สลด! สองแม่ลูกจุดเตารมควันในรถ แม่สาหัส-ลูกสาววัย 11 ปีตาย

แม่พาลูกสาววัย 11 ปี ไปนอนในรถ ก่อนจุดเตารมควัน เช้ามาสามีออกตามหาพบลูกสาวเสียชีวิต ส่วนภรรยาอาการสาหัส

(18 ก.ย.) เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี ได้รับแจ้งว่ามีผู้เสียชีวิตและอาการน่าเป็นห่วง ซึ่งเหตุเกิดภายในโรงจอดรถข้างโรงงานผลิตเทปใส เทปกาวถนนสายตรี พัฒนานิคม – วังม่วง หมู่ที่ 9 ตำบลพัฒนานิคม อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี สำหรับผู้ที่อาการน่าเป็นห่วงนั้นได้มีผู้นำตัวส่งโรงพยาบาลพัฒนานิคมให้แพทย์ทำการช่วยชีวิตแล้ว

หลังจากที่ได้รับแจ้งได้เดินทางไปยังจุดที่เกิดเหตุตรวจสอง พบว่าที่ท้ายรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีขาว มีศพของเด็กหญิงนอนอยู่เสียชีวิตมาแล้วประมาณ 5 ชั่วโมง ทราบชื่อภายหลังชื่อ เด็กหญิงพรณิภา อายุ 11 ปี นอกจากนี้ตรวจสอบที่ข้างรถพบกระมังใส่เตาถ่านวางอยู่

จากการสอบถาม นายสุทิศ อายุ 51 ปี ผู้เป็นบิดาของเด็กหญิงพรณิภา เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุตนนอนอยู่ภายในบ้าน ส่วนภรรยามานอนกับลูกสาว ตนไม่ทราบว่าภรรยากับลูกสาวออกมานอนในรถตอนไหน จนรุ่งเช้าก็เดินออกมาจะปลุกลูกไปโรงเรียนก็ไม่พบ

ตนออกตามหาก็พบว่าภรรยากับลูกสาวอยู่ภายในรถ จึงเปิดประตูรถนำร่างของลูกสาวที่ตัวแข็งแล้วสภาพนอนทับร่างของภรรยาตนเองอยู่ออกมา จากนั้นได้นำร่างของภรรยาที่หายใจรวยรินออกมาจากในรถ รีบให้เพื่อนบ้านช่วยกันนำส่งโรงพยาบาลพัฒนานิคม

ซึ่งภรรยาของตนชื่อ นางพิสมัย อายุ 50 ปี สาเหตุของการพยายามฆ่าตัวตายในครั้งนี้ คาดว่าคงอาจจะมาจากเรื่องหนี้สินและรถยนต์คันดังกล่าวก็กำลังจะถูกยึด โดยภรรยาของตนก็บ่นกับตนเองมาตลอดไม่รู้จะแก้ปัญหาอย่างไร ไม้เก่าในช่วงนี้ก็ขายไม่ดีด้วยทำให้เกิดความเครียดก็เป็นได้

นาทีชีวิต กู้ภัยปั้มหัวใจช่วยหนุ่มขี่ จยย.ชนท้ายรถสองแถว ก่อนทนพิษบาดแผลไม่ไหว

เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 7 สิงหาคม 2562 เจ้า​หน้าที่​ต​ำ​ร​วจ ​สภ.กระทุ่มแบน​ จ.สมุทรสาคร​พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูรุดไปตรวจสอบเหตุรถจักรยานยนต์ชนท้ายรถสองแถวโดยสารมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส1รายบนถนนเศรษฐกิจ 1 ฝั่งขาเข้ากระทุ่มแบน ใกล้โรงงานผลิต เทปขุ่น สก๊อตเทป

ที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ Kawasaki สีดำ หมายเลขทะเบียน ​5กถ4371 กรุงเทพ​ ล้มอยู่กลางถนนใกล้กันพบผู้ได้รับ​บาดเจ็บ​เป็นชายสภาพนอนคว่ำหน้า หายใจรวยริน

เจ้าหน้าที่​กู้ชีพเร่งช่วยกันปฐม​พยาบาลทำการปั้มหัวใจแต่สุดท้ายช่วยไม่ได้ผู้ได้รับ​บาดเจ็บ​เสียชีวิต​ ทราบชื่อ​ต่อมา​คือ​นาย​ ทศพร​ วัฒนศรี​ อายุ​ 32 ปี​ สภาพศพมีแผลฉีกขาดที่หน้าผากและศีรษะ​แตกมีเลือดไหลจำนวนมาก

ส่วนรถคู่กรณี​เป็นรถสองแถวโดยสารสีฟ้าหมายเลขทะเบียน​ 10-2206 สมุทรสาคร​ มีนายกำพล​ สุกิจพัฒคุณ​ อายุ​ 44ปี​ เป็นคนขับแต่ขณะเกิดเหตุลงไปกินข้าวจึงจอดทิ้งไว้ข้างทาง

สอบถามนายกำพล​ คนขับรถสองแถว​โดยสาร​เล่าให้ฟังว่า​ ตนขับรถมาจอดตรงจุดเกิดเหตุตั้งแต่ประมาณ​ตอนสี่ทุ่มเพื่อลงไปหาข้าวกินซึ่งร้านห่างออกไปไม่มากนัก​และมาเจอเพื่อนนั่งกินข้าวอยู่เลยนั่งคุยกันยา​ว​ มาทราบเรื่องก็ตอนที่ได้ยินเสียงไซเรน​มูลนิธิ​และมองออกมาเห็นคนมุงดูใกล้กับรถของตนจึงเดินมาดูและทราบเรื่องดังกล่าว

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุและจะได้ประสานดูภาพจากกล้องวงจรปิดในบริเวณนั้นเพื่อหาสาเหตุ​ของการเฉี่ยว​ชน​กันในครั้งนี้ส่วนศพผู้เสียชีวิต​มอบให้เจ้าหน้าที่​มูลนิธิ​ร่วม​กตัญญู​นำส่งโรงพยาบาลกระทุ่มแบน​เพื่อ​ชันสูตร​หา​สาเหตุ​ของ​การ​เสียชีวิต​ที่​แท้จริง​ต่อไป

ฮือฮาทั้งหมู่บ้าน “เต่าสีทอง” มาให้โชค แห่ส่องท้อง-ได้เลขสมใจนึก

ชาวบ้านแห่ตามมาดู “เต่าสีทอง” หลังติดลอบจับปลาของชาวบ้าน พบมีลักษณะพิเศษกว่าตัวอื่นๆ เนื้อตัวสีเหลืองทอง แห่ส่องมองเห็นเลขดั่งใจฝัน

เมื่อวานนี้ (13 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านเลขที่ 193 ในตำบลไร่เก่า อำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชาวบ้านต่างพากันไปมุงดู “เต่าสีทอง” ในกะละมัง เพื่อขอโชคลาภกับเต่าสีทองตามความเชื่อส่วนบุคคลอย่างเนื่องแน่น หลังเจ้าของบ้านบังเอิญพบเต่าตัวนี้เข้า

นายสุวัฒน์ อายุ 30 ปี เจ้าของบ้านได้เปิดเผยว่า ตนมักจะออกไปหาปลาที่บึงหลังโรงงานผลิต ฟิล์มพันพาเลท ฟิล์มพันสินค้า อยู่เป็นประจำ โดยในช่วงเช้าจะนำลอบไปวางที่ทุ่งสามร้อยยอด พอตกเย็นหลังเลิกงานก็จะไปกู้ลอบที่ดักไว้ ปกติมักจะเจอเต่านาเข้ามาติดลอบอยู่เป็นประจำ ตนก็จะปล่อยไปทุกครั้ง

แต่สำหรับครั้งล่าสุดได้บังเอิญเจอเต่านาที่มีลักษณะแตกต่างไปจากตัวอื่นๆ เพราะมีกระดองสีเหลือ และตัวเป็นสีทอง จึงได้นำกลับมาบ้านและตั้งใจจะเลี้ยงไว้ เพราะคิดว่าเป็นเต่ามงคลให้โชคลาภ กระทั่งข่าวการค้นพบเต่าสีทองแพร่กระจายออกไป ปรากฏว่ามีชาวบ้านจากหมู่บ้านต่างๆ ทยอยกันมาขอดูเต่าตัวนี้

บางคนได้นำแป้งมาลูบที่กระดองเต่าและท้องเต่า เพื่อหวังจะขอโชคลาภ โดยเต่าสีทองตัวนี้มีน้ำหนักประมาณ 1 ขีด สีทอง อายุประมาณปีกว่า มีลักษณะสวยงามมาก ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าเป็นเต่าทองให้โชคลาภ ขณะที่บางคนอ้างว่ามองเห็นตัวเลขขึ้นให้เห็นบนหลังและท้องเต่า อาทิ เลข 3, 7 หรือ 2 หรือบางเสียงก็ตีเลขเต่าเป็นเลข 4 เมื่อนำมารวมกันก็จะได้เลข 453 ตามความเชื่อส่วนบุคคล

แม่ใจสลาย รู้ข่าวลูกชาย “ผีน้อยเกาหลี” เสียชีวิต ทั้งที่ขอทำงานปีสุดท้ายก่อนกลับบ้าน

แม่แรงงานไทยใจสลาย หลังทราบลูกเสียชีวิตที่เกาหลีใต้ เผยก่อนตายลูกบอกปีนี้ขอทำงานเป็นปีสุดท้าย ก่อนเก็บเงินเก็บทองกลับมาอยู่บ้าน

ความคืบหน้ากรณีแรงงานชาวไทยเหยื่อแก๊สรั่วไหลที่โรงงานแปรรูปอาหารทะเลในเมืองยองด็อก จังหวัดคย็องบก ทางตะวันออกของประเทศเกาหลีใต้ ซึ่ง 2 ใน 4 ผู้เสียชีวิต เป็นแรงงานต่างชาติชาวไทย ที่อาศัยอยู่ในเกาหลีใต้อย่างผิดกฎหมาย เพราะวีซ่าทำงานหมดอายุ

>> สื่อเกาหลีตีข่าว “ผีน้อย” ตายสังเวยบ่อแก๊สพิษ ลักลอบไปทำงาน 8 ปีไม่เคยกลับไทย

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (12 ก.ย.) จากการลงพื้นที่ไปที่บ้านหมู่ 14 ตำบลทัพรั้ง อำเภอพระทองคำ จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นบ้านของ 1 ในแรงงานไทยที่เสียชีวิตจากเหตุดังกล่าว คือ นายนิคม ได้พบกับนางสะหวอง แม่ของนายนิคม

นางสะหวอง เปิดเผยว่า เดิมทีนายนิคมทำงานอยู่ที่โรงงาน กระดาษห่อพัสดุ กระดาษน้ำตาล ในจังหวัดสมุทรปราการ แต่ค่าแรงที่ได้ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน จึงตัดสินใจไปทำงานต่างประเทศตามคำชักชวนของเพื่อนๆ โดยไปทำงานที่ประเทศเกาหลีใต้ได้ประมาณ 7 ปีกว่า เกือบ 8 ปีแล้ว จนมาเสียชีวิตจากเหตุในครั้งนี้

ส่วนการเดินทางเข้าไปทำงานแบบผิดหรือถูกกฎหมายนั้น ตนเองก็ไม่ทราบเรื่อง เนื่องจากเห็นว่าทำงานหลายปีแล้วคงไม่ได้กระทำผิดอะไร และนายนิคมจะส่งเงินกลับมาให้ใช้ทุกเดือน เดือนละประมาณ 1 หมื่นบาท ซึ่งเงินในส่วนนี้จะใช้ดูแลลูกของนายนิคมด้วย ปัจจุบันลูกของนายนิคมที่ตนดูแลอยู่ก็อายุ 13 ปีแล้ว

เบื้องต้น ตนได้โทรศัพท์ไปพูดคุยกับภรรยาของนายนิคมซึ่งเดินทางไปทำงานด้วยกันที่ประเทศเกาหลีใต้ จึงทราบว่าจะทำการฌาปนกิจศพที่ประเทศเกาหลีใต้ แล้วจะนำเถ้ากระดูกกลับมาประกอบพิธีทางศาสนาที่ประเทศไทยอีกที

แต่ที่น่าเสียใจคือก่อนเกิดเหตุไม่นาน ตนได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับลูกชาย ซึ่งลูกชายบอกว่า ขอเวลาทำงานเก็บเงินเก็บทองเป็นปีสุดท้ายเพื่อไปไว้ตั้งตัว ก่อนที่จะกลับมาอยู่ประเทศไทยเป็นการถาวร แต่ลูกชายก็มาเสียชีวิตไปเสียก่อน

ชาวบ้านร่ำลืออาเพศ ไฟไหม้วอดต้นสลากกลางวัด เงินแสนหายแค่เสี้ยวนาที

นาทีไฟไหม้ต้นสลากย้อมมัดเงินสด กลางวัดพระธาตุหริภูญชัย วอดวายเงินสดนับแสนบาทไปเพียงพริบตาเดียว ชาวบ้านหวาดกลัวเป็นสัญญาณของลางร้าย

(10 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ลำพูน ใกล้โรงงานผลิตฟิล์มพันพาเลท ฟิล์มพันสินค้า เกิดเหตุเพลิงลุกไหม้ต้นสลากย้อมขึ้น ท่ามกลางความตกใจของศรัทธาสาธุชนที่มาร่วมงานสลากย้อม ซึ่งมีขึ้นเป็นวันแรก สร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ นานา โดยเฉพาะเรื่องความเชื่อเร้นลับ

อีกทั้งยังมองว่าเป็นลางร้าย เพราะก่อนหน้านี้เพิ่งมีข่าวออกมาว่ายอดพระธาตุเสียหาย เนื่องจากมีโดรนบินชน ทำให้ต้องมีการบูรณะโดยเร่งด่วน และหลังจากนั้นก็มีเหตุไฟไหม้ต้นสลากย้อมหนึ่งเดียวในโลก ซึ่งการจัดงานประเพณีสลากย้อมมีการจัดขึ้นทุกปี โดยปีนี้จะมีขึ้นวันที่ 10-13 กันยายน 2562 โดยวันนี้เป็นวันแรกของพิธี และจะมีการแห่ถวายทานหรือต้นสลากย้อมในวันที่ 13 กันยายนนี้

จากการสอบถามผู้ที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ทางคณะศรัทธาวัดน้ำโค้ง ต.หนองช้างคืน อ.เมือง จ.ลำพูน ได้ขึ้นไปตกแต่งต้นสลากย้อมโดยนำเอายอดเงินส่วนใหญ่เป็นธนบัตร รวมทั้งอาหารแห้ง เครื่องใช้ต่างๆ โดยใช้เชือกฟางมัดติดกับต้นสลากย้อม และใช้ไฟแช็กเผาส่วนที่เหลือหรือยาวออกมาเพื่อให้ขาดออกจากกัน

แต่ปรากฏว่าต้นสลากย้อมเป็นวัตถุที่มีกระดาษเป็นส่วนประกอบ รวมทั้งยอดที่เป็นเงินธนบัตร จึงเป็นวัตถุไวไฟ กลายเป็นเปลวเพลิงลุกไหม้และลุกลามอย่างรวดเร็วจึง ทำให้ต้นสลากเสียหายทั้งต้น

อย่างไรก็ตาม หลังจากเกิดเหตุมีการวิพากษ์วิจารณ์กันไปในทางที่ไม่ดี ทั้งนี้อาจจะเป็นเพียงความเชื่อ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงอุบัติเหตุจากความประมาทในการจัดเตรียมงาน ขณะนี้ทางคณะศรัทธาวัดน้ำโค้งกำลังปรึกษาหารือกันว่าจะสร้างต้นสลากย้อมขึ้นมาใหม่หรือไม่ต่อไป

โจรซ้อน 3 ประชิดต่อยปล้นโทรศัพท์สาว ซิ่งพลาดท่ารถล้มยังหนีต่อ

ตำรวจทองหล่อรวบ 3 โจรขี่จักรยานยนต์ซ้อนสามกลางดึก ประชิดต่อยทำร้าย ปล้นโทรศัพท์มือถือหญิงสาว พลาดท่ารถล้มระหว่างทาง ยังกัดฟันหนีไปต่อ

(9 ก.ย.) พ.ต.อ.นิติวัฒน์ แสนสิ่ง ผกก.สน.ทองหล่อ ได้แถลงข่าวจับกุมกลุ่มคนร้ายที่ร่วมกันก่อเหตุปล้นชิงโทรศัพท์มือถือจากเหยื่อผู้หญิงคนหนึ่ง ประกอบด้วย นายนันทวัฒน์ อายุ 23 ปี, นายอนุวัต อายุ 21 ปี และนายวัชรเกียรติ อายุ 19 ปี พร้อมกับของกลางเป็นรถจักรยานยนต์ฮอนด้า พีซีเอ็กซ์ สีแดง และมีดปลอกผลไม้ที่ใช้ก่อเหตุ

ภาพจากกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุบันทึกเอาไว้ได้ทั้งหมด โดยพบว่าคนร้ายได้ใช้กำลังทำร้ายผู้หญิงเพื่อปล้นชิงโทรศัพท์มือถือไป ก่อนจะรีบวิ่งกลับขึ้นรถจักรยานยนต์ และเร่งเครื่องหลบหนีไป แต่ขี่รถออกได้ไมถึง 10 เมตร ปรากฏว่ารถจักรยานยนต์ของคนร้ายเกิดเสียหลัก ทำให้รถล้มลงกับพื้น ทั้งหมดจึงต้องช่วยกันพยุงรถขึ้นและรีบทรงตัวขี่รถหนีไปทางถนนพระราม 4 ใกล้โรงงานผลิตเทปใส เทปกาว โดยทำมีดปลอกผลไม้ตกเอาไว้ในที่เกิดเหตุ

หลังจากได้รับแจ้งความร้องทุกข์ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนหาเบาะแสของคนร้ายที่ก่อเหตุ กระทั่งทราบว่าทั้งหมดพักอาศัยอยู่ย่านห้วยขวาง จึงได้นำกำลังเข้าจับกุมตัวได้ในที่สุด เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ หลังก่อเหตุได้นำโทรศัพท์เครื่องหนึ่งไปขายผ่านเฟซบุ๊ก ได้เงินมา 10,000 บาท และได้แบ่งกัน ส่วนโทรศัพท์อีกครั้งเก็บเอาไว้ใช้เอง โดยอ้างว่าเพราะมีปัญหาเรื่องการเงินและเพิ่งก่อเหตุเป็นครั้งแรก

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหาผู้ต้องหาทั้งหมดฐานร่วมกันปล้นทรัพย์ โดยมีอาวุธ โดยใช้ยานพาหนะ เพื่อหลบหนี ก่อนนำตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เผยนาทีระทึก 13 คนไทยฝ่าม็อบสนามบินฮ่องกง เป็นกลุ่มสุดท้ายที่ได้โหลดกระเป๋า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (13 ส.ค.) เมื่อเวลา 23.51 น. คนไทยที่ติดค้างอยู่ในสนามบินนานาชาติฮ่องกง ได้เดินทางกลับมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิแล้ว จำนวน 13 คน ด้วยสายการบินเอมิเรตส์แอร์ไลน์เที่ยวบิน EK 385 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ปกครองที่พาบุตรหลานไปร่วมการแข่งขันยิมนาสติกลีลาที่ฮ่องกง แถวโรงงานผลิต ซองเอกสารสีน้ำตาล ซองน้ำตาลขยายข้าง และกำลังจะเดินทางกลับประเทศไทย แต่เกิดเหตุชุมนุมประท้วงยึดสนามบินนานาชาติฮ่องกงเสียก่อน จึงเดินทางกลับประเทศไทยไม่ได้ ต้องติดค้างอยู่ที่ประเทศฮ่องกง เป็นเวลา 1 วัน

ก่อนที่จะติดต่อให้สายการบินทำการเปลี่ยนไฟล์ทบินให้ พร้อมประสานขอความช่วยเหลือจากสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฮ่องกงเข้าให้การช่วยเหลือ จนสามารถเดินทางกลับมาประเทศไทยได้ โดยสายการบินดังกล่าวถือเป็นสายการบินสุดท้ายของเมื่อวานนี้ (13 ส.ค.) ที่ได้บินออกจากสนามบินฮ่องกงมายังประเทศไทย และมีผู้โดยสารชาวไทยหลายสิบชีวิตที่เดินทางมากับสายการบินนี้ แต่ก็ยังมีเยาวชนและผู้ปกครองที่เดินทางไปร่วมการแข่งขัน และชาวไทยอีกนับร้อยคนที่ยังติดค้างอยู่ในฮ่องกงที่ยังเดินทางกลับมาไม่ได้

นางเรืองรอง จันทร์เที่ยง หนึ่งในคณะนักกีฬาเยาวชน เล่าว่า พอเราเดินทางไปถึงสนามบินนานาชาติฮ่องกง และกำลังจะเอาเด็กนักเรียนที่เดินทางมาแข่งขันยิมนาสติกลีลาที่ฮ่องกง เข้าไปในเช็คอินในสนามบินฮ่องกง แต่กลุ่มผู้ชุมนุมไม่ยอมให้เข้าไป และคนฮ่องกงก็เห็นว่าเรามีเด็กและเราก็ทำอะไรไม่ได้ เลยให้เราเอาเด็กไปพักที่โรงแรม เพราะเคาน์เตอร์เช็คอินปิดหมดแล้ว เราจึงเอาเด็กทั้งหมดออกมา และก็ติดต่อเคาน์เตอร์สายการบินให้รีบุ๊คไฟล์ทให้ใหม่ และก็ติดต่อไปยังสถานกงสุล ซึ่งก็ได้รับการดูแลดีมาก

และเมื่อเรามาที่สนามบินฮ่องกง เจ้าหน้าที่ก็มารอและพาพวกเราผ่านเข้ามาที่ ตม. ได้ ซึ่งตอนแรกปิดหมดแล้วเขาผ่าน ตม.ไม่ได้แล้ว และเราก็เป็นกลุ่มสุดท้ายที่ได้โหลดกระเป๋า และก็ยังมีคนไทยที่รอจะกลับอีกจำนวนมาก ซึ่งบรรยากาศภายในสนามบินฮ่องกง ในส่วนที่เป็นของผู้โดยสารขาเข้าและขาออก ก็จะมาชาวฮ่องกงที่มาร่วมตัวกันประท้วงมาร่วมตัวกันจำนวนมาก แต่เขาก็ไม่ได้ทำอะไรพวกเรา แต่ตอนที่เราไปถึงเขาเพิ่งเริ่มปิดทางเข้าอาคารแล้ว และก็ไปปิดกั้นที่ ตม. ไม่ให้ใครผ่านเข้าไป

ทาง นางณัฏฐา สุนทราภา รองกงสุลใหญ่ รักษาราชการแทนกงสุลใหญ่ ณ เมืองฮ่องกง และนายสรยศ คำบรรลือ รองกงสุลใหญ่ พาพวกเราออกมารอ และท่านก็ไปขอร้องกลุ่มผู้ชุมนุมให้พาพวกเราพร้อมเด็กผ่านเข้าไปด้านใน เพราะว่าเด็กเราเยอะกลุ่มผุ้ชุมนุมเขาก็ยอมเปิดช่องที่เข้าไปไว้ออกและพาไปเข้าประตูอีกทางหนึ่ง ตอนแรกก็กลัว แต่ท่านทั้งสองอยู่กับเราตลอดก็เลยสร้างความอุ่นใจให้กับพวกตน

ซึ่งตอนนี้ก็ยังมีเด็กที่ไปร่วมแข่งขันยังติดอยู่ที่ฮ่องกงอีกกลุ่มหนึ่งที่ยังไม่ได้กลับ เขายังอยู่ที่สนามบิน ล่าสุด เคาน์เตอร์เช็คอินปิดทั้งหมดบางคนมารอตั้งแต่เช้าก็ยังไม่มีไฟล์ทกลับ เขาต้องรอให้มีที่นั่งว่าถึงจะให้ขึ้น ซึ่งคนที่เดินทางไปแข่งด้วยกันรวมแล้วกว่า 50 คน มีที่เดินทางกลับมาเที่ยวบินเช้าแล้วชุดหนึ่งที่เดินทางมาถึงไทยเมื่อเย็น ส่วนคณะของตนเดินทางมาด้วยสายการบินเอมิเรตส์แอร์ไลน์ เฉพาะกลุ่มที่ไปแข่งทั้งหมด 13 คน แต่ก็ยังมีคนไทยอีกจำนวนมากที่เดินทางกลับมาด้วย

แห่ขอเลขก่อนหวยออก! ไม้ตะเคียนเฮี้ยน เลขโผล่ชัดสามตัวตรง

พบไม้ตะเคียนถูกโค่นทิ้งไว้ไม่มีใครกล้าเอาไปบ้าน มีเหตุต้องนำมาคืน ชาวบ้านที่ทราบข่าว เริ่มไปขอโชคลาภ วันใกล้หวยออกนี้

ที่บริเวณท่าน้ำคลองชลประทานบ้านโฉลง ม.5 ต.คลองใหม่ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ซึ่งอยู่เขตรอยต่อระหว่างปัตตานี – ยะลา แถวโรงงานผลิต ซองเอกสารสีน้ำตาล ซองน้ำตาลขยายข้าง มีชาวบ้านจำนวนหนึ่ง เดินทางไปขอโชคลาภและไปไหว้เจ้าแม่ตะเคียนตามความเชื่อ หลังจากทราบข่าวจากคนในพื้นที่ว่า  มีไม้ตะเคียนถูกโค่นทิ้งไว้กว่าปีแล้ว แต่ก็ยังคงถูกทิ้งไว้บริเวณใกล้ท่าน้ำคลองชลประทาน ไม่มีใครกล้ามาเอาไปใช้สอย ส่วนผู้ที่มาขโมยตัดเอาไป ก็ต้องมีอันเป็นไป ต้องนำมาคืนทุกคน

ด้าน นายสมทบ อายุ 51 ปี ชาวบ้านที่อยู่ใกล้บริเวณดังกล่าวได้เล่าให้ฟังว่า เมื่อก่อนบริเวณแห่งนี้เป็นร่องน้ำและมีต้นตะเคียนอยู่จำนวน 5 ต้น ต่อมาท่านเจ้าอาวาสวัดโคกหญ้าคา ซึ่งวัดอยู่ไม่ไกลจากที่นี่มากนัก ได้มาทำพิธีขอเพื่อตัดเอาไม้จากต้นตะเคียน เพื่อนำไม้ไปบูรณะวัดโดยได้ทำพิธีทางไสยศาสตร์ ตามความเชื่อ แต่ปรากฏว่า ไม่สำเร็จเจ้าแม่ตะเคียนไม่อนุญาต จึงได้เลิกที่จะตัดต้นตะเคียนทั้ง  5 ต้น ดังกล่าว

นายสมทบ ได้เล่าให้ฟังเพิ่มเติมอีกว่า สำหรับโชคลาภเจ้าแม่ตะเคียนก็ยังให้โชคอยู่ โดยที่ผ่านมาได้มีท่าน ผบ.ร้อย ซึ่งมาตั้งฐานปฏิบัติการอยู่ในหมู่บ้าน ได้แวะเวียนมาขอโชคลาภ ก็ได้เลขสองตัวไปทุกครั้งและก็ถูกทุกครั้ง และยังมีชาวบ้านไทยพุทธที่อยู่บริเวณใกล้บ้านกับตนเอง มาขอเลขจากต้นตะเคียน ก็ได้ถูกหวยไปแล้ว และก็ไปทำธุรกิจอยู่ จ.ภูเก็ต

สำหรับชาวบ้านที่มากราบไหว้เจ้าแม่ตะเคียน ที่มานี่เป็นชุดแรกที่มาจากยะลา เนื่องจากก่อนหน้านี้ ไม่มีใครกล้ามาก็เพราะสถานการณ์ความรุนแรง นอกจากชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงเท่านั้นที่มาขอโชคลาภ ซึ่งการมาขอเลขส่วนใหญ่ก็จะนำแป้งฝุ่นมาโรยและใช้มือลูบไปมา บางคนก็เห็นตัวเลขได้ชัดเจน บางคนเห็นสามตัว สองตัว จากการสอบถามชาวบ้านที่มาขอ ก็บอกว่าเห็นเป็นเลข 785 , 640 หรือ 764 เป็นต้น

สิ้นเนื้อประดาตัว ไฟป่าพรุควนเคร็งลามไหม้บ้านวอดทั้งหลัง เหลือแค่เหรียญบาท 4 เหรียญ

ไฟป่าพรุควนเคร็งยังไม่สามารถควบคุมได้ พบบ้านชาวบ้านถูกลามทั้งหลังเหลือทรัพย์สินเพียงเหรียญบาท 4 เหรียญ ขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชยันปัญหาล่าช้าเข้าถึงแนวไฟยาก-เร่งกู้ระบบการสื่อสาร

สภาพไฟป่าพรุควนเคร็งจากมุมสูงยังคงลุกลามอย่างต่อเนื่องทั้งในพื้นที่ตำบลเคร็ง อำเภอชะอวด ตำบลการะเกด และตำบลแม่เจ้าอยู่หัว อำเภอเชียรใหญ่ ตำบลสวนหลวง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถควบคุมได้ใน 4 จุดใหญ่ใน 4 อำเภอ

และจากแนวไฟที่ลุกลามในตำบลแม่เจ้าอยู่หัวอำเภอเชียรใหญ่ แถวโรงงานผลิต เทปกาวขุ่น สก๊อตเทปขุ่น ครอบครัวของนางหนูลาภ คงทอง เกษตรกรชาวตำบลแม่เจ้าอยู่หัวเดินเข้าไปในแนวไฟที่ทิ้งไว้เพียงรอยเถ้าถ่านเข้ารื้อค้นซากบ้านเลขที่ 125 หมู่ที่ 1 ตำบลแม่เจ้าอยู่หัว ที่ถูกเพลิงไหม้ทั้งหลังและพยายามหาปี๊บเก็บเงินสดสะสมก้อนสุดท้ายราว 3 หมื่นบาท เมื่อพบเหลือเพียงแค่เศษเหรียญ 1 บาทเพียง 4 เหรียญส่วนเงินธนบัตรนั้นกลายเป็นเถ้าถ่านทั้งหมด

นางหนูลาภ ระบุว่าวานนี้แนวไฟได้ข้ามคลองเข้ามาโอบพื้นที่เกือบทุกทิศทาง ตัวเองพร้อมด้วยลูกได้รีบวิ่งหนีออกไปตามแนวที่ยังไม่มีไฟรอดไปได้อย่างหวุดหวิด วันนี้เมื่อกลับมาพยายามหาทรัพย์สินที่เหลือทุกอย่างเสียหายไปทั้งหมด เรือ 3 ลำสำหรับหาปลาพร้อมเครื่องยนต์ หม้อข้าว หม้อแกงเครื่องครัวทั้งหมด กะปิปลาที่ทำไว้ขายหลายไหม้ไปทั้งหมด ยังไม่รู้ว่าจะฟื้นฟูอย่างไร ตอนนี้ทำได้เพียงไปอาศัยอยู่ในขนำของญาติในสวนปาล์มที่อยู่ไม่ห่าง

และในช่วงสายของวันเดียวกันเฮลิคอปเตอร์กองทัพบก จากหน่วยบิน 401 แบบเอ็มไอ 17 จำนวน 2 ลำซึ่งบินตรงมาจากจังหวัดลพบุรี เดินทางมาถึงยังกองอำนวยการร่วมควบคุมไฟป่าพรุควนเคร็ง เข้าเตรียมที่จะบินตักน้ำดับไฟในพื้นที่เข้าถึงยาก แต่พบว่ามีอุปสรรคเรื่องแหล่งน้ำที่มีความลึกไม่เพียงพอและเศษตอไม้กิ่งไม้ที่อยู่ในน้ำอาจเป็นอุปสรรคที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุจึงมีการปรับแผนไปใช้แหล่งน้ำในพื้นที่ใกล้เคียง

ขณะที่นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้เชิญทุกหน่วยงานเข้าร่วมประชุม พร้อมทั้งกำชับให้ฝ่ายปกครองโดยเฉพาสะนายอำเภอกวดขันและเร่งติดตามผู้ที่เผาป่าจนลุกลาม ขณะเดียวกันพบว่าในพื้นที่อำเภอชะอวด ไฟได้ลามเข้าไปในเขตอุทยานทะเลน้อย เข้าถึงได้อย่างขยากลำบากเนื่องจากต้องเดินเท้าอย่างน้อย 4-5 กิโลเมตร ขาดแคลนแหล่งน้ำเป็นอุปกรรคสำคัญ

ส่วนการกู้ระบบสายสื่อสารและสายไฟฟ้าในพื้นที่ตำบลแม่เจ้าอยู่หัวเจ้าหน้าที่ได้เร่งดำเนินการซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงเย็นของวันนี้

เปิดเรื่องเฮี้ยนจุดตายบิ๊กไบค์ ชนแท่งปูนตรงเลข 58 เชื่ออาถรรพ์ตัวตายตัวแทน

จากกรณีอุบัติเหตุรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ ยี่ห้อคาวาซากิ รุ่น z1000 สีแดง เกิดเสียหลักหลุดโค้งเสียชีวิตสอง 2 ราย เมื่อกลางดึกของวันที่ 23 ก.ค.ที่ผ่านมา แล้วร่างไปทับกับเลข 58 ที่ผู้รับเหมาทำสัญลักษณ์ใว้ก่อนเกิดเหตุ

อุบัติเหตุดังกล่าวทำให้ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นความเฮี้ยนของวิญญาณ ซึ่งก่อนหน้าเคยมีเหตุการณ์แบบเดียวกันนี้มาแล้วเมื่อต้นปี 2560 เมื่อหนุ่มไทยรายหนึ่งขี่บิ๊กไบค์ยี่ห้อดูคาติ ซีซีเท่ากันและสีแดงเหมือนกัน เกิดหลุดโค้งตายคาที่เหมือนกัน ช่วงเวลาเดียวกัน ที่ต่างกันแค่ปี พ.ศ. ทำให้ชาวบ้านยิ่งปักใจเชื่อในเรื่องของ วิญญาณตัวตายตัวแทน ที่ยังอยู่ในที่เกิดเหตุ และยังไม่มีใครตั้งศาลเพียงตา

ต่อมา นายสุธน  วินมอเตอร์ไซค์รับจ้างหน้าโรงเรียนวัดบ้านฉางใกล้กับร้ายขาย เทปใส เทปกาว ได้พาผู้สื่อข่าวไปดูที่เกิดเหตุรู้สึกหลอนในสถานที่เกิดเหตุเป็นอย่างมาก จากเศษเล็กเศษน้อยของบิ๊กไบค์คละคุ้งไปด้วยกลิ่นคาวเลือด และจะไม่ขอผ่านจุดนั้นช่วงกลางคืนแน่นอน ซึ่งหากจำเป็นจะขอเลี่ยงไปทางอื่นแทน

ขณะเดียวกันบรรยากาศการซื้อขายสลากกินแบ่งรัฐบาลใกล้ออกชาวบ้านฉางต่างหาซื้อเลข 58 ซึ่งหมดตั้งแต่ชาวบ้านรู้ข่าวแล้วรู้สึกเสียดายไปตามๆ กันจากนั้นเมื่อถึงเวลาผลสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดของวันที่ 1 ส.ค. 2562 ปรากฎว่ารางวัลเลขท้าย 2 ตัว ออก เลข 58 ตรงๆ ทำเอานักเสี่ยงโชคที่หาซื้อได้เลขนี้ไปต่างเฮกัน ทั้ง อ.บ้านฉาง

นอกจากนี้แล้วนายสุธน วินมอเตอร์ไซค์ กล่าวว่าส่วนตัวตนเชื่อเรื่องวิญญาณตัวแทนตัวตายหากใครที่ขอแล้วสมหวังกับเลขดังกล่าวก็อยากให้ไปเซ่นไหว้ที่เกิดเหตุ ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ แล้วแต่วิจารณญาน อีกทั้งเป็นความเชื่อส่วนบุคคล และขอแสดงความดีใจกับผู้ที่ถูกรางวัลทั้งประเทศอีกด้วย