อีก50เมตรถึงบ้าน! 2หนุ่มขี่จยย.กลับจากซื้อเหล้า ถูกรถพ่วงเหยียบหัวเละดับสลดคู่

เมื่อเวลา 00.10 น. วันที่ 22 พ.ค. ร.ต.อ.สถาพร จ้องโก้ ร้อยเวร สภ.เมืองตรัง รับแจ้งเหจุรถชนกัน บริเวณบ้านทุ่งจันทร์หอม ก่อนถึงร้านจำหน่าย ซองกันกระแทก และซองบับเบิ้ลราคาถูกรายใหญ่    ม.2 ต.บ้านโพธิ์ อ.เมือง จ.ตรัง หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมมูลนิธิกุศลสถานตรัง และแพทย์เวรโรงพยาบาลศูนย์

ที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิต 2 ราย ชื่อ นายอนุชา โมรา อายุ 39 ปี และ นายอรรณพ นับแสง อายุ 36 ปี สภาพศีรษะโดนล้อรถเหยียบกะโหลกแตกเลือดนองพื้น ใกล้กันพบรถจักรยายนต์ ยี่ห้อฮอนด้า เวฟเอส สีดำ ทะเบียน ชลม987 ตรัง สภาพพังเสียหายทั้งคัน ห่างกันประมาณ 10 เมตร พบรถพ่วง 18 ล้อ ทะเบียน 80-1289 ตรัง ตัวพ่วงทะเบียน 80-2088 ตรัง คนขับยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

จากการสอบสวนผู้เห็นเหตุการณ์ กล่าวว่า ผู้ตายทั้ง 2 คน และคนขับรถพ่วงเป็นญาติ ๆ กัน อยู่หมู่บ้านเดียวกัน และบ้านของผู้ตายอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 50 เมตร โดยผู้ตายทั้ง 2 คน ขับรถจักรยานยนต์ออกมาจากบ้านเพื่อไปซื้อสุรา กระทั่งมาประสบอุบัติเหตุดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นคาดว่าผู้ตายขัยรถจักรยานยนต์ออกมาเฉี่ยวชนกับรถพ่วง 18 ล้อ ทำให้เสียหลักล้มเข้าไปหาตัวพ่วงส่วนท้าย ทำให้ล้อหลังรถพ่วงเหยียบศีรษะเข้าเต็ม ๆ เสียชีวิต

ลูกสาวตามหาพ่อ มาช่วยงานบวช เจอเป็นศพถูกรถชนดับกลางถนน คนขับอ้างวิ่งตัดหน้า

วันที่ 9 พ.ค. ร.ต.อ.วชิระ เพชรฤทธิ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองชัยภูมิ ได้รับแจ้งเหตุรถกระบะชนคนเสียชีวิต ตรงข้ามบริษัทแลคตาซอย (สาขาชัยภูมิ) บ้านกุดละลม หมู่ 3 ต.หนองนาแซง อ.เมือง จ.ชัยภูมิ ช่วงหลัก กม.ที่ 115-116 ถนนหมายเลข 201 สายชัยภูมิ-สีคิ้ว (ขาออกเมืองชัยภูมิ) จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมหน่วยกู้ภัยสว่างคุณธรรมชัยภูมิ และแพทย์ ร.พ.ชัยภูมิ

ที่เกิดเหตุพบ นายสมศักดิ์ จันทดวง อายุ 58 ปี ชาว ต.หนองนาแซง อ.เมือง จ.ชัยภูมิ นอนเสียชีวิตอยู่กลางถนน ห่างออกไปพบรถกระบะอีซูซุ สีขาว 4 ประตู ทะเบียน 1กร-4813 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่สภาพด้านหน้าพังยับ โดยมี นายกฤษณะ พลทับทิม อายุ 33 ปี พนักงานร้านจำหน่ายกันกระแทก และบับเบิ้ล ราคาถูก ชาว ต.มะเต่า อ.บ้านแท่น จ.ชัยภูมิ เป็นคนขับยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่

จากการสอบสวน นายกฤษณะ ให้การโดยอ้างว่า ตนได้ขับรถออกจากบ้าน เพื่อที่จะไปกราบหลวงพ่อที่ จ.จันทบุรี พอมาถึงจุดเกิดเหตุซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นที่มืด อีกทั้งยังมีฝนตกลงมาอย่างหนัก ตนขับรถมาโดยไม่ทันระวัง ก่อนที่ผู้เสียชีวิตจะวิ่งข้ามถนนมาอย่างกระชันชิด ทำให้ตนเบรกไม่อยู่ พุ่งชนอย่างจัง จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตดังกล่าว

จากนั้นตำรวจจึงคุมตัว นายกฤษณะ ไปตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ ที่ สภ.เมืองชัยภูมิ ก็ไม่พบว่ามีปริมาณแอลกอฮอล์แต่อย่างใด ขณะที่ลูกสาวของผู้เสียชีวิต ให้การกับเจ้าหน้าที่ว่า พ่อของตนมาช่วยเตรียมงานบวชที่บ้านหนองนาแซง ก่อนตนออกตามหา ก็พบว่าถูกรถชนเสียชีวิตแล้ว เบื้งอต้นเจ้าหน้าที่ได้มอบศพให้ญาตินำกลับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีทางศาสนา และนำตัว นายกฤษณะ ส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ยายเปิดประตูแทบช็อก! ไอ้หื่นบุกบ้านมือปิดปากหลานสาว14 หวัง ข่มขืน ตร.เร่งล่า

ชายคลั่งกำหนัด เกิดอารมณ์ทางเพศ บุกบ้านดญ.วัย14ตอนเช้ามืดหวัง ข่มขืน เจอเหยื่อฮึดสู้-ยายกลับมาทันพอดี ทิ้งจักรยาน-รองเท้าเผ่นแน่บ ตำรวจ เผยรู้แล้วเป็นใคร

เมื่อวันที่ 7 พ.ค. พ.ต.ต.สมชาย เมฆหมอก สารวัตร(สอบสวน) สภ.ชะอำ รับแจ้งเหตุจาก นางสังเวียน (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 63 ปี ชาวอ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ว่าเมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา มีคนร้ายเป็นชาย อายุประมาณ 30 ปี งัดประตูเข้ามาภายในบ้าน และก่อเหตุข่มขืนหลานสาววัย 14 ปีของตนจนบาดเจ็บ ภายในต.บางเก่า อ.ชะอำ หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว บริเวณประตูหน้าบ้านพบที่นอนของผู้เสียหายสภาพยับเยิน รั้วสังกะสีข้างบ้านเป็นรูโหว่เสียหาย บริเวณด้านหลังบ้านพบรถจักยานสีดำ 1 คัน และรองเท้า 1 คู่ของคนร้ายวางอยู่ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนคนร้ายได้วิ่งหลบหนีออกไปทางหลังบ้าน ทราบชื่อผู้เสียหายคือ ด.ญ.บี (นามสมมติ) อายุ 14 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 สภาพบาดเจ็บบริเวณใต้ตาเล็กน้อย

จากการสอบถาม นางสังเวียน ยายของผู้เสียหาย กล่าวว่า เมื่อเช้ามืดที่ผ่านมา ตนออกไปเอาปลาที่บริเวณชายหาดริมหมู่บ้านเพื่อนำไปขาย โดยให้หลานสาว  ซึ่งพอ่กับแม่ของหลานสาวไปทำงานอยู่ที่ ร้านจำหน่ายกล่องเอกสาร และกล่องกระดาษใส่เอกสาร ราคาถูก   ให้นอนอยู่บ้านเพียงลำพัง จากนั้นมีคนร้ายงัดประตูหน้าบ้านเข้ามาภายในบ้าน โดยจะเข้ามาข่มขืนหลานสาวของตน แต่โชคดีตนกลับบ้านเปิดประตูเจอคนร้ายกำลังเอามือปิดปากและนั่งคร่อมร่างของหลานสาวอยู่บนที่นอน คนร้ายเห็นจึงตกใจรีบวิ่งหลบหนีไปทางหลังบ้าน โดยทิ้งรถจักยาน และรองเท้าไว้

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจพอทราบตัวคนร้ายรายนี้แล้ว ซึ่งเป็นคนในหมู่บ้านเดียวกันกับผู้เสียหาย ซึ่งขณะกำลังเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ยิ่งกว่าถูกหวย พ่อลูกทำเงินหล่นเกือบ 2 หมื่น ยายพลเมืองดีเก็บคืนให้

ยิ่งกว่าถูกหวย / เมื่อวันที่ 1 พ.ค. ที่สภ.เมืองอุดรธานี นายแก่น แก้วประเสริฐ อายุ 52 ปี พร้อมด้วยนายวัฒนพงษ์ แก้วประเสริฐ อายุ 23 ปี บุตรชาย ชาวอ.เมืองอุดรธานี ได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.ทวี ไชยสีดา สว.สอบสวน

พร้อมนำหลักฐานใบสลิปกดเงินจากตู้เอทีเอ็มของธนาคารในโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง มาแสดง ได้ไปกดเงินจริง ในช่วงระยะใกล้เคียงกัน ที่ทำเงินตกหล่น เพื่อติดต่อขอรับเงิน 16,000 บาท ที่ทำตกหล่นที่บริเวณสี่แยกชลประทาน ติดกับร้านจำหน่ายฟิล์มยืด และฟิล์มพันพาเลท ราคาถูกแห่งหนึ่ง ถนนอุดรดุษฎี ในเขตเทศบาลนครอุดรธานี เมื่อวันที่ 30 เม.ย.ที่ผ่านมา

หลังทราบข่าวมีพลเมืองดี คือ นางบัวสา ผิวดำ อายุ 62 ปี เก็บเงินได้ แล้วนำมามอบให้ตำรวจประกาศหาเจ้าของ

ต่อมาพ.ต.ท.ทวี เชิญนางบัวสา คุณยายพลเมืองดีมาสอบถามถึงลักษณะของเจ้าของเงินที่ทำตกหล่น ซึ่งคุณยายจำลักษณะได้มาเป็นพยานและทำการนับเงินที่เก็บได้ต่อหน้าสองพ่อลูก พร้อมกับถ่ายรูปเอาไว้เป็นหลักฐานในการส่งมอบเงินให้กับเจ้าของเงิน

นายแก่นให้การว่า ทำงานอยู่ที่คลังสินค้าของบริษัทขายแชมพูยี่ห้อหนึ่ง เมื่อวานให้ลูกชายไปกดเงินจากตู้เอทีเอ็มในโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง 19,000 บาท ซึ่งเป็นเงินเดือนของตน เพื่อนำไปจ่ายค่างวดรถและใช้หนี้สินด้วย หลังกดเงินแล้วลูกชายได้ขับขี่รถจยย. ผ่านถนนสี่แยกชลประทานฯ กลับมาบ้าน ด้วยความเร็ว

เมื่อถึงพบว่าเงินได้หล่นหายไปทั้งหมดทำให้ตนตกใจมาก และคิดว่าคงหมดหวังที่จะได้เงินคืนแล้ว ก็ยังคิดไม่ออกว่าจะหาเงินที่ไหนไปใช้เขา แต่ก็ดีใจเมื่อมีญาติมาบอกว่าเห็นข่าว มีพลเมืองดีเก็บเงินได้ ก็คิดว่าอาจจะเป็นเงินของตนที่ลูกชายทำตกหล่นก็เป็นได้ จึงได้พาลูกชายมาติดต่อตำรวจ

นายแก่นให้การต่อว่า จากนั้นจึงนำลูกชายมาติดต่อกับตำรวจที่โรงพัก พร้อมทั้งให้พลเมืองดีคุณยายที่เก็บเงิน ให้ได้มาสอบถามเจ้าของเงินที่ทำตกหล่น ในช่วงระยะเวลาและเส้นทางที่ขี่รถจยย. ช่วงที่ทำเงินตกหล่น โดยเจ้าของเงินได้นำหลักฐาน ใบสลิปกดเงิน มาแสดง ได้ไปกดเงินจริง ในช่วงระยะใกล้เคียงกัน ที่ทำเงินตกหล่น

โดยคุณยายพลดี ที่นำเงินเก็บได้มาแจ้งความกับตำรวจ คงคิดว่าเจ้าของเงิน อาจจะเดือนร้อน ต้องการใช้เงิน ขอขอบคุณยายเป็นอย่างมาก ถึงแม้ว่าจะได้เงินไม่ครบ 19,000 บาท ลูกชายอาจจะทำตกหล่น จากกระเป๋ากางเกง ก่อนหน้านี้ไป 3,000 บาท

นางบัวสา กล่าวว่า รู้สึกที่ดีใจ ที่เจ้าของเงิน ได้รับคืนเงินไป เพราะตนคิดว่าคนที่ทำเงินหาย อาจจะเดือดร้อนต้องการใช้เงิน อีกอย่างหนึ่งพอรู้ว่าเจ้าของเงิน เป็นคนหมู่บ้านใกล้เคียงกัน เพราะตนอยู่บ้านหนองหมูม่น ส่วนเจ้าของเงิน อยู่บ้านหนองบ่อ ห่างกันเพียงแค่ 1 กิโลเมตร เพราะเคยเห็นกันอยู่ จากนั้นนายแก่น ได้ทำการมอบเงิน จำนวน 3,000 บาท ให้กับคุณยาย เพื่อเป็นสินน้ำใจ ที่เป็นพลเมืองดี นำเงินที่เก็บได้มาแจ้งตำรวจ และ ตนเองได้รับเงินคืนด้วย ดังกล่าว

เห็นศพปล่อยโฮ! พร่ำร้องบอกร่างเตือนแล้ว-ห้ามแล้ว สาว15แซงซ้ายเกี่ยว6ล้ออัดเสาไฟ

วันที่ 25 เม.ย. ร.ต.อ.หญิงอรวรรณ แสงทอง รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.เมืองลพบุรี รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนกับรถบรรทุก6ล้อ บนถนนนารายณ์มหาราช ตรงข้ามร้านจำหน่ายEPEโฟม และโฟมกันรอย ต.ทะเลชุบศร อ.เมือง จ.ลพบุรี มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ จึงประสานแพทย์ร.พ.พระนารายณ์มหาราช แล้วรุดไปตรวจสอบพร้อมหน่วยกู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุพบศพน.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 15 ปี นอนคว่ำหน้าจมกองเลือด สภาพศพมีบาดแผลฉกรรจ์ ใกล้กันมีร่างน.ส.บี (นามสมมติ) อายุ 17 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส นอนหายใจรวยริน หน่วยกู้ภัยรีบนำตัวส่งร.พ. ห่างออกไปมีรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีดำ-แดง ทะเบียน 1 กถ 6491 บุรีรัมย์ และรถบรรทุก 6 ล้อ อีซูซุ สีขาว ทะเบียน 90-0060 นครปฐม

สอบสวนพยานให้การว่า เห็นรถจักรยานยนต์ขี่ตามหลังรถบรรทุก เมื่อมาถึงจุดที่เกิดเหตุได้แซงซ้ายอย่างเร็ว แต่ปรากฎว่าแซงไม่พ้นรถเสียหลักพุ่งชนฟุตปาธแล้วไถลไปกระแทกกับเสาไฟฟ้าริมถนนอย่าแรง ต่อมาญาติๆน.ส.เอ เดินทางมาที่เกิดเหตุ เมื่อเห็นศพได้ทรุดร้องไห้โฮ พร้อมพูดว่า “เตือนแล้ว ห้ามแล้ว อย่าเอารถมาขี่บนถนนมันอันตราย แต่ก็ไม่เชื่อ ยังแอบเอาออกมาจนเกิดเหตุได้”

จากนั้นเจ้าหน้าที่นำศพส่งร.พ. ก่อนสอบสวนดำเนินการตามกฎหมาย และให้ครอบครัวรับศพกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

ถูกจับมานับไม่ถ้วน! โจรอาชีพ บุกวัดดัง ขโมยบาตรพระเก่าแก่ อ้างไร้งาน-ติดยาบ้า

รวบโจร ขโมยบาตรพระ เก่าแก่ วัดดังหาดใหญ่! พร้อมเงินสด แฉประวัติติดคุกมานับไม่ถ้วน ล่าสุดเพิ่งพ้นคุก เจ้าตัวสารภาพไร้อาชีพ-หาเงินเสพยาบ้า

เมื่อวันที่ 24 เม.ย. พ.ต.ต.เฉลิมพล รุ่งรัตน์ รักษาราชการแทน สวป.สภ.หาดใหญ่ พร้อมด้วย ร.ต.ท.หริรักษ์ จันทร์ศรี รองสวป. นำกำลังเข้าทำการจับกุม นายสมพร หนูเพ็ง อายุ 32 ปี  อดีตรปภ. ประจำร้านจำหน่ายกล่องเอกสาร กล่องกระดาษใส่เอกสารราคาถูก   ชาวอ.หาดใหญ่ จ.สงขลา หลังก่อเหตุขโมยบาตรทองเหลือง บริเวณพระประจำวันพุทธทรงยืนอุ้มบาตร ตั้งอยู่บริเวณด้านหลังอุโบสถ ภายในวัดมงคลเทพาราม หรือวัดปากน้ำ ถนนแสงศรี เขตเทศบาลนครหาดใหญ่

ก่อนถูกจับกุมตัวได้บริเวณจุดสกัดชั่วคราวถนนเพชรเกษมใกล้กับสภ.หาดใหญ่ ขณะนั่งรถจักรยานยนต์รับจ้างอุ้มบาตรพระขนาดใหญ่กว้างถึง 18 นิ้ว เพื่อนำไปขายและยังมีเหรียญจำนวนมากอยู่ในบาตร ประกอบด้วยเหรียญ 10 บาท จำนวน 960 บาท, เหรียญ 5 บาท จำนวน 1,150 บาท, เหรียญ 2 บาท จำนวน 113 บาท และเหรียญ 1 บาท จำนวน 690 บาทรวมทั้งหมด 2,916 บาท ซึ่งเป็นเหรียญที่ญาติโยมมาทำบุญใส่บาตรสำหรับผู้ที่เกิดในวันพุทธ และจากการสอบสวนก็ยอมรับสารภาพว่า ขโมยมาจากวัดมงคลเทพารามและเตรียมนำไปขาย

จากการตรวจสอบประวัติพบว่า เคยถูกจับกุมมาแล้วถึง 14 ครั้ง เป็นคดีลักทรัพย์ 12 ครั้ง และคดียาเสพติด 2 ครั้ง และเพิ่งพ้นโทษมาได้ไม่ถึง 1 ปี แต่ก็ไม่เข็ดยังกลับมาก่อเหตุลักขโมยซ้ำอีก ก่อนถูกจับกุมเป็นครั้งที่ 15   จากการสอบสวน นายสมพร ให้การรับสารภาพว่า สาเหตุที่เป็นโจร เพราะต้องการหาเงินไปซื้อยาเสพติดและไม่มีอาชีพด้าน พระปลัดเจษฎา ปิยธัมโม เจ้าอาวาส กล่าวว่า บาตรที่ถูกขโมยไปเป็นบาตรทองเหลืองเก่าแก่สร้างพร้อมกับพระอุโบสถตั้งแต่พ.ศ.2515 อายุราว 47 ปี ซึ่งราคาสมัยนั้น 20,000 บาท ซึ่งคนร้ายต้องใช้ความพยายามในการก่อเหตุมาก เนื่องจากบาตรอยู่สูงจากพื้นกว่า 3 เมตร ต้องใช้ไม้พาดแล้วปีนขึ้นไป แต่เวรกรรมตามทันถูกตำรวจจับกุมได้ทันทีหลังจากที่ออกจากวัดไปไม่นาน

แม่ร่ำไห้ปริ่มขาดใจ-กอดศพลูกเพิ่งสึกออกมาแว้น จยย.ท่องราตรีหลุดโค้งอัดเสาไฟฟ้า

ดวงถึงฆาต-ทิดสึกใหม่วัย 20 ปี ขับ จยย.คู่ใจท่องราตรี ขากลับรถแหกโค้งล้ม และรถได้ลากร่างติดไปกับรถคู่ใจ กระทั่งชนเสาไฟฟ้าดับคาที่

(17 เม.ย. 62)  ศูนย์วิทยุกู้ภัยสุรินทร์ รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ล้มชนเสาไฟฟ้า มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ บริเวณซอยวัดเทพสุรินทร์ แถวๆร้านจำหน่าย กล่องเอกสาร และกล่องกระดาษใส่เอกสารราคาถูก  ในอ.เมือง จ.สุรินทร์

จึงได้ประสาน ร.ต.อ.ทัศน์พล ชูบัว รอง สว.(สอบสวน)  สภ.เมืองสุรินทร์ พร้อม แพทย์เวร รพ.สุรินทร์ และเจ้าหน้าที่กู้ภัยสุรินทร์ ร่วมกันตรวจสอบและชันสูตรพลิกศพ

ในที่เกิดเหตุ พบศพชายไทยนอนเสียชีวิตอยู่ ในสภาพนอนหงาย มี รถ จจย.ล้มอยู่ ใกล้กัน สวมเสื้อคลุมวอล์มแขนยาวสีดำ และเสื้อยืดคอกลมข้างในสีเขียว และกางเกงยีนส์ขาสั้นสีน้ำเงิน ศีรษะมีแผลฉีกขาด เห็นกะโหลก มีเลือดออกนองพื้นถนน นอนเสียชีวิต

ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ Honda PCX  สีขาว ทะเบียน จ.นครราชสีมา ล้มอยู่ติดกับร่างผู้เสียชีวิตกับเสาไฟฟ้า เบื้องต้นทราบชื่อผู้เสียชีวิตต่อมา คือ นายภุชงค์ อายุ 20 ปี ชาว ต.ในเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์

จากการตรวจสอบโดยรอบที่เกิดเหตุ สันนิษฐานว่า นายภุชงค์ (ผู้เสียชีวิต) หลังขับขี่รถจักรยานยนต์กลับจากไปท่องราตรีในตัวเมือง และในช่วงเวลาดังกล่าวจะกลับบ้าน พร้อมกับอาจจะขับรถมาด้วยความเร็ว

เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นทางโค้ง รถ จยย.เกิดเสียหลักแหกโค้งล้มและ ศีรษะกระแทกเข้ากับขอบริมทาง และรถ จยย.ได้ลากร่างของ นายภุชงค์ ไปชนเข้าเสาไฟฟ้าอย่างจังอีกที จึงทำให้เสียชีวิตคาที่

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบถามญาติ ผู้เป็นแม่ของ นายภุชงค์ ถึงกับร้องไห้ด้วยความเสียใจอย่างน่าเวทนา หลังมาดูศพลูกชายในที่เกิดเหตุ

พร้อมกับกล่าวว่า แม่บอกแล้วเพิ่งสึกออกมาอย่าออกไปเที่ยวเพราะเป็นพระที่สึกมาใหม่ๆ เขาไม่ให้ออก ทั้งนนี้ อาสากู้ภัยสุรินทร์ จึงได้ค่อยๆ ประคับประคองผู้เป็นแม่เอาไว้ เพราะกลัวเป็นลมล้มฟุบ

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้ทำการบันทึกภาพและบันทึกข้อมูลไว้เป็นหลักฐาน ประกอบกับญาติไม่ได้ติดใจในการตายของ นายภุชงค์ ครั้งนี้  จึงได้มอบศพให้ญาติไปประกอบทำพิธีทางศาสนาต่อไป

 

10 ชั่วโมงระทึก! ช่วยชีวิตวิศวกรฟินแลนด์ ขี่จยย.วิบาก เกิดช็อกหมดสติกลางป่า

วันที่ 8 เม.ย. นายพิเชษฐ์ ธรรมโหร ปลัดฝ่ายความมันคง อ.บางละมุง จ.ชลบุรี พร้อมด้วยนายประสิทธิ์ ทองทิพย์เจริญ ประธานหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์เมืองพัทยา ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่อาสากู้ภัย และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอบางละมุง ชาวบ้านและกลุ่มนักขี่รถ จยย.วิบาก กว่า 100 คน เข้าช่วยเหลือชายชาวต่างชาติ หลังขึ้นไปขี่รถจยย.วิบากบนเขา กลางป่าเขาหวาย ต.เขาไม้แก้ว อ.บางละมุง จ.ชลบุรี กับเพื่อนรวม 3 คน เกิดช็อกไม่สามารถนำตัวลงมาได้

โดยในพื้นที่ที่พบคนเจ็บนั้นไม่สามารถนำรถใหญ่เข้าไปได้ถึง นอกจากนั้นการเข้าไปบริเวณดังกล่าวต้องใช้รถ จยย.วิบากอย่างเดียว ซึ่งเป็นการยากในการนำคนเจ็บออกมาได้ ในเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้พยายามหาช่องทางในการนำคนเจ็บออกมาให้ได้ ประกอบกับสภาพอากาศมืดลง จึงทำให้การนำคนเจ็บออกมายากยิ่งขึ้น และต้องทำการอย่างระมัดระวังเพราะบริเวณดังกล่าวเป็นป่ากว้าง ต้องเดินเท้าเข้าไปทางค่อนข้างลำบากเป็นหน้าผาสูงชัน ประมาณ 2 เขาต่อเนื่องกัน ที่ต้องเดินเท้าระยะทางประมาณ 20 -30 กม.

จนกระทั่งเวลาประมาณ 22.00 น. จึงสามารถนำกำลังเจ้าหน้าที่อาสากู้ภัย และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอบางละมุงเข้าช่วยเหลือและเคลื่อนย้ายชาวต่างชาติที่ประสบเหตุ ทราบชื่อต่อมาคือ นายโย ฮาน อายุ 37 ปี วิศวกรประกอบเครื่องจักรประจำโรงงานผลิต กันกระแทก และบับเบิ้ล ชาวฟินแลนด์ เดินทางมาท่องเที่ยวและชอบขี่รถ จยย.วิบาก และได้ขี่ รถจยย. เข้าไปพร้อมกลุ่มเพื่อนจนเกิดเหตุดังกล่าว หลังจากพบแล้วได้ปฐมพยาบาลในเบื้องต้นก่อนใช้กำลังเดินเท้านำออกจากป่าในเขาหวาย โดยแบ่งกำลังสับเปลี่ยนกันตลอดระยะทาง 6 กม. เพื่อเคลื่อนย้ายออกจากป่า นำส่งยังโรงพยาบาลบางละมุง

ส่วนอาการในเบื้องต้นของนายโย ฮาน นั้นไม่รู้สึกตัว และน่าจะมีโรคประจำตัว ซึ่งคาดว่าเกิดจากการขี่รถ จยย. เป็นเวลานาน ประกอบกับอากาศร้อน จึงได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้นโดยให้ออกซิเจน ส่วนภาวะอื่นนั้นมีน้ำตาลต่ำ ส่วนโรคประจำตัวต้องให้ทีมแพทย์ตรวจเช็คอาการอีกครั้ง

 

หนุ่มขับเก๋งตกคลอง ลากขึ้นมา พบศพคนขับ นั่งขัดตะหมาด อยู่เบาะหลัง

เมื่อเวลา 01.05 น. วันที่ 1 เม.ย. ร.ต.อ.เลิศวัฒน์ อุทัยนาม รอง.สว.สอบสวน สภ.เมืองลพบุรี รับแจ้งเหตุรถเก๋ง ตกคลองชัยนาท-ป่าสัก ม.7 ต.ท่าแค อ.เมืองลพบุรี จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ มูลนิธิร่วมกตัญญู พร้อมนักประดาน้ำ รุดเดินทางไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบร่องรอยของรถที่ตกลงไปในคลอง แต่ยังไม่สามารถลงไปงมได้เนื่องจากความมืดและกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยว จนเวลา 05.30 น. นักประดาน้ำได้ลงค้นหาจนพบรถตกอยู่ก้นคลอง จึงใช้รถยกลากจูงขึ้นมาบนฝั่ง พบเป็นรถเก๋ง นิสสัน อัลเมร่า สีเทา ทะเบียน 3 กพ-5390 กรุงเทพมหานคร

ภายในรถตอนหลังบนเบาะพบศพนายวงศกร บุบผา อายุ 32 ปี หนุ่มใหญ่ช่างซ่อมบำรุง ประจำโรงงานผลิตซองกันกระแทกและซองบับเบิ้ลรายใหญ่ ลักษณะนั่งขัดตะหมาด ตัวตรงพิงเบาะด้านหน้าอยู่คล้ายกำลังเล่นโทรศัพท์ มีหมวกวางอยู่บนตัก จึงนำร่างออกมาเพื่อทำการชันสูตรพลิกศพคาดเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ชั่วโมง

จากการสอบสวนผู้ที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ได้ขับรถตามหลังรถคันที่เกิดเหตุออกมาจากวัดป่ากล้วยเมื่อกลางดึก แต่รถคันดังกล่าวไม่เลี้ยวไปตามเส้นทางกลับขับรถพุ่งตรงที่มีคลองอยู่ด้านหน้า รถได้จมทีละน้อย แต่ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้ จนรถจมมิดไปทั้งคัน ร้อยเวรสอบสวนได้บันทึกสถานที่เกิดเหตุไว้เพื่อเป็นหลักฐาน

เบื้องต้นคาดว่าผู้ตายน่าจะไม่ชำนาญเส้นทางประกอบกับเป็นเส้นทางมืดสนิท ทั้งนี้ได้นำร่างผู้เสียชีวิตส่งพิสูจน์สาเหตุที่ รพ.อานันทมหิดลอีกครั้ง ก่อนที่จะติดต่อญาตินำศพกลับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

ผัวหึงโหด คว้ามีดปาดคอเมีย-เพื่อนซี้เลือดท่วม ก่อนหนีเข้าป่าผูกคอฆ่าตัว

ผัวหึงโหด คว้ามีดปาดคอเมีย-เพื่อนซี้เลือดท่วม ก่อนหนีเข้าป่าผูกคอฆ่าตัว

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 23 มี.ค. ร.ต.อ.กันต์กวี มีธรรม รองสว.(สอบสวน) สภ.เกาะคา จ.ลำปาง รับแจ้งเหตุพบศพผูกคอตายภายในป่าละเมาะ บ้านใหม่ หมู่ 2 ต.ท่าผา อ.เกาะคา จ.ลำปาง จึงประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน 5 ลำปาง เข้าตรวจสอบร่วมกับแพทย์เวร รพ.เกาะคา เจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยเกาะคา

ที่เกิดเหตุต้องเดินทางจากถนนในหมู่บ้านเข้าไปประมาณ 2 ก.ม. และเดินเท้าเข้าไปอีก 300 เมตร พบผู้เสียชีวิตเป็นชาย ใช้เชือกผูกคอกับต้นมะขาม สภาพเสื้อผ้า ตามมือและแขนเปื้อนไปด้วยเลือด ทราบชื่อนายนายสำราญ อายุ 55 ปี พนักงานไลน์ผลิต โรงงานกล่องเอกสารและกล่องใส่เอกสาร รายใหญ่แห่งหนึ่ง เป็นชาวต.เกาะคา อ.เกาะคา จ.ลำปาง จากการตรวจสอบพบว่าเป็นบุคคลต้องสงสัยก่อเหตุทำร้ายร่างกายผู้อื่นบาดเจ็บสาหัส และเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังตามหาตัวอยู่

ใกล้กันยังพบรถกระบะโตโยต้า รุ่นวีโก้ ทะเบียน 9704 ชัยภูมิ ลักษณะข้างหลังมีคอกพร้อมถังน้ำมัน บริเวณที่จับประตูฝั่งคนขับเปื้อนเลือด จอดอยู่ริมถนนลูกรังก่อนเข้าในป่า