิติภัทร อินทรรักษ์  ผกก.สภ.บ้านโคก พร้อมพนักงานสอบสวน สภ.บ้านโคก ทำการสอบปากคำเพิ่มเติม นายสมจริง หรือ เงาะ อายุ 50 ปี หนุ่มใหญ่มือพิการ  ที่รับสารภาพว่าเป็นคนลงมือฆ่า นางสาวเสาวลักษณ์ หรือ น้องต่าย อายุ 23 ปี ด้วยการใช้มือบีบคอจนเสียชีวิต โดยมีทนายความ เดินทางมาร่วมฟังการสอบสวน ตามสิทธิของผู้ต้องหา โดยใช้เวลาราว 2 ชั่วโมง ในการสอบสวน

จากนั้น ได้ทำการควบคุมตัว นายสมจริง หรือเงาะ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังที่เกิดเหตุ นาทีลงมือบีบคอฆ่า ที่กระท่อมแห่งหนึ่งไกล้ๆกับโรงงานผลิต กระดาษลูกฟูก ลูกฟูกม้วน ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุที่ทิ้งศพราว 100 เมตร โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งใน และนอกเครื่องแบบ ราว 30 นาย ควบคุมตัว ไปทำแผน เมื่อไปถึงพบฝูงชนจำนวนกว่า 100 คน ที่มารอดูการทำแผนประกอบคำรับสารภาพในครั้งนี้ โดยกำลังเจ้าหน้าที่ได้กระจายไปตามจุดต่างๆ เพราะเกรงว่าชาวบ้านจะรุมทำร้ายผู้ต้องหา

ซึ่งจากกการทำแผน นายเงาะได้ทำท่าใช้มือบีบคอหญิงสาว ที่เป็นตัวแสดง จากนั้นก็ทำการเคลื่อนย้ายศพไปยังท่อซีเมนต์ ซึ่งอยู่ในป่ามะขาม หมู่ที่  6 ต.บ้านโคก อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ ที่ไม่ค่อยจะมีผู้คนสัญจรผ่าน โดยนายเงาะสารภาพ ทำการลงมือเพียงผู้เดียว ส่วนศพผู้ตายตนเองได้หย่อนขาผู้ตายลงไปในวงท่อก่อน จากนั้นก็ทำการจัดร่างกายให้นอนขดอยู่ภายในวงท่อ ส่วนผ้าห่มที่ห่อร่างผู้ตาย ก็ทิ้งเอาไว้ในที่เกิดเหตุ

หลังจากทำแผนเสร็จ เจ้าหน้าที่ก็รีบนำตัวนายเงาะลับมาดำเนินคดีที่ สภ.บ้านโคก ทันที เพราะเกรงมวลชนจำนวนมาก อาจจะโกรธแค้น และควบคุมสถานการณ์เอาไว้ไม่ได้ ส่วนสาเหตุที่ลงมือฆ่า ก็คงยืนยันคำอ้างเดิมคือ สั่งสอนผู้ตาย ไม่ให้เกเร แต่ก็มาถูกต่อว่าอย่ามายุ่ง แถมยังว่าเป็นแค่คนพิการ เป็นไอ้ด้วน ทั้งที่ตนเองก็มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับตัวผู้ตายอยู่

ไฟไหม้บ้านพักพนักงานอู่รถเมล์ เสียชีวิต 3 ศพ ผัวเมีย-หลานวัย 8 เดือน

(21 พ.ย.62) เมื่อเวลา 03.20 น. ร.ต.ท.เอกชัย อินนิมิตร รอง สว.สอบสวน สน.เพชรเกษม รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ภายในอู่รถโดยสารประจำทาง สายบางแค-บางบอน ซอยบางแค 6 แขวงบางแค เขตบางแค กรุงเทพมหานคร จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมประสานรถดับเพลิงจากสถานีดับเพลิงบางแค

เมื่อเจ้าหน้าตำรวจและเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเดินทางไปถึงจุดเกิดเหตุไกล้ร้านจำหน่าย เทปใส เทปกาว พบเพลิงกำลังลุกไหม้บ้าน 2 ชั้น ลักษณะเป็นห้องพักของพนักงาน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและเร่งใช้น้ำดับเพลิง โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที เพลิงจึงสงบ จากการตรวจสอบในจุดเกิดเหตุพบผู้เสียชีวิต 3 คน เป็นผู้ใหญ่ 2 คน เด็ก 1 คน

ด้านนายกุลประวัติ ยิ่งสกุล เจ้าของอู่รถโดยสารประจำทาง เปิดเผยว่า บ้านที่เกิดเหตุเป็นบ้าน 2 ชั้น โดยชั้นล่างเป็นปูน ชั้นที่ 2 เป็นไม้ แบ่งให้พนักงานพักจำนวน 8 ห้อง โดยห้องที่พบผู้เสียชีวิตจะอาศัยด้วยกันทั้งหมด 3 คน คือนายวิชา ทำหน้าที่ขับรถโดยสารประจำทาง สายบางแค-วัดสิงห์ ให้กับทางอู่มาแล้ว 10 ปี อยู่กับภรรยาและหลานอายุ 8 เดือน

ส่วนนายสุวรรณ ไข่แจ้ง ผู้ที่เห็นเหตุการณ์ เปิดเผยว่า ช่วงเวลาที่เกิดเหตุนั้นประมาณ 03.00 น. ตนเองอาศัยอยู่ที่ชั้น 2 ได้ยินเสียงจากบริเวณชั้นล่าง จึงได้เปิดประตูออกมาดู ก็พบกับกลุ่มควันและแสงเพลิง จึงได้พยายามวิ่งหนีออกมา จากนั้นไม่นานไฟก็ลุกลามไหม้ทั้งหมด

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะนำร่างผู้เสียชีวิตส่งไปยังสถาบันนิติเวชโรงพยาบาลศิริราช ส่วนสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้ ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบ โดยหลังจากเกิดเหตุ ทางครอบครัวของผู้เสียชีวิตได้เดินทางมาดูเหตุการณ์ และร้องไห้เศร้าโศกเสียใจอย่างหนัก

พี่เขยโหดจ่อยิงน้องเมีย 5 นัด ดับสลด เหตุเพราะมีน้ำใจให้เงิน แต่หาว่าดูถูก!

(10 พ.ย.62) เมื่อเวลา 22.00 น. พ.ต.ท. พนัส  หมุนวงศ์ รอง ผกก.สส. สภ.นาสัก อ.สวี จ.ชุมพร รับแจ้งเหตุยิงกัน มีผู้เสียชีวิตที่ หมู่ที่ 7 ต.นาสัก อ.สวี จ.ชุมพร จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.เสกสิทธิ์  สุวรรณฤทธิ์  รอง ผบก ตร. จ.ชุมพร พ.ต.อ.อุดร  แก้วสุขศรี  ผกก.สภ.นาสัก และกำลังตำรวจจำนวนหนึ่งรุดที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านครึ่งปูนครึ่งไม้อยู่ไกล้โรงงานผลิต ฟิล์มพันพาเลท ฟิล์มพันสินค้า หมู่ที่  7 ต. นาสัก อ. สวี  จ. ชุมพร ภายในซอยสาวเอ้ พบว่าผู้ถูกยิงมีผู้นำส่ง รพ.ทุ่งตะโก ชื่อ นายสุระ อายุ 41 ปี อาชีพทำสวนทุเรียน แต่ได้เสียชีวิตก่อนถึงมือแพทย์ ชันสูตรพลิกศพพบว่าถูกยิง เข้าที่บริเวณลำตัวจำนวน 5 นัด ที่บาดแผลมีรอยเขม่าดินปืนแสดงถึงการจ่อยิงแบบเผาขน

พ.ต.อ. อุดร สั่งการให้ตำรวจตรึงกำลังในพื้นที่ เกิดเหตุ เนื่องจากทราบว่ามือปืนผู้ลงมือยิงยังคงอยู่ในที่เกิดเหตุหลังจากทำการตรวจสอบพบว่ามือปืน คือ นายถาวร อายุ 50 ปี เจ้าของบ้านหลังที่เกิดเหตุได้ขึ้นไปหลบซ่อนตัวอยู่ในห้องพักบนบ้าน  ตำรวจได้เกลี้ยกล่อมจนยอมให้ควบคุมตัวแล้วนำตัวไปสอบปากคำที่ สภ.นาสัก

จากการสอบสวนได้การว่า ผู้ที่ถูกยิงเสียชีวิตเป็นน้องเมียของนายถาวร ชื่อนางสุภา อายุ 49 ปี  นางสุภาเล่าว่าก่อนเกิดเหตุช่วงหัวค่ำนายถาวรและนายสุระนั่งดื่มเหล้ากันที่ร้านค้าข้างบ้าน  ในระหว่างนั้นนายสุระได้ถามนายถาวรพี่เขยว่าจะนำนางสุภาพี่สาวไปพบแพทย์หรือไม่  ถ้าไม่มีเงินให้เอาเงินของนายสุระไปก็ได้ ทำให้นายถาวรซึ่งอยู่ในอาการมึนเมาไม่พอใจพูดด้วยเสียงอันดังว่า พูดอย่างนี้ดูถูกกันนี่หว่า แล้วเดินขึ้นไปบนห้องพักนำปืนขนาด 7.65 แมกนั่ม ลงมายิงใส่นายสุระซึ่งเดินติดตามมาที่บริเวณหน้าบ้านกระสุนโดนเข้าที่บริเวณลำตัวนายสุระ 1 นัด แล้วนายสุระวิ่งหนีไปล้มลงที่สนามหญ้าหน้าบ้าน นายถาวรตามมายิงซ้ำอีก 4 นัด แล้วหลบหนีขึ้นไปซ่อนตัวบนห้องพัก ต่อมาญาติพี่น้องได้นำร่างของ นายสุระส่งโรงพยาบาลทุ่งตะโกแต่ขาดใจตายก่อนถึงมือแพท

ในเวลา 00.00 น. วันที่ 11 พ.ย.62 ตำรวจหน่วยพิสูจน์หลักฐาน ชุมพรได้เดินทางมาเก็บเขม่าดินปืนตามร่างกายของนายถาวรและเดินทางไปเก็บหลักฐานต่างๆ ในที่เกิดเหตุเพื่อประกอบคำรับสารภาพ ตำรวจได้ตั้งข้อหานายถาวรว่าฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและได้ควบคุมตัวไว้ดำเนินคดีต่อไป

พ่อเลี้ยงอำมหิตบุกบ้านข่มขืนลูก ขัดขืนโดนทุบ-แทงพรุน วิ่งหนีตายเลือดโชก

เด็กสาวชาวเมียนมาวิ่งหนีตายออกมาจากบ้าน สภาพเลือดไหลโชกตัว ขอความช่วยเหลือจากแม่ค้าร้านข้าวแกง โดยกรรไกรแทงร่างพรุน หลังพ่อเลี้ยงบุกพยายามข่มขืน แต่ขัดขืนไม่ยินยอม

เมื่อวานนี้ (1 พ.ย.) ร้อยตำรวจเอกสามารถ สีนวล ร้อยเวรอาญาประจำวัน สภ.แม่สอด ได้รับแจ้งเกิดเหตุเด็กสาวถูกทำร้ายร่างกาย ภายในร้านอาหารแห่งหนึ่ง บริเวณใกล้กับร้านจำหน่าย กระดาษลูกฟูก ลูกฟูกม้วน สี่แยก 33 ซอยกลาง ถนนเฉลิมเทพ เขตเทศบาลนครแม่สอด อ.แม่สอด จึงขอประสานหน่วยกู้ชีพกู้ภัยไปที่เกิดเหตุ

เมื่อไปถึงพบเด็กสาวสวมเสื้อแขนสั้น กางเกงขาสั้น สภาพเลือดไหลเปียกโชกเต็มไปทั้งตัว บริเวณศีรษะมีร่องรอยถูกทำร้าย ตามลำตัว เนื่องจากถูกอาวุธมีคมทิ่มแทงกว่า 10 จุด เจ้าหน้าที่รีบปฐมพยาบาลแล้วนำส่งโรงพยาบาลแม่สอดในทันที

ขณะที่เจ้าของร้านอาหารได้เปิดเผยว่า ระหว่างที่กำลังขายของอยู่ตามปกติ อยู่ๆ ก็มีเด็กสาวโผล่วิ่งออกมาจากบ้านเช่า 2 ชั้น จากฝั่งตรงข้ามของร้าน สภาพเลือดไหลนองเต็มตัว ดูมีท่าทางหวาดผวาเหมือนวิ่งเหมือนหนีตายมาขอความช่วยเหลือ ตนจึงรีบช่วยเหลือไว้และแจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ขณะที่หญิงสาวนอนอยู่พยายามให้การกับเจ้าหน้าที่กู้ภัยว่า ถูกตีด้วยเหล็กและแทงด้วยกรรไกร ซึ่งผู้ก่อเหตุก็คือพ่อเลี้ยง และหลังจากนั้นเด็กสาวก็หมดสติลงไป เพราะมีอาการบอบช้ำและเสียเลือดมาก

ในเวลาต่อมา ทางญาติและคนรู้จักเด็กสาวรายนี้ ได้เปิดเผยว่า เด็กสาวคนดังกล่าวอายุประมาณ 13-14 ปี เป็นชาวเมียนมา ปัจจุบันเป็นนักเรียนระดับชั้นมัธยมที่โรงเรียนเด็กไร้พรมแดน ขณะเกิดเหตุอยู่ภายในบ้านเพียงลำพัง และได้มี นายมิว อายุ 40 ปี ชาวเมียนมา ซึ่งเป็นอดีตพ่อเลี้ยงของเด็กสาว ที่เลิกรากับแม่ของเด็กไปแล้ว ได้บุกเข้ามาที่บ้าน

ช่วงจังหวะนั้นเด็กกำลังอาบน้ำ นายมิวจึงได้สบโอกาสบุกเข้าไปหวังข่มขืนกระทำชำเรา แต่เด็กสาวขัดขืนต่อสู้และไม่ยินยอม ทำให้พ่อเลี้ยงคว้าใช้เหล็กแป๊ปฟาดไป 3 ครั้ง แล้วลากเด็กไปยังห้องน้ำ เพื่อกดน้ำพยายามฆ่าให้ตาย พร้อมกับใช้กรรไกรแทงไปตามลำตัวกว่า 10 แผล กระทั่งเด็กหญิงแน่นิ่งไป

ตอนนั้น นายมิว คิดว่าลูกเลี้ยงคงเสียชีวิตไปแล้ว จึงได้รีบหลบหนีออกไปจากบ้าน แต่ปรากฏว่าเด็กหญิงกัดฟันลุกขึ้นวิ่งหนีออกจากบ้าน ข้ามถนนไปขอความช่วยเหลือจากแมค้าที่ร้านค้าอาหารดังกล่าว และรอดชีวิต แต่ขณะนี้ยังอาการบาดเจ็บสาหัสอยู่

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่สอด ได้เข้าตรวจสอบบ้านหลังดังกล่าว พบว่ามีกลิ่นความเลือดเหม็นคละคลุ้งไปทั่ว บริเวณห้องครัวหลังบ้านมีร่องรอยการต่อสู้ คราบเลือดหยดเป็นหย่อมๆ ส่วนในห้องน้ำพบกองเลือดจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ได้เก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุภายในบ้าน ทั้งกรรไกรและแป๊ปเหล็ก ก่อนจะประสานงานนำภาพสเก็ตซ์ ล่าตัวพ่อเลี้ยงโหดรายนี้มาดำเนินคดี

โชเฟอร์สิบล้อยิงดับหนุ่มโรงงาน อ้างแค้นถูกหาว่าเป็นนักร้องเสียงเพี้ยน

ตำรวจบุกรวบโชเฟอร์สิบล้อมือซัลโวหนุ่มโรงงานดับ แอบย่องกลับบ้านไปกอดลาเมีย หลังหลบหนีเหตุอุกอาจไปหลายวัน สารภาพแค้นอีกฝ่ายตามด่า เพราะตัวเองร้องเพลงเสียงเพี้ยน

สืบเนื่องจากกรณีที่ นายยงยุทธ์ อายุ 36 ปี ถูกคนขับรถบรรทุกใช้อาวุธปืนยิงเสียชีวิต บริเวณลานจอดรถหน้าโรงงานผลิตแอร์บับเบิ้ล กันกระแทกราคาถูก ริมถนนสามโคก-เสนา ต.ไม้ตรา อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา สาเหตุมาจากการทะเลาะวิวาทภายในร้านคาราโอเกะใกล้กับที่เกิดเหตุ เหตุเกิดเมื่อกลางดึกวันที่ 26 ตุลาคม 2562 ที่ผ่านมา

หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดสืบสวน ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา ได้สืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน กระทั่งทราบตัวผู้ก่อเหตุคือ นายธวัชชัยง อายุ 30 ปี คนขับรถยนต์บรรทุก และได้ทำการขอศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ออกหมายจับในข้อหาฆ่าผู้อื่น ในเวลาต่อมา

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อช่วงกลางดึกวันนี้ (31 ต.ค.) พ.ต.อ.ภัทรภัทร นุชยวง ผกก.สส.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา พ.ต.อ.สมศักดิ์ หน่องพงษ์ ผกก สส.ภ.จว.ลพบุรี พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ได้ควบคุมตัว นายธวัชชัย ผู้ต้องหาตามหมายจับได้ที่บริเวณหมู่บ้านเอื้ออาทรลพบุรี พร้อมกับอาวุธปืนขนาด .38 ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะควบคุมตัวมาสอบสวนนั้น นายธวัชชัยได้ขอสวมกอดภรรยาก่อนจะลาจากด้วย

จากการสอบสวน นายธวัชชัย ให้การรับสารภาพว่า ในวันเกิดเหตุตนกับเพื่อนคนขับรถบบรรทุกอีก 2 คน ได้เข้าไปเที่ยว นั่งดื่มสุราและร้องคาราโอเกะ ภายในร้านคาราโอเกะใกล้กับที่เกิดเหตุ ระหว่างนั้นถูก นายยงยุทธ์ ผู้เสียชีวิต เข้ามาต่อว่าเรื่องเสียงของตน อ้างว่าตนร้องเพลงไม่เพราะ ทำให้เกิดมีปากเสียงกัน

จากนั้นตนกับเพื่อนได้ออกไปนอนพักผ่อนบนรถยนต์บรรทุก แต่นึกว่าเรื่องจะจบแล้ว ปรากฏว่า นายยงยุทธ์ ยังตามมาต่อว่าอีกด่าทออีก ซ้ำยังลามปามไปถึงบุพการี ตนพยายามบอกให้เลิกก็ยังไม่ยอมหยุด จึงชักอาวุธปืนออกมายิงจนเสียชีวิต จากนั้นได้ขับรถหลบหนีไป แต่ด้วยความคิดถึงบ้านและเตรียมที่จะเข้ามอบตัวจึงได้ย้อนกลับมาที่บ้านใน จ.ลพบุรี กระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้ในที่สุด

ติดต่อไม่ได้ 5 วัน หนุ่มศพเน่าคาห้องใต้บันได โพสต์สุดท้าย “กรุณาพูดว่าสะใจ”

(28 ต.ต.62) เมื่อเวลา 19.00 น. ศูนย์วิทยุแจ้งเหตุ สถานีตำรวจภูธรศรีราชา  ได้รับแจ้งเหตุว่าอาจมีผู้เสียชีวิตในบ้านเลขที่ 210/95 หมู่ 5 ตำบลสุรศักดิ์ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี หลังไม่สามารถติดต่อเจ้าของบ้านได้เป็นเวลา 5 วันแล้ว  จึงว่าจ้างจักรยานยนต์รับจ้างให้ไปตรวจสอบ พบว่าในบ้านมีกลิ่นเหม็นคล้ายซากศพ  จึงขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปร่วมตรวจสอบ จึงประสาน พ.ต.ท.อมรวัฒน์ ปานดี สารวัตรสอบสวน สถานีตำรวจภูธรศรีราชา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสว่างประทีปธรรมสถานเข้าร่วมตรวจสอบ

ในที่เกิดเหตุเป็นบ้านทาวน์โฮมสองชั้นปลูกติดกัน พบชาวบ้านที่ทราบข่าวเข้ามามุงดูด้วยความสนใจ  โดยพบว่าประตูบ้านล็อกจากด้านในด้วยกุญแจตัวยู  ส่วนประตูกระจกเจ้าของบ้านได้ให้กุญแจมาไขเรียบร้อยแล้ว  เมื่อเปิดประตูออกมาก็มีกลิ่นเน่าเหม็นคล้ายซากศพลอยออกมา จึงเข้าไปตรวจสอบในบ้านบริเวณห้องใต้บันไดก็พบน้ำเหลืองไหลออกมาจากห้องดังกล่าว จึงทำการตรวจสอบในห้องพบร่างผู้เสียชีวิตทราบชื่อคือ นายศักดิ์ชัย  อายุ 31 ปี มีอาชีพเป็นพนักงานโรงงานในแผนกไอที ของโรงงานผลิตที่ตัดเทป ตัวตัดเทป ชื่อดังในนิคมอุตสาหกรรมแห่งหนึ่งในจังหวัดระยอง นอนหงายเสียชีวิตในสภาพบวมอืด สวมกางเกงบ็อกเซอร์เพียงตัวเดียว

ภายในห้องพบเตาปิ้งย่างวางอยู่ด้านใน พร้อมทั้งถ่านที่ผ่านการจุดไฟจนมอดดับแล้ว สภาพศพคาดเสียชีวิตมาประมาณ 4-5 วัน  เจ้าหน้าที่ไม่พบร่องรอยการต่อสู้หรือรื้อค้นทรัพย์สินมีค่าแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงมอบหมายให้นำร่างผู้เสียชีวิตส่งไปชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัดอีกครั้งหนึ่ง

จากการสอบสวน นายสัญติชัย จักรยานยนต์รับจ้างที่พบศพผู้เสียชีวิตเป็นคนแรกเปิดเผยว่า เพื่อนผู้เสียชีวิตได้โทรว่าจ้างให้ตนเองมาตรวจสอบบ้านหลังดังกล่าว หลังจากแฟนของเจ้าของบ้านที่อยู่ต่างประเทศไม่สามารถติดต่อผู้เสียชีวิตได้มานานถึง 5 วันแล้ว เมื่อมาถึงบ้านเห็นบ้านล็อก จึงเดินเข้าไปใกล้ๆ ก็ได้กลิ่นเหม็นเน่าโชยออกมาอย่างรุนแรง รวมทั้งเห็นแมลงวันจำนวนมากด้วย จึงแจ้งเหตุการณ์ให้ผู้ว่าจ้างฟัง เมื่อทราบดังนั้น ปลายสายอุทานออกมาว่า “ว้ายยย..สงสัยจะฆ่าตัวตายแน่เลย” ตนจึงบอกให้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาตรวจสอบโดยด่วน

จากการสอบสวนเพื่อนผู้เสียชีวิตเปิดเผยว่า ผู้เสียชีวิตเป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยพูดอะไรให้ใครฟัง แต่ทราบว่าแฟนของผู้เสียชีวิตไปทำงานอยู่ต่างประเทศได้ประมาณ 1 เดือนแล้ว ก่อนหน้านั้นในวันที่ 24 ตุลาคม 2562 ในเวลา 22.00 น.  ผู้เสียชีวิตก็โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กว่า “อย่าให้ได้ยินพูดว่าเสียใจ กรุณาพูดว่าสะใจ บาย ๆ “ ก่อนข้อความนั้นจะลบไป แต่เพื่อนในเฟซบุ๊กสามารถเซฟข้อความดังกล่าวไว้ได้   หลังจากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อผู้เสียชีวิตได้เลย จึงคาดว่าผู้เสียชีวิตคงจะเครียดหรือมีปัญหาทะเลาะกับแฟนสาวที่ทำงานอยู่ต่างประเทศ ทำให้คิดน้อยใจ จึงก่อเหตุฆ่าตัวตายดังกล่าว

สาวทอมรมควันดับคาห้องเช่า ทิ้งจดหมายบอกลาแฟน “รู้สึกดีทุกครั้งที่เธอบ่น”

(22 ต.ค.62) เมื่อเวลา 17.00 น. ร.ต.ท.จิรัสสิทธ์ เพ็ชรทองมา รองสารวัตรสอบสวนสภ.เมืองสมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีสาวทอมรมควันฆ่าตัวตาย ในห้องเช่า อพาร์ทเม้นท์ชื่อดังแห่งหนึ่ง ข้างโรงงานผลิตเทปขุ่น สก๊อตเทป ต.บางเมืองใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและมูลนิธิร่วมกุศลสมุทรปราการ เดินทางเข้าตรวจสอบ

ในที่เกิดเหตุเป็นห้องเช่ารายวันห้องที่ 202 ชั้นสอง ภายในห้องพบศพของ นางสาวนา (สงวนชื่อและนามสกุลจริง) อายุ 31 ปี นอนเสียชีวิตคว่ำหน้าอยู่ข้างเตียงนอนตรวจสอบตามร่างกายไม่พบบาดแผลหรือร่องลอยการถูกทำร้ายแต่อย่างใด โดยที่ปลายเตียงมีถาดอลูมีเนียมที่ซ้อนด้วยกระดาษฟอยล์วางอยู่ 2 ถาด บนกระดาษฟอยล์พบกองขี้เถ้าของถ่านหุงข้าวที่ไหม้หมดแล้วอยู่เต็มทั้งสองถาด ตามขอบประตูหน้าต่างใช้ผ้าอุดกันควันรั่วไหลออกด้านนอก พร้อมด้วยกระป๋องเบียร์ ที่ถูกทิ้งไว้ในถังขยะข้างเตียง

และบนเตียงนอนยังพบสมุดที่ผู้ตายเขียนข้อความสั่งเสียเอาไว้วางอยู่ 1 เล่ม ซึ่งมีการเขียนข้อความไว้ว่า “นาคิดว่า นาไม่ไหวกับทุกสิ่งแล้วถึงทำแบบนี้ นาไม่สามารถไปต่อได้อีก ขอโทษด้วยนะที่ปีหน้าไม่สามารถพาไปเขาคิชกูฏได้ เรารักต่ายนะ รู้สึกดีทุกครั้งที่เธอบ่น เธอหวังดี และฝากบอกพ่อกับแม่ด้วยว่ารักเสมอ ขอโทษด้วยที่ทำแบบนี้ ให้เธออโหสิกรรมให้นาด้วย พาไปงานเจดีย์สมใจแล้วนะ ขอบคุณทุกอย่างที่ผ่านมารักนะต่าย ฉันรักเธอ แต่ฉันไม่รู้จะสู้ต่อไปได้ยังไง ถ้าผมเป็นอะไรให้โทรหาเบอร์นี้นะครับ 086361xxxx (ต่าย) เค้าเป็นแฟนผม” และในห้องที่เกิดเหตุไม่พบร่องลอยการต่อสู้แต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบถามคนดูแลอพาร์ทเม้นท์ดังกล่าวได้ทราบว่า  ผู้ตายเข้ามาขอเปิดห้องพักรายวันเวลาประมาณ 13.00 น. ของเมื่อวานนี้ กระทั่งถึงช่วงบ่ายของวันนี้ซึ่งครบเวลาผู้ตายจะต้องเช็กเอาต์ออกจากห้อง ผู้ดูแลหอพักจึงโทรศัพท์ไปที่ห้องเพื่อแจ้งให้ผู้ตายทราบ  แต่ไม่มีคนรับสายจึงได้ให้แม่บ้านขึ้นไปเคาะประตูเรียกแต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับ ประตูถูกล็อกจากด้านใน จึงได้โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยให้มาช่วยเปิดประตูเข้าไป ได้พบว่าผู้ตายนอนเสียชีวิตอยู่ข้างเตียงนอนและภายในห้องมีแต่กลิ่นเหม็นของควันไฟฟุ้งกระจายไปทั่งห้องพร้อมด้วยถาดที่มีแต่ขี้เถ้าของถ่านหุงต้มวางอยู่ปลายเตียง 2 ถาด